วิรัตน์ วรศสิริน หารือเรื่องงบประมาณสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่มีการใช้จ่ายสูงมาก แต่ผลงานวิจัยไม่ปรากฏชัดเจน และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทับซ้อนของภารกิจกองทัพกับหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดกระทรวงกลาโหม
กราบขอบพระคุณ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ค่อนข้างฉุกละหุกนิดหนึ่งเพราะไม่ได้ เตรียมการมาก่อนเข้ามาปั๊บก็รีบเลยอาจจะเกินเวลานิดหน่อยหรือไม่ดูนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้รับทราบรายงาน ปี ๒๕๖๓ ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม งบประมาณของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในปี ๒๕๖๓ จากงบก็แสดงผลดำเนินงาน ว่าได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐและอื่น ๆ เป็นจำนวนถึง ๑,๒๔๓ ล้านบาท แต่เมื่อผมพิจารณาถึง ค่าใช้จ่ายบุคลากรมีจำนวนถึง ๒๕๒ ล้านกว่าบาท คิดเป็น ๒๐.๓๑ เปอร์เซ็นต์ ค่าตอบแทน อีก ๒๐ กว่าล้านบาท ค่าใช้สอยต่าง ๆ อีก ๑๑๐ ล้านบาท ค่าวัสดุอีก ๑๙ ล้านกว่าบาท และค่าสาธารณูปโภคอีก ๑๘ ล้านบาท ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดการจำหน่ายอีก ๒๙๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ รวมทั้งหมด ๗๑๓ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเหลือเป็นส่วนที่จะเป็นค่าใช้จ่าย ในการวิจัยโครงการจริง ๆ เหลือแค่ ๒๕๐ ล้านบาท ก็ไม่ใช่ว่าเอาไปวิจัยทั้งหมด ๒๕๐ ล้านบาท ไม่ใช่นะครับ ยังเหลือเป็นส่วนอยู่ ๒๕๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ จากงบประมาณทั้งหมด จึงแปลกใจเมื่อค่าตอบแทนค่าใช้จ่ายสูงขนาดนี้ เหตุใดจึงยังไม่มีผลงานวิจัยอันเป็นที่ประจักษ์ เป็นชิ้นเป็นอันที่มีประสิทธิภาพ ในรายงานนี้ไม่มีเลยครับ ทำให้รู้สึกกังวลว่างบประมาณ ที่จัดสรรไปนี้จะสูญเปล่าหรือไม่ ไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติได้อย่าง แท้จริง แม้ว่างบประมาณกว่าครึ่งถูกใช้จ่ายกับค่าตอบแทนบุคลากรสูงมาก แต่ผลสัมฤทธิ์ ในการวิจัยกลับไม่ปรากฏเป็นรูปธรรมชัดเจน พูดง่าย ๆ คือไม่คุ้มค่า สถาบันป้องกันประเทศนี้ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ กองบัญชาการกองทัพไทย นายทหารชั้นผู้ใหญ่ต่าง ๆ มากมายเป็นกรรมการ ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นว่าถ้ามองว่า เป็นหน่วยงานที่ทำภารกิจกองทัพเกิดความทับซ้อนกันด้านภารกิจกับหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัด กระทรวงกลาโหมด้วยกันทับซ้อนกัน เพราะโครงการวิจัยในการป้องกันประเทศมีการวิจัย ลักษณะเดียวกันทุกเหล่าทัพมีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งกระทรวงกลาโหมนั้นยังมีศูนย์อำนวยการ สร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา โดยภารกิจหลักในการวิจัยพัฒนาและผลิตยุทโธปกรณ์สนับสนุน สร้างปืนใหญ่ ลูกระเบิด โรงงานผลิตปืนใหญ่ต่าง ๆ ปัจจุบันจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในสังกัด กระทรวงกลาโหมมีจำนวนถึง ๔๘ แห่ง อยู่ในสังกัดกองทัพบก ๒๑ แห่ง กองทัพเรือ ๗ แห่ง กองทัพอากาศ ๑๒ แห่ง กองบัญชาการกองทัพไทยอีก ๑ แห่ง สำนักงานปลัดกระทรวง กลาโหมอีก ๗ แห่งที่ใช้จ่ายจากงบประมาณของรัฐ จึงไม่ทราบว่าที่พูดทั้งหมดยังไม่เพียงพอ ต่อการวิจัยอีกหรือครับ ทำไมยังต้องมีสถาบันนี้อีก ยังมีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในภาคเอกชนอีกกว่า ๖๐ บริษัท ท่านประธานครับ และเมื่อได้อ่านรายงานเล่มนี้แล้ว ขึ้นตรงอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีการบันทึก ข้อตกลงว่าได้ร่วมวิจัยพัฒนาส่งเสริมกิจกรรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โครงการต่อเรือ ตรวจการณ์ไกลฝั่ง ๖ ลำ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ตกลงวิจัยพัฒนาส่งเสริมกิจการ ป้องกันระหว่างบริษัท ช ทวี มหาชน ท่านประธานครับ ทำให้เกิดข้อสงสัย เพราะบริษัท ช ทวี มหาชน นี้ค้าอาวุธกับ ๓ เหล่าทัพ มาโดยตลอดอยู่แล้วทำไมจะต้องมาวิจัย วิจัยกันไป ซื้อกันไปหรืออย่างไร ทำไมจะต้องมี อย่างนั้น ตรงนี้เป็นข้อสงสัยอย่างมากนะครับ ช ทวี มหาชนเอง พลเอก ประยุทธ์ ในสมัย คสช. ได้ซื้อรถเมล์ปรับอากาศ รถโดยสารปรับอากาศใช้เอ็นจีวี (NGV) กับบริษัท ช ทวี มหาชน ๔๘๙ คัน ในวงเงิน ๔,๒๖๑ ล้านบาท ในขณะที่มีบริษัทอื่นเสนอลักษณะเดียวกันทุกอย่าง เหมือนกัน แต่หัวหน้า คสช. ขณะนั้นไม่ซื้อ เขาเสนอวงเงิน ๓,๔๔๐ ล้านบาท ท่านประธาน ถูกกว่ากันตั้ง ๘๐๐ ล้านบาทเฉพาะตรงนี้ แต่เท่านั้นยังไม่พอเขาเสนอมาซ่อม ๕ ปี หลังจาก ๕ ปีเขาเพิ่มลดอีกเท่าตัวหนึ่งคือไม่ต้องซ่อมแล้วให้รถใหม่ไปเลย รถเก่าก็ให้ไปด้วยอีก ๔๘๙ คัน พลเอก ประยุทธ์ ไม่ซื้อ แต่ซื้อกับ ช ทวี มหาชน ซึ่งแพงกว่า ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการจัดตั้ง องค์การมหาชนแห่งนี้มีผลประโยชน์ของกระทรวงกลาโหมแอบแฝงหรือไม่ เป็นข้อน่าสงสัย อย่างยิ่ง ทับซ้อนไปทับซ้อนมา ท่านประธานจะเห็นว่าสิ่งที่ผมอภิปรายมานี้งบประมาณ ทับซ้อนกัน การวิจัยต่าง ๆ กองทัพก็มีอยู่แล้วมากมาย แต่ก็ยังจะมาตั้งสถาบันเพื่อวิจัยอีก กรรมการต่าง ๆ ทั้งหลายก็เป็นเหล่าทัพทั้งหมด ท่านทำไมจะต้องเอาเหล่าทัพมานั่งเป็น กรรมการถ้าท่านบริสุทธิ์จริง ท่านประธานครับ เป็นข้อน่าสงสัยอย่างยิ่ง ผมก็กราบเรียน ท่านประธานและกราบเรียนไปถึงท่านคณะกรรมการที่มาชี้แจงช่วยตอบให้หายสงสัยด้วย กราบขอบคุณท่านประธานครับ