จิรัฏฐ์ ชี้ กสทช. ควรชี้แจงเหตุผลควบรวมทรู-ดีแทค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของ กสทช. ที่อนุญาตให้เกิดการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทค โดยตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบ ความโปร่งใสของกระบวนการ และการใช้อำนาจของประธาน กสทช. ที่ตัดสินด้วยการโหวตสองเท่า ทั้งที่มีความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ของประชาชนจากการลดการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วาระของการรายงานผลการปฏิบัติงาน อย่างที่กำลังพิจารณากันอยู่นี้ก็เป็นวาระที่สำคัญสำหรับทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรที่มีหน้าที่ จะต้องมารายงานสภาตามกฎหมาย แล้วผมก็เสียดายจริง ๆ ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีจริง ๆ ที่กรรมการ กสทช. จะได้มาชี้แจงกับพี่น้องประชาชนถึงกรณีที่มีการปล่อยให้เกิดการ ควบรวมกิจการระหว่างทรู (True) กับดีแทค (dtac) ท่านน่าจะมาชี้แจงว่าเหตุผลที่ท่านมีมติ แบบนั้นมันคืออะไรทำไมท่านถึงคิดแบบนั้น แล้วประชาชนจะเสียประโยชน์อะไรบ้าง มีมาตรการรองรับอะไรบ้าง นี่เป็นโอกาสที่ดีเลย ท่านน่าจะมานะครับ ถ้าท่านไม่ชี้แจงที่นี่ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะไปชี้แจงที่ไหน เพราะว่าท่านยังไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย คลื่นความถี่อย่างที่ หลายท่านอภิปรายไปแล้วว่ามันเป็นสมบัติของชาติประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ เราถึงต้องเสียงบประมาณปีละ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้องค์กรที่ชื่อว่า กสทช. มาทำ หน้าที่ดูแลบริหารจัดการแล้วก็ทำให้มันเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมากที่สุด เมื่อปลายปีที่แล้วทรู (True) ดีแทค (dtac) เขาแจ้งว่าจะมีการควบรวมกัน แน่นอนว่า ถ้าผู้ประกอบการเครือข่ายสัญญาณมือถือมันลดลงจาก ๓ เหลือ ๒ ประชาชนก็เหลือชอยซ์ (Choice) แค่ ๒ ตัวเลือกเอง แบบนี้อย่างไรก็เสียประโยชน์อยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะทางใดทาง หนึ่งประชาชนมีความเสี่ยงจะเสียประโยชน์สูง แล้วก็ไม่ว่าจะการศึกษาที่ไหนก็ตามก็ให้ผล ไปในทางเดียวกันว่าประชาชนจะเสียประโยชน์ นี่ไม่ใช่หรือที่เราถึงต้องมี กสทช. ผมคิดว่า หน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนในเหตุการณ์แบบนี้ท่านน่าจะออกมา แสดงตัวหน่อย เรากำหนดให้กรรมการ กสทช. มีเงินเดือนตั้ง ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท มีค่ารับรองสารพัด รถประจำตำแหน่ง เงินเดือนมากกว่านายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ถึงเวลา ที่ท่านควรจะออกมาแสดงความรับผิดชอบ ท่านกลับออกมาเต้นแล้วก็ตีระนาดอยู่กับคำว่า อำนาจ อยู่ดี ๆ ก็มาสงสัยว่าตัวเองมีอำนาจหรือเปล่า คือคนทั้งประเทศเขาดูออกว่านี่มันก็ เต้นไปเรื่อย ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจหรือเปล่า ผมก็ไม่เข้าใจว่ามาสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ทำไม ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจหรือเปล่า ไม่มั่นใจ กลัว ลาออกก็ยังทันก่อนจะมีการลงมติ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาควบรวมกันแบบนี้ หรือไม่ออกเสียง ทำแบบนี้เท่ากับตัดอำนาจตัวเองเลย ท่านบอกว่าท่านสงสัยว่ามีอำนาจหรือเปล่า ประชาชนก็สงสัยว่าท่านทำงานให้ใครกันแน่ เคยเห็นแต่หน่วยงานรัฐเขาพยายามที่จะเบ่งตัวให้ตัวเองใหญ่พยายามที่จะมีอำนาจ ในทุก ๆ เรื่องเลย นี่กลับทำตัวให้เล็กลงตัดอำนาจตัวเองออก อยู่ดี ๆ ก็พยายามที่จะไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นว่านี่ไม่เกี่ยวกับเขานี่เป็นเรื่องของเอกชน ไม่ใช่ครับ สัมปทานเป็นของท่าน นี่ล่าสุด ก็มีการบอกว่าอำนาจตัวเองเอาไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกได้ คือผมก็ยังงงอยู่ว่าถ้าท่านไปยุ่ง กับสัญญาณของการถ่ายทอดสดนี่ผมเข้าใจ แต่ท่านไปยุ่งกับลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกผมคิดว่า ไม่น่าจะเกี่ยว ทีอย่างนี้ไม่สนใจเลย ทีนี้ไม่สงสัยบ้างหรือ มีอำนาจหรือเปล่า ทำไมทีอย่างนี้ไม่ถามกฤษฎีกา ถามกฤษฎีกาด้วยสิครับ ตอนออกกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) อะไรหรือว่าตอนที่จะไปปิด ช่องข่าวเขาก็อำนาจใหญ่โต ถึงเวลาเรื่องนี้ไม่มีอำนาจเสียอย่างนั้น ผู้สมัครมาทำหน้าที่ กรรมการ กสทช. มีตั้ง ๗๘ คน ๗๘ คนนะครับ ผมถามหน่อยว่าวุฒิสภาคัดสรรกันอย่างไร คัดสรรอะไรมา เห็นคัดสรรกันตั้งหลายรอบด้วยกว่าจะได้มากระบวนการก็ไม่เคยจะเปิดเผย ลงมติก็ลงแบบลับ แล้วสุดท้ายก็ได้คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีอำนาจหน้าที่อะไรมาเป็นกรรมการ กสทช. ตามข่าวกรรมการ กสทช. ประชุมกันอยู่ ๑๑ ชั่วโมง มีมติ ๓ ต่อ ๒ รับทราบ การควบรวมทรู (True) ดีแทค (dtac) รับทราบการควบรวมก็เท่ากับอนุญาตนั่นแหละครับ แต่ถ้าผลโหวตเสมอกัน ๒ : ๒ แล้วตัวประธานกรรมการฟันธงคนเดียวเลยโดยการดับเบิล (Double) โหวตว่าจะให้เขาควบรวมกันได้อย่างนี้ไม่ใช่แค่อนุญาต อย่างนี้มันสนับสนุน ผมเล่านิดหนึ่งกรรมการมี ๕ ท่านในวันนั้น งดออกเสียงไปท่านหนึ่ง อีก ๒ ท่านไม่เห็นชอบ ให้มีการควบรวม ก็คือท่านพิรงรองกับท่านศุภัชที่ภายหลัง ๒ ท่านก็ออกมาชี้แจงว่าเหตุผล ในการโหวตไม่เห็นด้วยคืออะไร แล้วก็ ๒ ท่านสุดท้ายก็คือท่านต่อพงษ์ที่เข้ามาในโควตาของ ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย อีกคนก็คือตัวท่านประธานเอง ท่านประธาน กสทช. ท่านศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ที่โหวตว่าการควบรวม ครั้งนี้ไม่ถือว่าเป็นการถือครองธุรกิจในประเภทเดียวกัน ก็แปลว่าเห็นชอบนั่นแหละให้มีการ ควบรวม ผลเลยออกมาเป็นเสมอ ๒ : ๒ เสมอ ๒ : ๒ ทำอย่างไร ประธานก็ใช้อำนาจตัวเอง ดับเบิล (Double) โหวต แล้วก็ไม่เปลี่ยนความคิดเลย ฟันธงไปเลยว่าอนุญาต ผมเข้าใจ ๑๑ ชั่วโมงมันนาน ก็คงจะเพลียแล้วแหละก็ตรง ๆ ชัด ๆ กันไปเลยจะได้จบ ๆ แต่แบบนี้ ประชาชนเสียประโยชน์ใครรับผิดชอบ ท่านจะชี้แจงอย่างไร ผมเลยเสียดายว่าทำไมวันนี้ ท่านถึงไม่มา เพราะว่าองค์กรอิสระอื่น ๆ เขาก็ให้กรรมการมา ป.ป.ช. ประธานมาเองเลย ที่วุฒิสภา แล้วท่านไปไหนกัน นี่เป็นโอกาสเดียวและโอกาสที่ดีที่สุดด้วย อีกอย่างหนึ่ง ตัวท่านประธาน กสทช. เอง ท่านประธานกรรมการท่านก็เคยทำหน้าที่ในรัฐสภา ในฐานะ สนช. ในยุคที่ คสช. แต่งตั้งเข้ามา ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ไว้ชี้แจงกับพี่น้อง ประชาชนโดยตรงเลย ท่านชี้แจงที่ไหนไม่ดีเท่าที่นี่อีกแล้ว ทำไมถึงไม่มาผมไม่เข้าใจ ส่วนกรรมการที่งดออกเสียงท่านก็ควรจะต้องมาชี้แจง ทำไมต้องงดออกเสียง ท่านตัดอำนาจ ตัวเองทำไม เราให้อำนาจท่านไปแล้ว แถมจ้างให้ด้วย จ้างรายเดือนด้วยให้ไปใช้อำนาจ แต่ไม่ยอมใช้เพราะอะไร สุดท้ายประชาชนเสียประโยชน์ใครรับผิดชอบ ผมมีเรื่องอยากฝากถึง กรรมการ กสทช. เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ