อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ชี้แจงปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และอาหาร ที่ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนรายได้น้อย พร้อมเสนอมาตรการรับมือทั้งระยะสั้น เช่น การลดภาษีน้ำมันและตรึงราคา ก๊าซ ควบคู่กับการผลักดันพลังงานทางเลือกและพลังงานทดแทนในระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ในวันนี้ครับ ก่อนอื่นก็ต้องกราบขออภัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ผมติดภารกิจจริง ๆ ในต่างจังหวัด ก็ต้องขออนุญาตเลื่อนมาในวันนี้นะครับ
ในประเด็นคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นก็ได้เกริ่นนำในเรื่องของ ภาวะเงินเฟ้อที่ค่อนข้างสูงอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะตัวเลขในเดือนพฤษภาคม จริง ๆ ก็ครอบคลุม หมดนะครับ เราทราบกันดีว่าปัจจัยในเรื่องของเงินค่าครองชีพนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากอะไร หลัก ๆ ก็จะมีอยู่ ๒ ๓ ตัว ก็คือเรื่องของราคาน้ำมันแพง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะไป กำหนดได้ว่าในราคาน้ำมันดิบโลกนั้นมันจะขึ้นมากน้อยแค่ไหน จะลดลงเมื่อไร เพราะฉะนั้น ประเด็นในเรื่องของการที่จะไปคาดเดาว่าสถานการณ์สงครามในยูเครน-รัสเซียนั้น จะยืดเยื้อ หรือไม่ยืดเยื้อและจะส่งผลในเรื่องของราคาน้ำมันต่อเนื่องเป็นเวลานานมากน้อยแค่ไหน เราก็คาดเดาไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควรจะต้องพิจารณาว่าในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวนั้น เราควรจะทำอะไรนะครับ
ส่วนที่ ๒ ก็เป็นในเรื่องของอาหาร ก็จริงอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้สักครู่นี้ ถ้าหากเราไปดูในเรื่องของผลการสำรวจค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในกลุ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดีไซน์ (Design) ที่ต่ำสุด บอตทอมเท็น (Bottom Ten) จริง ๆ หมวดอาหารนี้ก็สูงที่สุด เรียกว่า คนยากคนจนนั้นก็ใช้จ่ายไปในเรื่องของอาหารมากที่สุดประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของสัดส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของก๊าซหุงต้ม กับอีก เรื่องหนึ่งก็เป็นเรื่องของค่าเดินทางก็มีตัวน้ำมันทั้งดีเซล ทั้งแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ที่ท่านได้ กล่าวถึง ก็แน่นอนที่สุดว่าคนยากคนจนก็คงจะใช้จักรยาน จักรยานปกติก็ใช้กันในแถบชุมชน ใกล้เคียง แต่ว่าใช้จักรยานยนต์ก็ค่อนข้างเยอะนะครับ อันนี้ก็คงได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้น คำถามว่าเรามีแผนสำรองอย่างไร ผมก็อยากจะเรียนว่าในขณะนี้นั้นก็คงจะ ๒ เรื่องหลัก ๆ ก็คือในระยะสั้นนั้นจะทำอย่างไร แล้วก็ในระยะยาวนั้นจะทำอย่างไร ในระยะสั้นนั้น ก็ได้ดำเนินการมาตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือทางการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการในเรื่องของการลดภาษีน้ำมันดีเซล ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีรถที่มีราคาแพง รถเบนซ์ที่ใช้ ดีเซลอยู่บ้าง แต่ว่าเมเจอร์ริตี (Majority) นั้นก็คงจะเป็นรถบรรทุก รถพิกอัป (Pickup) รถอะไรต่าง ๆ พวกนี้ที่เป็นต้นทุนในเรื่องของการเดินทางกับเรื่องของค่าขนส่ง ซึ่งก็จะไป กระทบในเรื่องของดัชนีราคาค่าครองชีพ เพราะฉะนั้นในเรื่องเครื่องมือนั้น ในเรื่องของ มาตรการภาษีนั้นก็ได้มีการช่วยเหลือแม้ว่าอาจจะไม่เห็นในเรื่องของราคาน้ำมันที่ลดลงจาก การลดภาษีก็ตาม แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่าเรามีในเรื่องของกองทุนน้ำมันที่เป็นกองทุนรักษา เสถียรภาพทางด้านราคาอยู่ ซึ่งเราก็ทราบดีว่ากองทุนขณะนี้นั้นก็อุดหนุนในเรื่องของราคา น้ำมันดีเซลนั้นค่อนข้างมาก ปัจจุบันนี้ผมเข้าใจเอาเองครับว่าตัวเลขที่ได้รับทราบก็คงจะ ประมาณสัก ๑๐ ถึง ๑๑ บาทอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าหากเราอุดหนุนไปอย่างนี้ตลอดก็เกินฐานะ กองทุนที่จะรับได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาว่าที่ผ่านมานั้นถึงได้มีมาตรการในเรื่องของการ ยกระดับในการตรึงราคาขึ้นมา ซึ่งจริง ๆ แล้วในราคาน้ำมันที่ยกระดับขึ้นมานั้นก็ยังไม่สูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา ยกเว้นประเทศที่ส่งออกน้ำมัน อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นมาตรการในเรื่องของการใช้กองทุนน้ำมันในการพยุงราคาหรือว่าการตรึงราคานั้น ก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็เรื่องของมาตรการในเรื่องของการลดภาษีนั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าเราลดให้กับน้ำมันที่ใช้เป็นส่วนใหญ่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามในประเด็น ในเรื่องของการลดภาระภาษีตรงนี้ก็มีต้นทุน ต้นทุนทางด้านรายได้ของภาครัฐเอง ซึ่งถ้าหาก เราดูตัวเลขในช่วงที่เราลดให้ ๓ บาท แล้วก็ ๕ บาทต่อเนื่องมานั้น เราก็สูญเสียรายได้ไป ในส่วนนี้ก็ประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามใน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เสียไปนั้น ตรงนี้เราก็ดูในเรื่องของฐานะ ในเรื่องของการจัดเก็บรายได้ว่าเรามีกำลัง เพียงพอไหม เพราะมันจะต้องเป็นเงินงบประมาณที่เราใช้ในปีปัจจุบัน จากการประมาณการ รายได้เราก็อยู่ในฐานะที่ยังพอไปได้ ยังพอไปได้ถึงได้มีมาตรการในระยะสั้นเป็นช่วงระยะเวลา ๒ เดือนบ้าง ๓ เดือนบ้าง แล้วก็ประเมินสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดนะครับ อันนี้ก็เป็น ตัวอย่างหนึ่งนะครับ ส่วนในเรื่องของการที่จะพยุงราคาหรือการตรึงราคาต่อไปนั้นก็ขึ้นอยู่ กับขีดความสามารถในการกู้ยืมเงินของกองทุนน้ำมันบวกกับในเรื่องของการเจรจาต่อรอง กับในเรื่องของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานก็ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ก็คงจะมีความก้าวหน้าในวันสองวันนี้ นั่นก็เป็นในเรื่องของระยะสั้น เราก็ใช้ทุกเครื่องมือ ในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ แม้กระทั่งในเรื่องของก๊าซหุงต้ม เรื่องของเอ็นจีวี (NGV) นั้นก็ยัง ตรึงราคาอยู่ ก๊าซหุงต้มอาจจะต้องขยับในเรื่องของราคาขึ้นไปบ้างนะครับ อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่ง ที่อยากจะเรียนว่าในอดีตนั้นในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจปกตินั้นเราไม่ค่อยได้ปรับราคากันเท่าไร เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดภาวะช็อก (Chock) ขึ้นมาอย่างนี้การที่จะปรับราคาก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะว่าเป็นเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมมาจากในเรื่องของสถานการณ์โควิด (COVID) ส่วนในระยะต่อไปนั้นผมคิดว่าหลัก ๆ ที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ก็คงจะเป็นมาตรการ ในเรื่องของเอนเนอร์จี ทรานซิชัน (Energy Transition) ก็คือการที่จะปรับเปลี่ยนเรื่องของการพลังงานนั้นไปสู่ในรูปแบบที่ไม่พึ่งพาในเรื่องของ พลังงานจากฟอสซิล (Fossil) ส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นมาตรการในเรื่องของรถยนต์อีวี (EV) อันนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าก็เป็นเรื่องหนึ่งนะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้นก็จะเป็นเรื่องของการใช้ พลังงานทดแทน อันนี้อาจจะมองดูว่ายาวไปแต่ก็เรียนว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องซีเรียส (Serious) กับในเรื่องของแหล่งพลังงานทดแทนนะครับ ซึ่งก็มีกิจการหลายกิจการที่พร้อม ที่จะใช้รีนิวเอเบิล (Renewable) หรือว่าพลังงานจากโซลาร์ (Solar) โดยที่ไม่ผ่านการ ซื้อขายในระบบกริด (Grid) ของเราก็มีนะครับ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ ๓ นั้นผมคิดว่า ในเรื่องของคอนทินเจนซีแพลน (Contingency Plan) เรื่องมาตรการในเรื่องของประหยัด พลังงานก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน ขณะนี้เราอาจจะมีมาตรการจากทางรัฐบาลออกมา แต่ก็ต้องเป็นมาตรการที่ต้องร่วมมือกันนะครับ มีประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียนว่าบางทีในเรื่อง ของการที่จะประหยัดพลังงานนั้นอาจจะต้องไปดูให้มันถูกกลุ่มถูกก้อน เพราะว่าในช่วงที่ เศรษฐกิจของเราที่กำลังจะฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเราก็ไม่อยากไปแตะเบรก เพราะฉะนั้น บางส่วนนั้นก็อาจจะจำเป็นในการที่จะต้องผ่อนคลายไปบ้าง แต่ว่าในเรื่องของการจำกัด ในเรื่องของการช่วยเหลืออย่างมีทาร์เกต (Target) หรืออย่างมีเป้าหมาย หรือพุ่งเป้า ตรงนี้ ก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกนะครับว่าเราอาจจะขีดเส้นเพื่อให้มันครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือ ที่ลงไปถึงกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้นครับ