ศราวุธ ตั้งคำถามเครื่องบินพม่ารุกล้ำน่านฟ้า ชี้กระทบอธิปไตย-เรียกร้องชี้แจงท่าที

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕

ศราวุธ เพชรพนมพร ตั้งกระทู้ถามสดถึงเหตุการณ์เครื่องบินรบพม่ารุกล้ำน่านฟ้าไทยที่จังหวัดตาก ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสอดคล้องของเหตุการณ์หลังการประชุมชายแดน และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงท่าทีต่อการละเมิดอธิปไตยอย่างเป็นทางการ โดยแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของผู้นำที่ดูผ่อนปรนเกินไป พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของนโยบายความมั่นคงและการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้เมียนมาดำเนินการตามกระบวนการที่เหมาะสมและเคารพต่อศักดิ์ศรีของชาติและประชาชนอย่างรอบด้าน

นายศราวุธ เพชรพนมพร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศราวุธ เพชรพนมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้ถามสดด้วยวาจาถามท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณีที่เครื่องบินรบของพม่าได้บินรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศไทยเข้ามาบริเวณชายแดน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ หรือเมื่อประมาณ ๑ สัปดาห์ ที่ผ่านมา เข้ามาปฏิบัติภารกิจทางการทหารแล้วก็บินกลับออกไป ซึ่งผลของการปฏิบัติภารกิจ ในวันนั้นทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีผู้บาดเจ็บ ๓ ราย เสียชีวิต ๓ ราย ในนั้นมีคนไทย เสียชีวิตอยู่ ๑ ราย ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนที่อาศัยอยู่ ตามแนวชายแดนได้รับความตกอกตกใจ โรงเรียนต้องสั่งปิด เด็กนักเรียนต้องหยุดเรียน เพื่อย้ายไปยังสถานที่ที่มีความปลอดภัย การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของ ประเทศไทยทำให้ประเทศไทยถูกด้อยค่าศักดิ์ศรีความเป็นชาติ ประชาชนเกิดความรู้สึกหวาดกลัว ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญที่สุดการใช้ชีวิต ของประชาชนที่อยู่ในบริเวณชายแดนอยู่กันด้วยความหวาดระแวง ทำไมผมถึงกล่าวเช่นนั้น ก่อนเกิดเหตุเพียง ๑ วัน ท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ คือ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ ได้บินไปร่วมประชุม กับรัฐบาลของประเทศเมียนมาร์ ซึ่งหนึ่งในหัวข้อของการประชุมในวันนั้นก็คือในเรื่องของ การบริหารจัดการชายแดนร่วมระหว่างไทยกับพม่า หลังจากการประชุมเพียง ๑ วัน เกิดเหตุ เครื่องบินรบของประเทศเมียนมาร์บินรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศไทยเข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทย ยิงถล่มไปที่ชนกลุ่มน้อย เรื่องนี้ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าทั้งคนไทย พี่น้องประชาชนที่อยู่ ในประเทศไทยและสังคมโลกมองว่าเราได้หลับตาข้างหนึ่งเพื่อเปิดพื้นที่เปิดโอกาสให้กับ เครื่องบินรบของเมียนมาร์เข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศไทยยิงถล่มไปยังชนกลุ่มน้อยใช่หรือไม่ เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้พม่ากับชนกลุ่มน้อยรบกันมาเป็นเวลายาวนานไม่เคยเกิดเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นเลย แต่หลังจากเราบินไปพูดคุยกับเขาไม่ทราบว่าเราไปพูดคุยอะไรกันได้เกิด เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทำให้สังคมโลกมองว่าเราได้หลับตาข้างหนึ่งเพื่อปล่อยให้พม่าได้เข้า มาดำเนินการแบบนี้ใช่หรือไม่ หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชน จะขออนุญาตท่านประธานได้เปิดคลิป (Clip) คำสัมภาษณ์ของท่านนายกครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)

ผมฟังคำสัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรี ผมรู้สึกผิดหวังในความเป็นผู้นำประเทศของท่าน ท่านบอกว่าเมียนมาร์ยอมรับผิดแล้วก็ขอโทษ กับเราแล้ว เขาแค่ตีวงเลี้ยวเข้ามา เครื่องบินเราบินขึ้นไปวอร์นนิง (Warning) และปฏิบัติตาม มาตรฐาน ท่านประธานครับ ถ้านี่คือมาตรฐานที่ท่านายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี ยอมรับได้ ผมต้องเรียนว่ามาตรฐานท่านนายกต่ำมากที่ยอมรับเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แล้วท่านยอมรับได้ เป็นไปได้อย่างไรครับท่าน ๘ ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนำพาประเทศ บริหารประเทศมาถึงจุดนี้ที่ตกต่ำ ไปทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ซึ่งท่านกำลังพาพวกเรา เดินถอยหลังไม่รู้ว่าจะลงเหวหรือลงคลอง เรื่องความมั่นคง เรื่องการทหาร จริง ๆ เป็นเรื่องที่ ท่านควรจะเชี่ยวชาญที่สุดเพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากพลเรือน ท่านมาจาก ผู้นำสูงสุดของกองทัพ ในอดีตเคยเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพนะครับ ถ้าการที่ท่านคิดว่า เครื่องบินเอฟ-๑๖ (F-16) ของไทยบินไปถึงพื้นที่ที่เกิดเหตุหลังจากเขาบินกลับไป หลังจาก เข้าปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้วเป็นชั่วโมงแล้วเขาบินกลับไปแล้วนี่เครื่องบินเอฟ-๑๖ (F-16) ของไทยถึงบินไปถึงที่เกิดเหตุ ถ้าท่านบอกว่านี่คือมาตรฐานที่ท่านยอมรับได้ผมย้ำอีกทีว่า มาตรฐานท่านต่ำมาก ถ้าเป็นแบบนี้ท่านจะซื้ออาวุธเอาไปทำไมทุกปี เวลาท่านขอเหตุผล ในการซื้ออาวุธท่านก็จะให้เหตุผลบอกว่าเราต้องมีอาวุธในการปกป้อง ในการป้องกันประเทศ ในการป้องกันชายแดน พอเกิดเหตุแบบนี้ท่านบอกว่าเขาเป็นเพื่อนเรา มันดูย้อนแย้งกับคำพูด และการกระทำ

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ท่านให้สัมภาษณ์ที่ท่านบอกว่าเขาขอโทษกับเราแล้ว เขาขอโทษกับใครครับ ขอโทษท่านนายกรัฐมนตรีหรือขอโทษกับท่านผู้บัญชาการทหาร อากาศ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของท่านกับพม่า ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ของทั้ง ๒ ประเทศ เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ เป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีของประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำนะครับ รัฐบาลไทยโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเรียกร้องให้มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ท่านไปพูดกัน ๒ คนแล้วท่านออกมา พูดแทนบอกว่าเขาขอโทษมาแล้ว คนที่ต้องขอโทษมากที่สุดคือคนไทยที่เสียชีวิตในวันนั้น เด็กนักเรียนที่ต้องวิ่งหนีหลบภัยในวันนั้น ไม่ใช่ขอโทษกันส่วนตัวแล้วจบเรื่องนี้ไปนะครับ ท่านประธาน เรื่องการแสดงท่าทีของผู้นำรัฐบาลเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมีท่าทีแบบนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านทุกระดับไม่มีใครกล้าออกนอก แนวนี้หรอกครับ เพราะท่านบอกว่าเรื่องนี้มันแค่เป็นการตีวงเลี้ยวเข้ามาในประเทศไทย แล้วเขาก็ออกไป ท่านผู้บัญชาการทหารอากาศออกมาให้สัมภาษณ์เลยบอกว่าไม่มีอะไร เขาแค่ตีวงเลี้ยวเข้ามาในประเทศไทย ท่านเปรียบการตีวงเลี้ยวบอกว่าเหมือนเพื่อนบ้าน เดินตัดสนามหญ้าหน้าบ้าน ท่านถามบอกว่าแค่นี้จะต้องยิงกันเลยหรือ คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น หรอกครับท่าน ถ้าเกิดเขาแค่ตีวงเลี้ยวเข้ามา แต่ผมถามกลับนะครับ ถ้าเพื่อนบ้านของท่าน เดินเข้ามาในสนามหญ้าหน้าบ้านของท่านแล้วถืออาวุธมาครบมือเอาเอ็ม ๑๖ (M16) มาด้วย ไม่ได้เดินผ่านไปเฉย ๆ เดินมาแล้วยืนอยู่ในสนามหญ้าของท่านเอาปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ยิงไป บ้านฝั่งตรงข้าม ยิงไปบ้านเพื่อนบ้านอีกคนหนึ่งท่านยอมรับได้ไหมครับ ยืนยิงอยู่เป็น ๑๐ นาที ๑๕ นาที ถ้าท่านยืนดูเฉย ๆ นี่คิดอย่างอื่นไม่ได้เลยว่าท่านรู้เห็นเป็นใจ ท่านสมรู้ร่วมคิดกันนะครับ

คำถามของผมนะครับ คำถามแรก ผมจะไม่ถามว่าท่านสมรู้ร่วมคิดกันหรือไม่ ท่านรู้เห็นเป็นใจด้วยกันหรือไม่ แต่ผมจะถามท่านว่าในการปฏิบัติการครั้งนี้ท่านได้รับ รายงานว่าอย่างไร การบินเข้ามาในเมืองไทยของเครื่องบินรบประเทศเมียนมาร์มีการใช้อาวุธ ยิงจากฝั่งไทยใช่หรือไม่ และหลังจากมีการยิงถล่มไปที่ชนกลุ่มน้อยแล้วรัฐบาลไทยภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง หลังจากเกิดเหตุนี้ขึ้นได้เรียกร้อง ให้ทางการเมียนมาร์ทำอะไรบ้าง นั่นคือคำถามแรกครับ