วิษณุ แจงพัฒนาการพนักงานราชการ ยันต่างข้าราชการ-รับพิจารณาข้อเรียกร้อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕

วิษณุ เครืองาม ชี้แจงที่มาและพัฒนาการของระบบพนักงานราชการ พร้อมย้ำความแตกต่างจากข้าราชการเพื่อป้องกันการเปรียบเทียบโดยตรง ขณะเดียวกันได้รับข้อเรียกร้องและข้อเสนอจากพนักงานราชการเกี่ยวกับการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ เช่น เงินเดือนเต็มเพดาน การยกเว้นการสอบภาค ก การนับอายุราชการ และการมีตัวแทนในคณะกรรมการบริหาร ซึ่งรัฐบาลพิจารณาบางข้อที่สมเหตุสมผลและจะดำเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงานต่อไป

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านอัครเดช โดยเหตุที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร พนักงานราชการ หรือที่เรียกโดยย่อว่า คพร. จึงมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องที่ตรงกับกระทู้อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ พนักงานราชการขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่ง ซึ่งท่านอัครเดช ท่านเข้าใจแจ่มแจ้งดีอยู่แล้ว พนักงานราชการมันเป็นคำใหม่และระบบของพนักงานราชการนั้น ก็เป็นของใหม่มีอายุมาถึงบัดนี้ประมาณ ๒๐ ปี เพราะมันเริ่มเมื่อปี ๒๕๔๕ แต่ว่าระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะออกมารองรับเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗ ก็เป็นอันว่ามีอายุ ๒๐ ปี สมัยก่อนหน้านั้นคือก่อน ๒๐ ปีนั้นถอยไปเราไม่มีพนักงานราชการ คนที่ทำงานหลวง ทำงานรัฐนั้นมีแต่เฉพาะที่เป็นข้าราชการ เป็นลูกจ้างประจำ เป็นลูกจ้างชั่วคราว แต่ตอนหลัง เราก็มาเห็นว่าเมื่อส่วนราชการต่าง ๆ มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มบุคลากรเข้ามาทำงาน ส่วนใหญ่ก็จะหันไปขอเพิ่มข้าราชการ มันทำให้จำนวนข้าราชการมากและสูงเกินควร จังหวะนั้นเป็นช่วงเวลาที่กำลังมีการปฏิรูประบบราชการอยู่พอดีคือเมื่อ ๒๐ ปีเศษที่แล้ว ก็คิดว่ามันเป็นภาระค่าใช้จ่าย เพราะการเพิ่มข้าราชการ ๑ คนนั้นสำนักงาน ก.พ. เคยคำนวณ ว่าจะต้องใช้งบประมาณโดยประมาณ ๒๕ ล้านบาท คือจะต้องให้เงินเดือนไปจนเกษียณ แล้วก็จ่ายบำเหน็จบำนาญ แล้วก็ค่ารักษาพยาบาลอะไรยาวไปจนกระทั่งคิดเสียว่าอยู่ถึงอายุ ๘๐ ปี คนหนึ่งจะตกประมาณ ๒๕ ล้านบาท นี่คือตัวเลขเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ก็เลยมาคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเราทำไมไม่สร้างระบบใหม่ขึ้นมาเหมือนกับในต่างประเทศ จึงเกิดระบบพนักงาน ราชการขึ้น ความจริงพนักงานราชการก็คือลูกจ้างชั่วคราวนั่นเอง เพียงแต่ว่าแทนที่จะ เรียกว่าลูกจ้าง เราก็เรียกเสียว่าพนักงานราชการ เพราะว่าไปเห็นตัวอย่างกรมการศาสนา นอกจากจะมีข้าราชการ เขามีพนักงานศาสนการ ซึ่งก็ฟังดูหรูหราดีและคนที่ไปเป็น ก็พออกพอใจภูมิใจ เราก็มาคิดคำว่า พนักงานราชการ ขึ้นโดยคือลูกจ้างชั่วคราวในระบบ สัญญาจ้าง จ้างกันไม่เกิน ๔ ปี อาจจะ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปีก็ได้ แล้วมีบัญชีเงินเดือน ของตัวเอง แล้วก็ไม่มีภาระผูกพันกับรัฐ ครบ ๔ ปีก็หมดอายุสัญญา แต่ถ้าจะจ้างต่อก็ทำ สัญญาใหม่ต่อไปได้ แต่เงินเดือนมันก็จะเดินไปเรื่อยนะครับ นั่นเป็นระบบพนักงานราชการ ซึ่งนับมาถึงบัดนี้มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งถือว่ามากอยู่ ท่านประธานครับ ทางรัฐบาลได้รับทราบปัญหาที่พนักงานราชการ โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่าเครือข่ายพนักงาน ราชการไทยร้องเรียน ร้องต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ร้องต่อศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี ตรงกับสิ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอัครเดชได้ยกขึ้นว่า ขอความอนุเคราะห์จากรัฐที่จะช่วยเหลือพนักงานราชการให้มีความเติบโตเจริญก้าวหน้า ซึ่งที่จริงมีประเด็นที่ท่านขออยู่ประมาณ ๑๕-๒๐ ประเด็นด้วยกัน เรื่องนี้รัฐบาลก็ได้เอามา พิจารณาตั้งแต่เมื่อตอนต้นปีตอนได้รับเรื่อง แล้วก็ได้มีหนังสือตอบไปยังประธานเครือข่าย พนักงานราชการไทยแล้วว่าหลายข้อมีเหตุผล แต่บางข้อขอศึกษาพิจารณาก่อน เพราะเหตุว่า พนักงานราชการนั้นมันคนละอย่างกับข้าราชการ จะเอามาอนุโลมเทียบเคียงว่าข้าราชการ มีสิทธิอย่างไร พนักงานราชการก็ควรจะมีสิทธิอย่างเดียวกันนั้นคงไม่ได้ เพราะมันเป็นคนละ ระบบกัน ข้าราชการเขาอยู่ไปจนอายุ ๖๐ ปี พนักงานราชการก็อยู่ได้แค่ ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี แต่อย่างไรก็ตามครับ ๒๐ ปีที่ผ่านมาพนักงานราชการเจริญเติบโตก้าวหน้าได้สิทธิอะไร ขึ้นมาก เทียบกับเมื่อตอนเรามีพนักงานราชการใหม่ ๆ พนักงานราชการตอนนั้นไม่มีอะไรเลย แต่อยู่มา ๆ ท่านก็ได้สิทธิอะไรต่ออะไรเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านขอน่าจะมีโอกาส พิจารณาเพิ่มต่อไปได้ ตัวอย่างที่ได้เพิ่มให้แล้วในบัดนี้

ประการแรก พนักงานราชการนั้นจะมีค่าตอบแทนหรือเงินเดือนสูงกว่า ข้าราชการประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์

ประการที่ ๒ พนักงานราชการในปัจจุบันนี้มีสิทธิที่จะขอลา และเรายอมให้ สะสมวันลาไว้ได้ ขณะเดียวกันจะลาไปทำพิธีฮัจญ์ก็ได้ จะลาอุปสมบทก็ได้ ตรงนี้ก็ชักจะใกล้ กับข้าราชการเข้าไปทุกทีแล้ว ทั้ง ๆ ที่พนักงานราชการบางคนมีสัญญาจ้าง ๒ ปีเท่านั้น และไปบวชเสีย ๓ เดือน เราก็ยอมครับ ก็แปลว่าข้อ ๒ ได้สิทธิการลาเกิดขึ้นนะครับ ใหม่ ๆ ไม่ได้เลย

ประการที่ ๓ ใหม่ ๆ ไม่มีสิทธิในการแต่งเครื่องแบบใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ใช่ ข้าราชการ ไปแต่งสีกากีก็โดนจับ แต่งปกติขาวก็โดนจับ บัดนี้มีระเบียบออกมาแล้วที่จะให้ แต่งเครื่องแบบได้ โดยพนักงานราชการกระทรวงใครกระทรวงมันก็จะไปมีเครื่องแบบของ ตัวเองตามประกาศ

ประการที่ ๔ พนักงานราชการตอนใหม่ ๆ ไม่มีบัตรประจำตัว ก็เลยกลายเป็น นกมีหู หนูมีปีก ไม่รู้จะไปควักบัตรแสดงอะไรกับใครที่ไหน ก็ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชน บัดนี้ได้ออกบัตรประจำตัวพนักงานราชการให้แล้ว และที่สำคัญเหนืออื่นใดพนักงานราชการ ตอน ๔ ๕ ปีแรกไม่มีสิทธิได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ บัดนี้มีสิทธิได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ก็เป็นสิ่งที่ได้เพิ่มเติมให้มาตามลำดับ ทีนี้มันก็จะมีประเด็นที่เครือข่ายพนักงานราชการไทย ได้ขอเพิ่มอีกอย่างที่ท่านอัครเดชได้ยกขึ้น

ข้อ ๑ คือเรื่องเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่หลายคนเป็นกัน ๔ ปี แล้วก็ต่อ อายุ ๔ ปี ต่ออายุปรากฏว่าเงินเดือนมันเต็มเพดานมันก็ไปไหนไม่ได้ตันแล้ว ตรงนี้ก็มีคำขอ มาว่าควรจะมีการขยับเพดานนั้นขึ้นไป คำว่า ขยับเพดาน คือแปลว่ามีการปรับเงินเดือน ทีนี้ ในปัจจุบันนี้ข้าราชการเราก็ยังไม่มีการปรับเงินเดือนและขยายเพดาน เพราะฉะนั้นขอรับ ข้อเสนอนี้ไว้พิจารณาร่วมกับเวลาที่เราพิจารณาเรื่องการปรับเพดานของข้าราชการต่อไป แต่ว่าในระหว่างที่ยังไม่สามารถจะปรับได้เพราะงบประมาณอันจำกัดนั้นจะหาวิธีอื่น เช่น อาจจะเป็นเงินเพิ่มพิเศษอะไรต่ออะไรก็ตามที่จะช่วยเหลือให้ เหมือนกับที่บัดนี้ได้มีเงินเพิ่ม พิเศษให้ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าเงินท็อปอัป (Top up) ให้กับบางตำแหน่งไปแล้ว เช่น พนักงานดับเพลิง แพทย์ ครู หรือคนที่ทำงานในพื้นที่ทุรกันดาร เป็นต้น จะพิจารณา หลักเกณฑ์ตรงนี้เอามาใช้ประโยชน์แก่พนักงานราชการที่เงินเดือนเต็มต่อไป

ข้อ ๒ ท่านพูดถึงเรื่องการสอบ คือคนเป็นพนักงานราชการไม่ใช่ข้าราชการ แต่บางคนพอเป็นมาครบ ๔ ปี มันมีตำแหน่งข้าราชการในกระทรวงนั้นว่างเขาก็จะขอไปสอบ เป็นข้าราชการ แต่ว่าบัดนี้เขาต้องสอบภาค ก แล้วก็สอบภาค ข ทางพนักงานราชการก็ขอ ยกเว้นมาว่าเมื่อเป็นพนักงานราชการมา ๔ ปี ๘ ปีแล้วขอสอบแต่ภาค ข ยกเว้นไม่สอบภาค ก ได้ไหม ผมขอรับเรื่องนี้ไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะว่าในปัจจุบันนี้เราได้ยกเว้น ไม่ต้องสอบภาค ก ให้แล้วแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในช่วงโควิด (COVID) เพราะฉะนั้น คนที่เป็นพนักงานราชการของกระทรวงสาธารณสุขมา ๔ ปี ๘ ปี พอมีตำแหน่งราชการว่าง ก็ไปสอบเป็นข้าราชการ เราก็ยกเว้นให้เขาไม่ต้องสอบภาค ก คำถามก็เลยมีว่าถ้ายกเว้น ให้กับกระทรวงสาธารณสุขได้ ซึ่งตอนนั้นมันยกเว้นจำเป็นเพราะว่าโควิด (COVID) และเรา ต้องการบุคลากรไม่อยากให้สมองไหล ถ้ายกเว้นอย่างนี้ได้มันก็ควรจะยกเว้นให้แก่ข้าราชการ กระทรวงอื่นได้ ถ้ายังไม่อาจทำได้หมดทั้ง ๒๐ กระทรวง ก็อาจจะทำเพิ่มขึ้นกี่กระทรวงก็ตาม ตามความจำเป็น ก็ขอรับเอาไปดู

ข้อ ๓ ใคร่ที่จะกราบเรียนท่านประธานด้วยว่าตอนโควิด (COVID) ระบาด เราได้ให้สิทธิพิเศษแก่พนักงานสาธารณสุขอีกข้อหนึ่ง คนเป็นพนักงานราชการของ สาธารณสุขมา ๔ ปี หรือ ๘ ปี พอไปสอบเป็นข้าราชการได้เรานับอายุราชการ ๔ ปี ๘ ปีเดิม ไปบวกเข้ากับอายุราชการตอนเป็นข้าราชการ แต่เราทำให้กับกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ยังไม่ได้ทำให้กับคนอื่น ซึ่งต่อไปนี้จะพิจารณากันจริงจังอีกทีหนึ่งว่าจะขยายข้อยกเว้นอันนี้ ให้แก่พนักงานราชการที่ไปเป็นข้าราชการในกระทรวงอื่นด้วยได้หรือไม่ ซึ่งก็ต้องสำรวจภาระ งบประมาณว่ามันจะมีมากน้อยขนาดไหน

ข้อ ๔ ท่านพูดถึงเรื่องการโยกย้าย ในปัจจุบันนี้ใครที่เป็นพนักงานราชการ ที่ไหนต้องเซ็นสัญญากับหน่วยงานนั้นแล้วก็อยู่ตรงนั้นล่ะครับ กรมนั้น จะโยกย้ายเหมือน ข้าราชการไม่ได้ คำขอของเครือข่ายและท่านอัครเดชก็คือว่าควรจะให้มีการหมุนเวียน โยกย้ายได้ ขณะนี้กำลังพิจารณาและเตรียมที่จะนำเข้า คพร. ในไม่ช้า และลักษณะมันจะ เป็นการผ่อนคลายตรงที่ท่านอัดอั้นตันใจอยู่ คือเราอยากให้หมุนเวียนได้แต่ขอให้หมุนอยู่ ในกระทรวงเดียวกัน ข้ามกระทรวงมันอาจจะลำบาก

และประการสุดท้าย ก็คือว่า คพร. หรือคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ที่บอกว่าผมเป็นประธานนั้น สมควรจะมีผู้แทนจากทางพนักงานราชการเข้ามาด้วยหรือไม่ ตรงนี้มีความเป็นไปได้และไม่ยากเลย ก็แก้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๗ เท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ปัญหามันมีว่าเราจะไปคัดเอาคนจากที่ไหนเข้ามานั่ง จะไปเอาจาก เครือข่ายก็ไม่ได้เพราะว่าไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และมันอาจจะมีคนตั้งเครือข่าย ขึ้นมาแข่งอีกสัก ๒๐ เครือข่าย ถ้ามันเป็นสมาคม เป็นนิติบุคคล เราอาจจะเลือกเอาสมาคมนั้น มาได้ เอาเป็นว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก ซึ่งก็ขอรับไปพิจารณาต่อไปครับ