นิยม ชี้ กกต. อบรมข้าราชการเกินไป ควรเปิดพื้นที่พลเมืองร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

นิยม เวชกามา ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการอบรมสร้างจิตสำนึกพลเมืองที่เน้นข้าราชการมากกว่าประชาชน และตั้งคำถามถึงการเพิกเฉยต่อการทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางการทำงานเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอถือโอกาสที่จะอภิปรายตามรายงานของ กกต. ซึ่งท่านทำหนังสือ ได้สวยมากนะครับ รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ผมเองมีความผูกพันกับ กกต. ทั้งในฐานะผู้ถูกกำกับดูแล ทั้งในฐานะที่ครั้งหนึ่ง ก็เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการคัดสรรอยู่ เลือก กกต. ในจังหวัดถึง ๒ คน อยู่กัน หลายปีก็ได้เบี้ยประชุมไปหลายบาทอยู่ ก็เป็นแบบนี้ แล้วหลังจากมาเป็นผู้แทนผมก็ยังได้ มาเรียนหลักสูตร พตส. อยู่ ผมรุ่น ๘ นะครับ แถมได้ชื่อหัวข้อกลุ่มว่าเลือกตั้งโปร่งใสด้วย เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นว่าผมต้องขออภิปราย บังเอิญเวลาสั้น ๆ ผมดูในโครงสร้าง ข้อที่ ๒ ของท่าน บอกโครงสร้างจิตสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ผมดูชื่อมันแล้วผมชอบใจ แต่ว่าก็ต้องขออภิปราย วันนี้บังเอิญท่านเลขาธิการมาเอง ประธานไม่มาไม่เป็นไร เลขาธิการ ตัวหลักอยู่แล้ว ผมขอพูดอยู่ ๒-๓ ประเด็น เพราะสิ่งที่ กกต. ทำเป็นงานหลัก บางทีอาจจะ สาเหตุจากบุคลากรน้อย สาเหตุเก่าก็ตั้งจากตำรวจอะไรบ้างสมัยเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งบางที เป็นการตั้งแล้วไม่ค่อยได้ผล บางทีพวกที่ถูกตั้งเป็นกรรมการจากตำรวจก็ไปหาเงินหาทอง จากความเป็นกรรมการ อันนี้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านรับรู้ ผมจึงกราบเรียนว่าในประเด็นที่ต้อง อภิปรายคือโครงการ กิจกรรมของท่าน คือสร้างจิตสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ผมไปดู เป้าหมายของท่านซึ่งจัดสัมมนา อบรมไป ๑,๖๐๐ คน ใน ๘ รุ่น อบรมจริงก็ ๑,๔๐๐ คน ผมก็เห็นด้วย แต่ว่าท่านบอกเป้าหมาย คำว่า พลเมืองวิถีประชาธิปไตย ผมไปมองว่า ๕ หน่วยงานที่ท่านเอามาอบรม กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมกิจการผู้สูงอายุ ทำไมท่านไปเอาแต่ ข้าราชการมาอบรม ข้าราชการเขามีความรู้ประชาธิปไตยอะไร ๆ ก็แล้วแต่ครับ ข้าราชการ อยู่กรมต่าง ๆ เขาอยู่ในกรอบกฎหมาย ผมเสนอท่านว่าวันนี้ท่านน่าจะเอาประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม มีบทบาทให้มากที่สุด เพราะหัวข้อพลเมือง พลเมืองคือบุคคลทั่วไป แต่ในกลุ่ม ของท่าน ๕ กลุ่มหน่วยงานเอาข้าราชการทั้งหมด อันนี้ผมจึงมีความเห็นต่าง ท่านกลับไปดู ก็ได้ครับ ผมนั่งดูใน ๘ รุ่นของท่าน ตั้งแต่วันที่อะไร ๘ รุ่น ผมจึงนำเสนอท่านเลขาธิการว่า ทบทวนใหม่ เรามีโอกาสต่อไป อันนี้ปี ๒๕๖๓ ท่านก็ใช้เงินไปมาก แต่ที่ผมต้องเสนอคือว่า ผมอยากให้ประชาชนที่บ้านผมจังหวัดสกลนครให้มีส่วนร่วมมากที่สุด ท่านไม่ต้องเอามาเป็น หรอก ข้าราชการเขาเก่งอยู่แล้ว บางคนจบกฎหมาย จบดอกเตอร์ (Doctor) อะไรเยอะแยะ วิถีพลเมืองเขาไม่ต้องห่วง ผมจึงบอกว่านี่คือประเด็นว่าท่านกลับไปทบทวน แล้วให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม วันนี้ประชาชนเขารู้อะไร ไม่รู้อะไร ท่านน่าจะรู้ จังหวัดรู้ เพื่อนอภิปราย ไปแล้ว ในส่วนที่ผมต้องกราบเรียนท่านต่อไป ซึ่งเป็นประเด็นต้องคิด ต้องว่า หลักสูตรของท่านหัวข้อ มันสำนึกพลเมืองวิถีประชาธิปไตย ชัดเจนนะครับ ที่ผมต้องนำเสนอประชาชนนี่ ท่านไป กำหนดเอาเลยประชาชนผู้นำหมู่บ้านก็ได้ ไม่ต้องเอาข้าราชการ เอาประชาชนทั่ว ๆ ไป ให้เขามีจิตสำนึก ซึ่งความจริงวันนี้เขาก็มี ที่ไม่มีคือประชาธิปไตยจากข้าราชการเรานี่ละ ไปกำหนดบทบาทให้ทำโน่นทำนี่ซึ่งไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตยเลย ผมอยู่ในพื้นที่ ผมจึง กราบเรียนว่าถ้าท่านยังคิดให้ระบบประชาธิปไตยคืนความเป็นสิทธิของพลเมืองเขา ท่านสร้างถูกต้องแล้วหัวข้อ แต่อย่าไปสร้างข้าราชการซึ่งเป็นบุคคลที่เขามีบทบาทอยู่แล้ว ในระบบนี้ เขาเรียนมา เขาอะไร แต่ที่เขาทำประชาธิปไตยไม่ได้เพราะเขาอยู่ในระบอบ อยู่ใน วินัย ทำอย่างอื่นไปไม่ได้หรอกครับ บอกถูกเจ้านายสั่ง ถูกด่า ไม่ได้เกิดไม่ได้โต อันนี้คือระบบ ข้าราชการ ผมก็รับราชการมา ๓๕ ปี อันนี้ต้องถามท่านเลย ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งใดก็ตาม ผมยังให้ท่านทำบันทึกแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็ข้องใจว่าท่านไม่มีบุคลากร ที่จะไปตรวจสอบว่ามีการทุจริตซื้อเสียง มันซื้อเต็มบ้านเต็มเมืองท่านปล่อยให้ได้อย่างไร รู้หมด แต่ไม่รู้คือ กกต. ผมจึงบอกเหมือนยาบ้า ชาวบ้านรู้หมดว่าขายที่ไหน ที่ไม่รู้คือตำรวจ ผมจึงต้องถามท่านเลขาธิการว่าเลือกตั้งของผมเพิ่งผ่านไป เลือกตั้ง ส.จ. ส.จ. เก่าของอำเภอ โคกศรีสุพรรณตาย รู้เต็มบ้านเต็มเมืองได้อยู่คนเดียวคะแนนโด่งมาเลย ผมก็สงสัยเหมือนกัน คนนี้มาจากไหน ไปถามปรากฏว่าซื้ออยู่คนเดียว ๕๐ บาทเท่านั้นรู้กันหมด แล้ววันนี้ไม่มี อะไรเกิดขึ้น มันเลยเป็นห่วงสถานภาพของ กกต. ว่าสมรรถภาพเรามีมากแค่ไหน ผมเป็นห่วง ผมไปอบรม พตส. ๑ ปี ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเลยก็อยู่กลุ่มโปร่งใส แต่วันนี้พอเห็น ชาวบ้านมาถาม ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะผมบอก กกต. เขาอาจจะไม่รู้เรื่อง หรือไม่มีคน ร้องเรียน อันนี้คือประเด็นต้องกลับมาคิดว่าต้องร้องเรียนเท่านั้นหรือเปล่า หรือว่าต้องรู้เอง ก็สามารถกระทำได้ เพราะไปถามชาวบ้านรู้หมด แต่ไม่รู้คือ กกต. ขอบคุณท่านประธาน มากครับ