สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายเรื่องกราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภู โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้มีการเรียนอบรมเซฟตีพื้นฐานก่อนที่จะขอใบอนุญาตปืน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือครองปืน

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายในญัตติเกี่ยวกับเหตุการณ์เศร้า สลดเสียใจอย่างยิ่งที่มีการ ไม่เชิงว่ากราดยิง เพราะกราดยิงด้วย แล้วก็ใช้มีดด้วยใช่ไหมครับ ในจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนอื่นผมต้องขอเป็นตัวแทนของชาวธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าพี่น้องในเขตผม เท่าที่ลงพื้นที่มาก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ผมพูดอีกครั้งว่า หวังว่ามันจะเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งคำพูดนี้ ผมได้เคยพูดไปแล้วในญัตติที่เคยอภิปรายเรื่องกราดยิงที่โคราช ซึ่งเนื้อหามันอาจจะซ้ำซาก แต่ก็ต้องย้ำเตือนว่ามันเป็นทางออกที่ถูกต้อง แล้วก็หวังว่า พูดดี ๆ กับรัฐบาลว่าควรจะนำไป แก้ไขในขณะที่ท่านยังมีอำนาจอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางคนก็โทษยาเสพติดโน่นนี่นั่น ถึงแม้ว่าการตรวจร่างกายตอนหลังก่อเหตุก็ไม่ได้มียาเสพติดเลย ผมว่าเหตุการณ์เศร้า ๆ อย่างนี้เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุครับ

อย่างแรก เขาเรียกว่าความรุนแรงของอาวุธที่ใช้ อาวุธปืนก็คือมีอัตรา การตายที่สูงใช่ไหมครับ ซึ่งเมืองไทยเรามีปืนเกือบ ๑๐ ล้านกระบอก ปืนลงทะเบียน ๖ ล้านกระบอก ปืนเถื่อนอีกประมาณ ๔ ล้านกระบอก หรือมากกว่าใช่ไหมครับ เพราะว่าถ้ารู้ตัวเลขเป๊ะ ๆ มันก็คงไม่เถื่อน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องไปลดกันไป สาเหตุเรื่อง ความเกลียดชัง อันนี้ก็เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เกลียดอะไรครับ เชื้อชาติ ศาสนา ที่แตกต่างกันต่าง ๆ นานา ทั้งสาเหตุจากการเกลียดชังมาจากการปลุกปั่นโดยกลุ่มคน บางคน หรือว่าโดยรัฐเองนะครับ ความเครียดสะสมของสังคม ซึ่งอันนี้ผมว่าเป็นสาเหตุหลัก ที่เมืองไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานี้อยู่ รัฐบาลที่บริหารแล้วมองไม่เห็นอนาคต เศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่ ก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนหันหน้าเข้าสู่ความมืด เข้าสู่การก่ออาชญากรรมอะไรบางอย่าง เราก็ต้องแก้ไขปัญหานี้เช่นกันใช่ไหมครับ แต่สิ่งที่ผมว่าเราควรทำและในฐานะสภานิติบัญญัติ ที่เราจะแก้ไขกฎหมายกัน ให้มันแน่นอน แล้วก็ช่วยเป็นหนึ่งในปัจจัยเสริมที่จะช่วยลด ความเสี่ยงคือกฎหมายกำกับการถือครองอาวุธปืน การขอใบอนุญาตครับ ผมไม่ได้บอกว่า การถือครองปืนไม่ดีนะครับ ก็เหมือนกับบอกว่ามีดอยู่ในมือใคร จะเอามาทำอาหาร สรรค์สร้างเมนูอร่อย หรือเอาไปแทงคนสร้างโศกนาฏกรรมก็ได้ อย่างนี้ครับ ผมว่า จากประสบการณ์ที่ผมเคยไปขอปืนเอง จริง ๆ ก็ไม่ได้มีการเช็ก (Check) อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าผมใช้อาวุธปืนเป็นหรือเปล่า ผมมีความรู้เพียงพอหรือเปล่า ผมดูข่าวล่าสุดมา อดีตนักการเมืองที่หลาย ๆ คนรู้จักดี ก็มีเหตุการณ์บอกว่าดึง เขาเรียกคันสไลด์ (Slide) แล้ว เพื่อเช็ก (Check) ปืน กินหมูกระทะกับเพื่อนแล้วลองยิงปืน แล้วปืนมันลั่นออกไป แล้วก็ ไปถามพ่อหรืออย่างไรว่าทำไมปืนมันมีกระสุนได้ พ่อก็บอกว่าลืมถอดแมกกาซีน (Magazine) หรือเปล่า ก็คือว่าลืมถอดแมกกาซีน (Magazine) ปืน คือเรื่องเบสิก (Basic) อย่างนี้ผมว่า คนที่มีใบอนุญาตพกปืนควรจะรู้ ดังนั้นผมเสนอครับว่าอย่างไรทุกคนที่จะมีปืนต้องผ่าน การเรียน การอบรมเซฟตี (Safety) พื้นฐาน โดยโรงเรียนสอนยิงปืนต่าง ๆ ที่อาจจะเป็น หน่วยงานรัฐหรือเอกชนก็ได้ ผมว่ามีอยู่หลายที่นะครับ เป็นเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตปืน

๒. การตรวจวัดโรคทางจิตเวช ซึ่งเป็นสิ่งที่เมืองไทยเราชอบบอกว่าไป โรงพยาบาลบ้าเป็นบ้าหรือเปล่า ผมก็เคยไปหาจิตแพทย์ครับ ผมยอมรับ ซึ่งมันก็เป็นธรรมดา ก็เป็นเหมือนหมอ เราเครียดก็เหมือนเราป่วยเป็นหวัด แต่ถ้าเราเครียดแล้วเราไม่ไปหาหมอ วันนั้นเป็นมะเร็งมันก็จะเรื่องใหญ่ใช่ไหมครับ คือสุดท้ายผมว่ารัฐบาลต้องส่งเสริมการดูแล เรื่องสุขภาวะทางจิต โดยอาจจะให้มีการตรวจเรื่อย ๆ เข้าใจว่าจิตแพทย์ไม่พอ แต่สุดท้าย อาจจะมีนักจิตบำบัดที่มาสกรีน (Screen) ก่อนก็ได้ แล้วทำให้อยู่ใน ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือว่าเป็นบริการสุขภาพถ้วนหน้า เรื่องอย่างนี้ดูหน้ากันไม่รู้ครับ หรือตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองเป็น อย่างไรอันนี้ก็ต้องฝาก แล้วก็ผู้ที่ครอบครองปืนก็ควรจะเข้ารับการเมนทัล เฮลท์ เช็กอัพ (Mental Health Check up) เรื่อย ๆ อย่างไรก็ต้องฝากเน้นย้ำเรื่องนี้ เรื่อง คุณสมบัติของผู้ถือครองปืนครับ ขอบคุณครับ