จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตั้งคำถามต่อกรรมาธิการเกี่ยวกับการรับรองเอกสารการประชุมอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อ ซึ่งอาจเปิดช่องให้ประชาชนที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตถูกกีดกันและเอื้อประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองเฉพาะกลุ่ม โดยเรียกร้องให้ชี้แจงเกณฑ์การตรวจสอบยืนยันตัวตนที่ชัดเจน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมอ่านตามมาตรา ๘ ที่ยกเลิกไปและเขียนขึ้นมาใหม่ เป็นมาตรา ๘/๑ ยังมีข้อกังขาที่จะสอบถามท่านคณะกรรมาธิการว่าเรื่องของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองเอกสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ว่ามันมีความพร้อมมากน้อย ขนาดไหน เพราะว่าในรายละเอียดที่ท่านเขียนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าต้องมีเอกสาร ตามมาตรา ๙ (๑) (๒) และลงลายมือชื่อ และส่งไปยังสถานที่หรือผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้เชิญชวนกำหนดไว้ในหนังสือเชิญชวนหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่ง ไปดูวรรค ต่อมา ในกรณีที่กระทรวงมหาดไทยหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีระบบเทคโนโลยี สารสนเทศที่สามารถยืนยันตัวบุคคลและตรวจสอบผู้มีสิทธิเข้าชื่อได้ การเข้าชื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศดังกล่าวให้กระทำได้โดยไม่ต้องลง ลายมือชื่อ แต่ท่านช่วยอธิบายหน่อยว่าสมมุติว่าผมจะถอดถอนนายก อบต. อบจ. สัก ๑ คน ผมใช้บัตรประชาชนผม แล้วผมสแกน (Scan) แล้วผมก็ดาวน์โหลด (Download) เข้าไป ในระบบท่าน ผมถามว่าในระบบการตรวจสอบว่าคนที่ดาวน์โหลด (Download) เข้าไปนั้น ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ถ้าผมไปใช้ร้านอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ ยกตัวอย่างผมไปปากซอยแล้วผมก็สแกน (Scan) เป็นไฟล์ พีดีเอฟ (File PDF) ไป แล้วผมก็ เอาธัมบ์ไดร์ฟ (Thumb Drive) ยูเอสบี (USB) ไปส่ง ผมเปลี่ยนสัก ๑๐ เครื่อง เครื่องละ ๑๐ คน แล้วก็นับตามจำนวนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งครบตามองค์ประกอบในมาตรา ๗ ต่อเนื่องมาตรา ๘ และมาตรา ๙ ผมจึงเกิดข้อสงสัยว่าตกลงกฎหมายฉบับนี้ทำกันมาเพื่ออะไร ดูเหมือนจะเปิด สิทธิให้กับประชาชนในการตรวจสอบถ่วงดุลนักการเมืองท้องถิ่น แต่เอาเข้าจริง ๆ ท่านกำลัง จะเปิดโอกาสให้ผู้มีอิทธิพลที่อาจจะแพ้ในเกมการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นแต่มีอำนาจเงิน มากกว่าแต่ประชาชนไม่รัก สามารถใช้องคาพยพต่าง ๆ ในระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันนั้นเข้าถึงได้อย่างง่าย ผมจึงถามท่านกรรมาธิการว่าในมาตรา ๙ ที่ล้อกับมาตรา ๘/๑ ที่ท่านบัญญัติขึ้นมาใหม่นี้ (๑) ท่านเขียนบอกว่าบัญชีรายชื่อผู้ขอเข้าชื่อต้องมีชื่อ ชื่อสกุล เลขบัตรประชาชน แล้วก็เขียนข้อความอย่างน้อยระบุเข้าชื่อเพื่อถอดถอนชื่อและนามสกุล ของผู้ถอดถอน อาจจะเป็นนายจุก นายแกละก็ใส่เข้าไปในทุก ๆ หน้า ผมถามตรงไปตรงมา ว่าในระบบการเมืองท้องถิ่น ผมไม่พูดถึงกรุงเทพมหานคร ท่านคิดได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ใน ท้องถิ่น ในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัด เขามีระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างที่ท่านได้ เขียนบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ท่านช่วยอธิบายด้วยครับ นอกจากนี้ครับ ต่อเนื่องไปที่ (๑) ของมาตรา ๙ การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนระบุชื่อต่าง ๆ แต่เป็นบัตรประชาชนของจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่จะร้องนายก อบต. จุก นายก อบจ. แกละ ผมถามว่าในมาตรา ๘ ที่ท่านบัญญัติ ขึ้นมาใหม่นี่ท่านปานประหนึ่งว่าท่านกำลังจะถอดถอนสมาชิกสภากรุงเทพฯ ซึ่งอินเทอร์เน็ต (Internet) วายฟาย (WiFi) ทั้ง ๕๐ เขต ในกรุงเทพมหานครมีพร้อม คำถามที่ผมอยากจะ สอบถามต่อไปก็คือว่าเมื่อไปดูในมาตรา ๘/๑ การเชิญชวนผู้มีสิทธิให้เข้าชื่อร่วมเข้าชื่อครบ จำนวนตามมาตรา ๗ แล้ว จะกระทำเป็นหนังสือหรือเชิญชวนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ หมายความว่าถ้าเกิดมีคนลงทุนขึ้นมาอยากจะคว่ำนายก อบต. จุก นายก อบจ. แกละ แล้ว ทำเป็นหนังสือชี้ชวนหรือเป็นเอกสารพับแบบตอบรับส่งไปยังบ้านเลขที่ต่าง ๆ ซึ่งบริษัทต่าง ๆ ของเอกชนผมยกตัวอย่างสามารถส่งถึงตามทะเบียนบ้านของผู้ที่มีถิ่นพำนัก อยู่ที่นั่นได้อยู่แล้ว ท่านรับรองได้อย่างไรว่าเวลาตอบกลับมานั้นลายเซ็นของคนนั้นจริงไหม หรือเป็นลายเซ็นของคนที่เป็นแกนนำหมู่บ้าน แล้วไปรับเงินของอีกหมู่บ้านหนึ่ง ของนักการเมืองท้องถิ่นอีกคนหนึ่ง ไปรวบรวมประชาชนในหมู่บ้านของตัวเอง เอาสัก หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐ คน แล้วก็เซ็นลายมือแทน แล้วก็ส่งกลับไปยังท่าน แล้วท่านก็เข้าชื่อ รวบรวมให้ถึงตามจำนวน ท่านช่วยรับรองตรงนี้ให้ชัดเจนหน่อยนะครับ เพราะไม่อย่างนั้น พวกผมในฐานะฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ผมไม่เห็นด้วยครับ มันเหมือนเป็นการเปิดช่องทาง ไปให้คนขี้แพ้บางคน ขออภัยครับ ขอถอนคำว่า ขี้แพ้ คนที่ไม่ชนะการเลือกตั้งบางคนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พอท่านไปเขียนต่อเนื่องที่ผมย้ำก็คือในกรณีที่ กระทรวงมหาดไทย ปกครองท้องถิ่นมีระบบเทคโนโลยี ในกรณีที่มี แล้วถ้าในกรณีที่ไม่มี ท่านตอบอย่างไร หมายความว่าเกิดความเหลื่อมล้ำของ อบต. อบจ. กว่า ๕,๐๐๐ หมู่บ้าน ๖,๐๐๐ หมู่บ้านในประเทศนี้ ในกรณีที่กระทรวงมหาดไทยหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หมู่บ้านเพื่อนผมอยู่บนโคกอีต่อง อยู่บนภูเขาสูง แค่เน็ต (Net) ประชารัฐทุกวันนี้ก็เปิดวิ้ง วิ้ง วิ้ง ต้องไปนั่งอยู่หน้าที่ทำการ ท่านเขียนปลายเปิดลักษณะ เช่นนี้ท่านอธิบาย ๒-๓ ประเด็นว่าในทางปฏิบัตินั้นสามารถเป็นไปได้หรือไม่ และนอกจากนี้ กระทำได้โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อ เมื่อสัก ๔-๕ เดือน ท่านประธานครับ เราพิจารณา กฎหมายสำคัญก็คือเรื่องของการรับรองการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรายังต้อง แสดงตน ถูกแคปเจอร์ (Capture) หน้าจอไปตั้งเบิกเบี้ยเลี้ยง รับรองว่าไม่มีคนอยู่ในห้อง ไม่มีใครเอามีด เอาปืนจี้อยู่ข้างหลังให้ลงมติ แต่ถ้าท่านเขียนเช่นนี้กระทำได้โดยไม่ต้องลง ลายมือชื่อ ท่านเปิดโอกาส เปิดช่องให้คนที่เข้าถึงเทคโนโลยีสามารถทำได้มากกว่าใช่หรือไม่ ประชาชนผู้ต่ำต้อยติดดินที่ไม่มีเน็ต (Net) ของรัฐบาล ที่คุยโวมานักหนา ๔ ปีว่าจะมีอย่างโน้น อย่างนี้ เขาต้องไปเสียแพ็กเกจ (Package) รายเดือน ๖๙๙ บาท ๓๙๙ บาท ให้กับเน็ต (Net) เอกชนอยู่ เพราะฉะนั้นคนที่เข้าถึงเหล่านี้จะเป็นผู้ทรงอิทธิพลและผู้มีอำนาจทางด้าน การเมืองท้องถิ่น ผมจึงถามท่านกรรมาธิการ ๒-๓ ประเด็น การรับรองเอกสารไม่ต้องลง ลายมือชื่อ ท่านเอาดัชนีชี้วัดอันไหนไปรองรับครับว่าส่งผ่านระบบโซเชียล (Social) ที่เรียกกันว่า ดาวน์โหลด (Download) อัปโหลด (Upload) นี่ มันส่งจากร้านอินเทอร์เน็ต (Internet) แบบนั้นแบบนี้แล้วไม่ต้องลงลายมือชื่อนี่ ท่านจะยอมรับได้อย่างไรว่าลายมือชื่อทั้งหมด หรือว่าคนที่โหลด (Load) เข้าไป ๕๐,๐๐๐ คน เป็นคนที่โหลด (Load) ด้วยความมีเจตนา สำคัญที่อยากจะถอดถอนนักการเมืองท้องถิ่นเหล่านั้น จึงเป็นคำถามที่ท่านกรรมาธิการต้อง โปรดตอบครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ