เลิศศักดิ์ ตั้งกระทู้ทวงแก้สลากแพง ชี้จัดสรรไม่เป็นธรรม วอนรัฐแก้ระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๕

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตั้งกระทู้ทวงความคืบหน้าการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งราคาแพง ระบุแม้รัฐบาลใช้มาตรการต่างๆ ทั้งการเพิ่มจำนวนสลาก มาตรา 44 และส่งเสริมสลากดิจิทัล แต่ปัญหายังคงอยู่จากระบบจัดสรรที่ไม่เป็นธรรม ทำให้สลากถูกนำไปขายต่อในตลาดจนราคาสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสไม่ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม และการเน้นปราบปรามออนไลน์แทนการแก้ต้นเหตุกลับกระทบผู้ค้ารายย่อย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ยั่งยืน และไม่ซ้ำเติมเศรษฐกิจฐานราก โดยให้ชะลอการเพิ่มสลากดิจิทัลชั่วคราวเพื่อทบทวนนโยบายให้เป็นธรรม

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ ในการตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องของการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ที่กรุณามา ตอบคำถามของกระผมแทน ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าเหตุที่ผมต้องตั้งคำถามถึง ท่านนายกรัฐมนตรีเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการ แก้ไขปัญหาสลาก ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่รัฐบาล คสช. เริ่มต้นในการตั้งเงื่อนไขในการแก้ไขปัญหา สลากแพง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันท่านก็ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วก็มี ความพยายามในการแก้ไขปัญหาสลากแพง จนกระทั่งมีการออกสลากในรูปแบบที่เรียกว่า สลากดิจิทัล (Digital) ซึ่งกระผมเองต้องขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนที่ได้มีโอกาส ซื้อสลากในราคา ๘๐ บาท จริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่ของทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วก็รัฐบาลเองที่ต้องพยายามทำให้ประชาชนโดยทั่วไปได้ซื้อสลากในราคาที่เหมาะสม แต่ต้องกราบเรียนครับว่าการขายสลากในรูปแบบดิจิทัล (Digital) นั้น นักวิชาการหรือผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของสลากกินแบ่งรัฐบาลเขามองไม่ต่างจากนี้ หรอกครับว่านี่คือวิธีการที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุด แต่ก็ไม่อยากให้มีการใช้วิธีนี้เพราะจะส่งผล กระทบมหาศาล ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงกับประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง และส่งผลกระทบกับ เศรษฐกิจฐานรากของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน เขาจึงอยากให้รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา ด้วยเหตุด้วยผลในรูปแบบอื่นก่อน เพื่อให้พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปได้ซื้อสลากในราคา ที่เหมาะสม ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานให้เห็นถึงพัฒนาการของ การแก้ปัญหาสลากแพงของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. จนถึงปัจจุบัน ในครั้งนั้นปี ๒๕๕๗ จำนวนสลากมีอยู่เพียงแค่ ๓๗ ล้านใบ ปัจจุบันนี้ เพิ่มจำนวนสลากมาเป็น ๑๐๐ ล้านใบ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสลากแพงได้ ในครั้งนั้นมีการ ออกมาตรา ๔๔ มากำหนดโทษผู้ขายสลากเกินราคา บังคับไม่ให้ขายสลากเกินราคาก็ยัง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ มีการยกเลิกที่เรียกว่า ๕ เสือกองสลาก รัฐบาลมองว่าเป็นผลงาน ชิ้นโบว์แดง แต่ยกเลิก ๕ เสือกองสลากไปแล้วกลับไปเพิ่มเสือตัวใหม่อีกจำนวนมากครับ เพราะรัฐบาลไปเพิ่มปริมาณสลากให้กับหน่วยงานที่เรียกว่าองค์กรการกุศลนิติบุคคล จำนวน ถึง ๓๓ ล้านใบ ท่านประธานครับ การเพิ่มจำนวนให้กับองค์กรการกุศล ๓๓ ล้านใบ แน่นอนว่า เป็นประโยชน์กับผู้ที่เป็นผู้พิการหรือผู้ที่ด้อยโอกาส แต่ในความเป็นจริงแล้ว ๓๓ ล้านใบ ที่จัดสรรไปบางหน่วยงานรับสลากไปแล้วกลับไม่ไปกระจายให้สมาชิกเพื่อไปขายต่อ กลับกลายเป็นเอาสลากทั้งจำนวนไปขายผ่านยี่ปั๊ว นี่ก็เป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้ราคาสลากแพง ขออนุญาตฝ่ายโสตขึ้นชาร์ต (Chart) ครับ รบกวนขยายให้ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ทั้งหมด ๙๐๐ กว่านิติบุคคล แล้วก็องค์กร บางแห่งได้รับสลากถึง ๑๒,๐๐๐ เล่ม ในแต่ละงวดนะครับ ๑๒,๐๐๐ เล่มไปกระจายออก อยู่ในตลาดทำให้ราคาสลากแพงนี่คือต้นเหตุหนึ่ง และผมต้องกราบเรียนว่ายังมีผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสอีกจำนวนมากที่มีความต้องการที่จะประกอบอาชีพค้าสลากแต่ไม่ได้รับการ จัดสรรจากองค์กรหน่วยงานนั้น ๆ ที่ได้รับสลากไป ก็ต้องไปหาซื้อสลากมาขายต่อ แบบนี้ล่ะ คือความเสียหายที่รัฐบาลเองเพิกเฉยละเลยไม่เข้าไปแก้ไขปัญหา และที่สำคัญรัฐบาล ที่ผ่านมานั้น โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลยังไปเพิ่มเม็ดเงินอีกก้อนหนึ่งที่ผมบอกว่า เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล ผลประโยชน์อันนี้ที่เรียกว่าเงินค่าบริหารจัดการ ๒ เปอร์เซ็นต์ งวดหนึ่ง ๕๒ ล้านบาทเศษ ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรให้กับหน่วยงานที่เรียกว่า องค์กรนิติบุคคลต่าง ๆ แล้วถามว่า ๕๒ ล้านบาทเศษ เงิน ๒ เปอร์เซ็นต์นี้ไปตกอยู่ในมือใครบ้าง มีคนได้รับ ผลประโยชน์มหาศาลนี้ตลอด ๘ ปีที่ผ่านมาครับ และในที่สุดความพยายามในการแก้ไข ปัญหา จนกระทั่งมาถึงครั้งล่าสุดที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งท่านอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาสลากแพง รวมถึง ให้นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็นประธานอนุกรรมการในการตั้งชุดเฉพาะกิจแล้วออกไปบุกจับ แพล็ตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) บอกว่าเขาเป็นต้นเหตุของราคาสลากแพง สุดท้าย ศาลตัดสินว่าแพล็ตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) ไม่ผิด ซึ่งจริง ๆ แล้วแพล็ตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) นี้ที่เอาสลากไปขายเขาไม่ผิดหรอกครับ แต่สาเหตุที่สลากแพง คือแพล็ตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) ไปกว้านซื้อสลากในตลาดครับ ไปกว้านซื้อมา ไปแย่งซื้อในราคาที่สูงแล้วก็เกิดเป็นต้นเหตุให้สลากแพง อันนั้นละครับที่เป็นเหตุของปัญหา ที่รัฐบาลไม่พูดถึง แต่ไปใช้อำนาจในการบุกจับเขาแล้วศาลก็ตัดสินว่าไม่ผิดครับ นั่นละครับ จนสุดท้ายแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ก็เลือกใช้วิธีการขายผ่านออนไลน์ (Online) ที่เรียกว่า โครงการสลากดิจิทัล (Digital) ท่านประธานครับ ผมยินดีกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ที่ได้ซื้อ สลากในราคาที่เหมาะสม สมควรอยู่แล้วครับ แต่ว่าในการขายสลากดิจิทัล (Digital) นั้นยังมี ประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่เพราะมันส่งผลกระทบกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง รัฐบาลไม่ได้ดูแลเลยครับ เขาเป็นผู้ค้าสลากประกอบอาชีพอิสระ หาเช้ากินค่ำ รายได้น้อย กำลังจะได้รับผลกระทบ อย่างร้ายแรง ซึ่งผมกราบเรียนว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยดูแลเลยตรงนี้ อยากซื้อสลากมาขายครับ เป็นอาชีพอิสระ แม้กระทั่งนักเรียนนักศึกษาที่เรียนจบแต่ไม่มีงานทำก็หันมาประกอบอาชีพ อิสระเขาผิดด้วยหรือครับ ดังนั้นผมจึงอยากเรียกร้องทางรัฐบาลผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า อยากให้ชะลอการเพิ่มจำนวนสลากที่จะขายผ่านระบบดิจิทัล (Digital) ไว้ก่อน แล้วรัฐบาล พยายามไปแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมในเหตุของปัญหาเพื่อไม่ให้สลากแพง ประชาชนทั่วไปก็จะได้ ซื้อสลากในราคาที่เหมาะสม ดังนั้นผมอยากจะให้ท่านประธานได้เข้าใจในส่วนของเหตุ ของสลากแพงแล้วไปแก้ปัญหาให้มันตรงจุด ผมขอเรียนถามครับ