จุติ แจงนโยบายที่อยู่อาศัย ชี้การเคหะมีหนี้ 2 หมื่นล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕

จุติ ไกรฤกษ์ ชี้แจงนโยบายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและทุกข์ยากของประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการซ่อมสร้างบ้านผ่านหน่วยงานรัฐ พร้อมช่วยเหลือครอบคลุมทั้งการศึกษา อาชีพ และสวัสดิการ ภายใต้ข้อจำกัดของหนี้สะสมและการบริหารการเคหะแห่งชาติ พร้อมยกตัวอย่างการช่วยเหลือแบบครบวงจรในพื้นที่ต่าง ๆ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดพัทลุงดังนี้ว่า รัฐบาลนั้นได้เน้นการแก้ปัญหาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างจริงจังแล้วก็เน้นว่าให้จับต้องได้ ผมขอเท้าความไป นิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้ววิกฤติเศรษฐกิจประเทศเกี่ยวโยงกับที่อยู่อาศัยสมัยต้มยำกุ้ง ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๓ ซึ่งตอนนั้นท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี คนก็มีปัญหาไม่มีบ้านเยอะ แล้วก็ ผ่อนบ้านแล้วก็หลุด ในขณะนั้นรัฐบาลก็ได้ช่วยเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้คนนั้นไม่หลุดการจำนองบ้าน มีบ้านอยู่ มาถึงปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๑ ก็มีวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส (Hamburger Crisis) ซึ่งท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วในตอนนั้นก็ได้ให้เงินกับพัฒนาองค์กรชุมชน ไปถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือให้คนนั้นได้มีบ้าน พอมาถึงวันนี้ในฐานะรัฐบาลที่เข้ามา พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลก็ได้เห็นปัญหานี้ต่อเนื่อง สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าวันนี้ เรามี ๔ หน่วยงานคือ การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และกรมส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกรมกิจการผู้สูงอายุ ใน ๔ หน่วยงานนี้จะเป็นที่ช่วยกัน ซ่อมบ้าน สร้างบ้าน อยากกราบเรียนว่าการเคหะแห่งชาตินั้นมีภารกิจหลักคือสร้างบ้านให้ผู้มี รายได้น้อยอยู่ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าการเคหะแห่งชาติ มีปัญหาสะสม คือมีหนี้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีดอกเบี้ยต้องจ่ายปีละ ๖๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกมากมาย เป็นปัญหาสะสมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึง ปัจจุบันนี้ แล้วในขณะเดียวกันก็มีห้องที่ไปให้เช่าเหมาจำนวน ๓๐,๐๐๐ ห้อง แล้วผู้เช่าเหมา ก็ไปเช่าช่วงให้ชาวบ้านเช่าต่อ การเคหะแห่งชาติให้เช่าไปประมาณ ๙๐๐ บาทต่อเดือน แต่ผู้ประกอบการเอกชนไปปล่อยเช่าราคา ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน หรือ ๒,๕๐๐ บาทต่อเดือน เมื่อหมดสัญญาแล้ววันนี้การเคหะแห่งชาติก็นำบ้านเหล่านี้กลับมาบริหารเอง แล้วก็ได้ลดค่าเช่า จากที่ชาวบ้านเคยจ่าย ๒,๕๐๐ ๓,๐๐๐ บาทเป็นเหลือ ๑,๕๐๐ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อมีมาตรการ เรื่องของปัญหาโรคติดต่อไวรัสโควิด (Virus Covid) ก็ทราบดีว่าจากประสบการณ์ในช่วง ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส (Hamburger Crisis) คนจะไม่มีบ้านอยู่มากขึ้น สถาบันกองทุน การเงินระหว่างประเทศไอเอ็มเอฟ (IMF) ธนาคารโลกประเมินแล้วว่าคนจน ปัญหาความยากจน ย้อนหลังกลับไป ๑๘ ปี จะมีคนเพิ่มความยากจนประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการเคหะแห่งชาติ ก็เปลี่ยนวิธีทำงานหมดเลย จากเคยสร้างบ้านเพื่อขายนำมาเป็นสร้างบ้านเพื่อเช่าในราคาถูก ผมได้ไปดูห้องที่ไม่มีผู้เช่ามาจัดสรรให้กับผู้มีรายได้น้อย ๑๐,๐๐๐ ห้อง ราคาเดือนละ ๙๙๙ บาท ต่อเดือน มีประชาชนที่ประสบปัญหามาใช้ตรงนี้มากมายเกือบหมดครับ นอกจากนั้นแล้วเรา ก็ยังมาดูว่าสิ่งที่เราจะสร้างได้ก็คือว่าวันนี้เราจะสร้างบ้านให้คนเช่าแทนการขายทั่วประเทศ ตั้งใจไว้ว่าปีละ ๒๐,๐๐๐ หลัง ๕ ปีเป็นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ หลัง แล้วพวกนี้จะไม่ขายจะให้เช่า ในราคา ๑,๕๐๐ บาท ๒,๕๐๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท แล้วแต่ขนาดของห้อง ซึ่งจะสามารถดูได้ จากว่าราคาค่าเช่าของการเคหะแห่งชาติวันนี้จะถูกกว่าราคาตลาดประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบ นอกจากนั้นแล้วการแก้ปัญหา ความยากจนอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ไม่ได้แก้เรื่องที่อยู่อาศัยอย่างเดียว ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานทราบครับ กรณีที่จังหวัดปัตตานี กระทรวง พม. ได้ลงไปพื้นที่สำรวจเรื่องบ้าน นี่ล่ะครับ ไปแล้วเราไม่ได้ไปแค่ดูบ้านเฉย ๆ เราพบว่าผู้ประสบภัยมีปัญหาคือไม่มีเงินส่งเด็ก เรียนหนังสือ บ้านโทรมมากต้องได้รับการช่วยเหลือซ่อมบ้าน อาชีพก็ไม่มี คนในบ้านก็พิการ จึงได้ทำการช่วยเหลือครบวงจรครับ คนพิการนั้นไปประเมินสามารถขอรับบัตรคนพิการได้ เดือนละ ๘๐๐ บาท แม่ซึ่งไม่มีอาชีพก็ไปฝึกอาชีพให้ใหม่ ลูกซึ่งไม่มีที่เรียนหนังสือก็หาเงิน จากกองทุนคุ้มครองเด็กให้ได้ อย่างนี้เป็นต้น ไม่เว้นแม้กระทั่งที่จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งไป ซ่อมบ้านแล้วปรากฏว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว พิการติดเตียง อายุ ๕๗ ปี อาชีพก็ไม่มี มีลูกอยู่ ๓ คน คนหนึ่งทำงานข้างนอก ลูกคนสุดท้องอายุ ๑๐ กว่าขวบอยู่ชั้นประถมศึกษา ก็หาที่เรียน ให้หาเงินกองทุนให้ได้เรียนหนังสือ ก็เป็นการแก้ปัญหาแบบครบวงจร แต่อยากจะกราบเรียน ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือท่านบอกว่าไปดูที่ประเทศจีน เราถอดบทเรียนมาจากประเทศจีนได้ แต่ไม่ สามารถถอดแบบมาได้เพราะว่าระบบการปกครองไม่เหมือนกัน กฎหมายไม่เหมือนกัน วันนี้ สิ่งที่เราทำขั้นแรกคือเรามีสมุดพกครัวเรือนครับ ทุกครัวเรือนที่ยากจนจะมีสมุดพกครัวเรือน เมื่อมีสมุดพกครัวเรือนหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าวันนี้พอเราไปดูแล้วว่าบ้านนี้ ประเมินแล้วลำบากเรื่องศึกษาไหม อาชีพไหม สาธารณสุขเข้าถึงบริการของรัฐไหม มีบ้านเช่าอยู่ หรือเป็นบ้านซื้อ ซ่อมแซมได้หรือไม่ เราก็จะช่วยเติมเต็มตรงนี้ทั้งหมด แล้วที่เรามีสมุดพก ครัวเรือนเพราะว่าสมุดพกครัวเรือนเราคาดว่าเขาจะต้องพัฒนาพ้นความยากจนไป ๕ ปี ฉะนั้นถ้าเผื่อข้าราชการเกษียณหรือย้ายคนใหม่มาจะมีข้อมูลจากสมุดพกนี้ ทุกครัวเรือน ที่ยากจนสามารถเดินต่อแก้ไขปัญหาเป็นระดับไปได้ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่าเรา ตั้งใจทำงานแบบครบวงจรแก้ปัญหาความยากจนและที่อยู่อาศัย อาชีพด้วยครับ