สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ชี้ประเด็นความเสื่อมถอยของอ่าวมาหยาจากผลกระทบของการท่องเที่ยวอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังการถ่ายทำภาพยนตร์และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการอุทยานทางทะเลอย่างยั่งยืนจากการลงพื้นที่ศึกษาและข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ ขอสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๑ ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
การนำเสนอครั้งนี้เรากำลังจะพูดถึงตัวอ่าวมาหยาซึ่งอยู่บนเกาะพีพีเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา แล้วก็หมู่เกาะพีพี ก็มีความสวยงาม ถ้าเกิดว่าท่านดู ในภาพปก นี่คืออ่าวมาหยาเลย ในอดีตเวลาจะมีเรือวิ่งไปเที่ยวที่อ่าวมาหยาจะต้องจอดที่ หน้าหาดตรงที่มีสปีดโบ๊ต (Speed Boat) ของกรมอุทยานจอดอยู่ สวยงามไร้ที่ติ จนทำให้ บริษัทถ่ายทำภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำหนัง เรื่องเดอะ บีช (The Beach) เมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วหลังจากนั้นอ่าวมาหยาของเราที่จังหวัดกระบี่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย ด้วยความที่ความสวยงามอย่างที่เราเห็นในหน้าปกสไลด์ (Slide) นี้ แรงดึงดูดจากนักแสดงนำ ก็ทำให้อ่าวมาหยานี้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนในระยะเวลา ตลอดเกือบ ๒๐ ปี จนเกิดสภาวะล้นเกินข้อจำกัด เกินพื้นที่ที่ชายหาดของอ่าวมาหยานั้น จะสามารถรองรับได้ เราจะพาติดตามเรื่องนี้ไปด้วยกันว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แล้วมีประกาศปิดอ่าว ๒ ครั้ง ครั้งแรกมีการประกาศปิดอ่าวในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๒ ก็คือปิดต่อไปตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ และไม่มีกำหนดเปิด จนสุดท้ายอ่าวมาหยาได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่งก็คือ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ก็คือต้นปีนี้นี่เอง
การนำเสนอครั้งนี้จะแบ่งออกเป็นหลัก ๆ มี ๔ ส่วน ก็คือบทนำจะไม่พูด เยอะแล้ว ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วถึงความเป็นมาต่าง ๆ การดำเนินงานของกรรมาธิการ มีการลงพื้นที่ภาคสนาม มีการเรียกข้อมูลหลักฐาน มีการประชุมต่าง ๆ สำหรับผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียกัน แล้วก็มีการนำเสนอในส่วนที่ ๓ ก็คือผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเดี๋ยวเราจะเน้นหนักเฉพาะตรงนั้น แล้วก็ข้อสังเกต เพื่อที่ว่าในกรณีที่อาจจะมีการปิด อ่าวมาหยาอีก หรือว่าอุทยานทางทะเลอื่น ๆ ในอนาคตเพื่อที่จะฟื้นฟูดูแล เรามีข้อสังเกต เสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตัวอ่าวมาหยานี้วิธีการศึกษาของเราจะใช้วิธี การศึกษาเชิงคุณภาพก็คือเรียกข้อมูล แล้วก็รวมถึงไปเก็บข้อมูลพื้นฐานบางอย่างตอนที่ ทางกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ด้วย กิจกรรมของกรรมาธิการก็จะแบ่งเป็น ๓ ส่วน ก็คือมีการ พิจารณาศึกษาในห้องประชุม มีการเรียกข้อมูล แล้วก็ลงพื้นที่ ๒ ครั้ง ครั้งแรกก็คือตอนที่ ตั้งญัตตินี้ใหม่ ๆ ก็มีการลงพื้นที่เพื่อที่จะตรวจสอบ ตอนนั้นอ่าวมาหยายังปิดอยู่ ไม่เปิด ต้อนรับนักท่องเที่ยวเลย แล้วก็อีกครั้งหนึ่งก็คือก่อนที่จะเปิดเพียง ๒๐ วันเท่านั้นเอง ก็คือ ธันวาคมปีที่แล้ว เพราะว่าอ่าวมาหยากลับมาเปิดอีกทีก็คือวันที่ ๑ มกราคมปีนี้ ภาพนี้ เป็นภาพมุมสูงของอ่าวมาหยา เราพาไปทำความรู้จักกันก่อน อ่าวมาหยานี้เป็นอ่าวเล็ก ๆ อยู่ในเกาะพีพีเล หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยเกาะพีพีที่มีโรงแรมที่พักต่าง ๆ อันนั้นคือ เกาะพีพีดอน อันนี้คือเกาะพีพีเลซึ่งอยู่ใกล้กัน เกาะพีพีเลไม่ได้มีที่พัก เกาะพีพีเลเป็น ส่วนหนึ่งของอุทยาน อ่าวมาหยาตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะพีพีเล แล้วก็มีอ่าวปิเละ มีอ่าวโละซามะ มีถ้ำไวกิ้งต่าง ๆ รวมกันอยู่ที่อ่าวมาหยา อันนี้คือภาพในมุมสูง ซึ่งถ้าเราเห็น เราจะเห็นเรือที่วิ่งเข้าไปจอด ตรงนั้นก็คือหน้าหาดของอ่าวมาหยา ถ้าเป็นช่วงนักท่องเที่ยว ก่อนที่เราจะมีการประกาศปิดเราแทบจะมองไม่เห็นชายหาดเลย ก็คือมีเรือเข้าไปอัด จนแน่นเลย เพราะว่าทางอุทยานตอนนั้นก็คืออนุญาตให้เรือเข้าไปจอดที่หน้าหาด ที่สวยงามที่เราเห็นแบบนี้ ถ้าเราดูการแบ่งโซน (Zone) อันนี้เป็นข้อมูลจากอุทยาน เราจะ พบว่าแบ่งเป็น ๓ ส่วน ตัวอ่าวมาหยาจริง ๆ จะอยู่ทางทิศตะวันตก สีเขียว ๆ ตรงนั้น ซึ่งมันเป็นพื้นที่ที่เป็นเขตสงวนเป็นพื้นที่ต้นน้ำ แล้วรอบ ๆ อ่าวก็จะเป็นพื้นที่ศึกษา หาความรู้ กิจกรรมพิเศษ เช่น สัมปทานรังนก เป็นต้น พื้นที่หน้าหาดอ่าวมาหยายาว ถ้าเรา เดินตั้งแต่ต้นหาดจนถึงท้ายหาด ๒๗๐ เมตร ๒๗๐ เมตรนี้ความกว้างก็คือตั้งแต่บริเวณ สันทรายลงไปถึงแนวระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ ๑๕-๒๐ เมตร หรือว่าพื้นที่ประมาณเกือบ ๆ ๕,๐๐๐ ตารางเมตรเท่านั้นเอง เม็ดทรายนั้นขาวสะอาดละเอียดมาก พอเราเอาไปวิเคราะห์ ในห้องทดลองก็จะพบว่ามีขนาดประมาณ ๐.๒๕ มิลลิเมตร ซึ่งอันนี้เกิดจากกรรมาธิการ ลงพื้นที่สำรวจ แล้วเอามาเข้าในแล็บ (Lab) ปฏิบัติการ จัดอยู่ในประเภทของเม็ดทรายที่เป็น เม็ดทรายที่เป็นไฟน์แซนด์ (Fine sand) ก็คือมีขนาดเล็กมาก พิสัยการขึ้นลงของน้ำก็คือ น้ำขึ้นน้ำลงบริเวณนี้ต่างกัน ๒ เมตร ต่างกัน ๒ เมตรนี้ทำให้อ่าวมาหยาเวลาน้ำขึ้น ถ้าดูภาพ มุมขวาล่าง น้ำขึ้นขึ้นมาถึงเส้นสีแดง น้ำลงลงถึงเส้นสีน้ำเงิน แปลว่ายามน้ำขึ้นพื้นที่ ชายหาดนั้นเหลือไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด น้ำขึ้นน้ำลงส่งผลทำให้ชายหาดหายไปได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว บริเวณนี้ ๒ เมตรเลย คือระดับของน้ำขึ้นน้ำลง ส่วนคลื่นนั้นคลื่นมีขนาดเล็กมาก เนื่องจากว่าถ้าเราดูจากกายภาพ ภาพก่อนหน้านี้เราจะพบว่าอ่าวมาหยามีพื้นที่เปิดประมาณ ๓๐๐ เมตร ๓๐๐ เมตรเปิดรับสู่ แนวคลื่นที่วิ่งเข้ามาปะทะในทิศตะวันตก เพราะฉะนั้นคลื่นก็เลยถูกลดทอนพลังงานไปมาก เหลือเฉพาะคลื่นขนาดเล็กเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่เรือจะจอดบริเวณนี้ได้ ไม่น่าแปลกใจที่เม็ดทรายบริเวณนี้จะละเอียด หรือว่านักท่องเที่ยวจะชื่นชอบกับอ่าวบริเวณนี้ เพราะว่าเป็นคลื่นลมที่สงบมาก ๆ ถัดไปเป็นข้อมูลที่เรารวบรวมเชิงสมุทรศาสตร์ก็คือ คลื่นลมจะเข้าทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือ ภาพขวามือ ๓ ภาพบนเป็นภาพถ่าย ดาวเทียมที่ถ่ายก่อนที่จะมีการปิดอ่าวมาหยา ๓ ภาพข้างล่างก็คือหลังจากที่มีการปิด อ่าวมาหยาแล้ว สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่พื้นที่ชายหาด สิ่งที่แตกต่างก็คือเรือที่เข้ามาจอด เราจะ เห็นจุดเป็นสปอต (Spot) เล็ก ๆ ขาว ๆ อันนั้นคือเรือที่วิ่งเข้ามาจอดละลานตาไปหมด ในขณะที่ช่วงปิดอ่าวก็คือไม่สามารถมีเรือที่จะวิ่งเข้ามาจอดบริเวณนี้ได้เลย อันนี้เป็นข้อมูล จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณอ่าวมาหยาด้านใน ไม่มีปะการัง แต่ว่าด้านหน้าของอ่าวมาหยาหลังจากที่เป็นหาดทรายยาวกว้าง แล้วก็ลงไป ด้านหน้าเป็นปะการังทั้งหมดเลย รวมถึงรอบ ๆ เกาะด้วย แล้วก็มีการพบสัตว์หายาก ไม่เยอะ แต่ว่าก็ยังพอมีอยู่บ้าง มีปลาฉลามวาฬ มีปลากระเบนราหู มีปลาโลมา จากที่เกริ่น ไปตอนแรกว่าอ่าวมาหยามีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างประเทศอย่างไร ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวต่างประเทศ แล้วเกิดการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวเยอะมากหลังจาก ที่หนังเรื่องเดอะ บีช (The Beach) นั้นได้ถูกแพร่ภาพเป็นหนังฮอลลีวูด (Hollywood) ในปี ๒๕๔๓ ก็มีท่องเที่ยวเข้ามาเยอะมาก ตอนนั้นหลังจากที่เดอะ บีช (The Beach) ได้เผยแพร่ไปไม่นาน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ ๔,๕๐๐-๕,๐๐๐ คน อันนี้เป็นข้อมูลจาก กรมอุทยานที่ได้แจ้งกับกรรมาธิการ แต่หลังจากนั้นตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลปี ๒๕๕๗ ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะประมาณปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๙ ถ้าเราดูจำนวนนักท่องเที่ยวจะพบว่า เพิ่มขึ้นถึง ๔.๒ เท่าทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลั่งไหลมาจากประเทศจีนเป็นหลัก เหล่านี้เอง ทำให้เกิดสภาวะล้นเกินหรือว่าโอเวอร์ คาพาซิตี (Over Capacity) ของชายหาด ที่อ่าวมาหยา ทำให้เกิดการเสื่อมโทรม อ่าวมาหยาที่เป็นชายหาดเป็นเนินทรายนั้น ก็เกิดความทรุดโทรมอย่างยิ่ง ผักบุ้งทะเลเอย ต้นเตยทะเล สันทรายชายหาดก็ถูกเหยียบย่ำไป เนื่องจากว่าเกิดสภาวะล้นเกิน ถ้าลำพังนักท่องเที่ยวเข้ามาในปริมาณที่มันพอเหมาะพอเจาะ ยังพอที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถที่จะทำนุบำรุงให้มีสภาพที่สมบูรณ์ได้ แต่ว่า เราจะเห็นจากภาพข้างล่าง ถ้าเกิดว่ามีท่านไหนได้เคยไปก่อนที่จะปิดอ่าว เราจะพบว่า แทบจะไม่มีที่นั่งในการที่จะหย่อนก้นลงไปที่หาดเลย ถ่ายรูปมาแทบจะไม่เห็นชายหาด หรือว่าทะเลที่สวย ๆ เลย เราจะเห็นแต่เรือสปีดโบ๊ต (Speed Boat) เราจะเห็นแต่เรือหางยาว เราจะเห็นแต่นักท่องเที่ยวเต็มไปหมดเลย ก็เลยเป็นที่มาว่าเกิดสภาวะล้นเกิน ทรัพยากร ทรุดโทรม มีการประชุมจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลของกรมอุทยานเมื่อปี ๒๕๖๑ ว่าเราน่าจะมีการพิจารณาปิดอ่าวดีไหม เพราะมีภาพ ที่มันไม่น่ามองออกไปต่อสื่อสังคมออนไลน์ (Online) เยอะมากเลย เพราะว่านักท่องเที่ยว ก็เข้ามาเยอะเกิดการเหยียบย่ำทำลายสังคมพืชชายหาด ชายหาดทรุดโทรม เสื่อมโทรม แล้วก็มีประธานสภาอุตสาหกรรมของที่จังหวัดกระบี่ก็เสนออีกบอกว่าอุทยานช่วยมากำหนด จำนวนนักท่องเที่ยวหน่อย อันนั้นคือเรื่องราวเกิดขึ้นในต้นปี ๒๕๖๑ หลังจากนั้นที่ประชุม ของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลของกรมอุทยาน ก็มีมติในเดือนมีนาคมปี ๒๕๖๑ ว่าขอให้กรมอุทยานออกประกาศให้ปิดอ่าวมาหยา เป็นการชั่วคราวสัก ๔ เดือนก่อน เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม และเดือน กันยายน ๔ เดือนเต็มก่อน แล้วก็เป็น ๔ เดือนที่จริง ๆ แล้วเป็นช่วงมรสุมพอดีด้วย นักท่องเที่ยวก็น้อย น่าจะพอเหมาะพอเจาะกับทรัพยากรที่กำลังจะฟื้นตัวด้วย ไม่น่าจะ กระทบอะไรเยอะ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ก็เลยออกประกาศว่าจะมีการปิดอ่าวมาหยาตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ก็คือ ๑๐ วันก่อนล่วงหน้ามีการออกประกาศ วันที่ ๑ มิถุนายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ซึ่งตอนนั้นเหตุผลก็คือว่ามันมีความเสื่อมโทรม มีภาพข่าวเยอะมากว่ามีการ เหยียบย่ำทำลาย นักท่องเที่ยวเกินความสามารถของอ่าวมาหยามากเกินไปแล้ว มีที่อยู่ ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าตารางเมตร แต่ว่ามีหัวของนักท่องเที่ยวเยอะมาก แล้วก็ทั้งวันเลย แทบจะไม่มีวันไหนที่อ่าวมาหยาที่จะได้พักผ่อน แล้วก็เปิดรับคลื่นธรรมชาติ หรือว่าเอาคลื่น มาเยียวยาชายฝั่งได้เลย ก็เลยมีมติว่าอย่างนั้นเราปิดเป็นการชั่วคราวก่อน หลังจากนั้น คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลนี้เป็นของจังหวัดกระบี่ โดยตรง พอใกล้ ๆ ถึงวันที่จะเปิดก็บอกขอปิดไปอีกสัก ๒ เดือนไหม เพราะดูเหมือนว่า มันก็ยังทรุดโทรมเสื่อมโทรมลงอยู่ ยังไม่สมบูรณ์พอ ๒ เดือนถัดมาก็ยังอยู่ในช่วงฤดูมรสุม ก็คือมรสุมที่จังหวัดกระบี่ ที่อ่าวมาหยาจะไปถึงประมาณปลายเดือนตุลาคม คำว่ามรสุม ของเราคือมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าหาฝั่ง ทำให้ฝั่งอันดามันทั้งหมดตั้งแต่จังหวัดระนอง จนไปถึงจังหวัดสตูลเกิดผลกระทบก็คือมีคลื่นลมค่อนข้างรุนแรง รวมถึงจังหวัดกระบี่ด้วย ซึ่งตอนนั้นถ้าเกิดว่าเราจะปิดก็ไม่น่าจะมีผลอะไรเยอะมาก ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา ด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลก็ประกาศอีกบอกว่าถ้าอย่างนั้นเนื่องจากว่า ยังไม่สมบูรณ์ดีก็ขอเสนอให้ขยายเวลาปิดไปอีก แต่อันนี้มีข้อสังเกตนิดหนึ่งว่าไม่มีระยะเวลา กำหนดก็คือปิดไปก่อน ไม่มีกำหนดเวลา ปิดไปเลย มีการออกประกาศปิดตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ แบบไม่มีกำหนด ประกาศฉบับนี้ออกมาในวันที่ ๒๘ กันยายน หรือว่า ๓ วัน ล่วงหน้าเท่านั้นเอง ก่อนที่จะมีประกาศฉบับที่ ๒ ตามมาว่าขอปิดแบบไม่มีกำหนด นักท่องเที่ยว ซื้อตั๋วล่วงหน้าแล้ว ชาวบ้านเตรียมเรือ ชาวบ้านเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดรับ สู่ฤดูการท่องเที่ยวใหม่ของอ่าวมาหยาในวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ว่าประกาศฉบับนี้ทำให้อีก ๓ วันล่วงหน้าเรือที่ถูกเตรียมไว้ นักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วไว้แล้วก็ต้องยกเลิก เพราะว่ามีการ ประกาศที่ค่อนข้างกระชั้นมากคือ ๓ วันล่วงหน้าและปิดครั้งนี้ไม่มีกำหนด เหตุผลก็คือ สถานการณ์ยังไม่กลับคืน ให้ปิดไปก่อน ปิดทั้งอ่าวมาหยาและอ่าวโละซามะก็คืออีกฝั่งหนึ่ง ของอ่าวมาหยาด้วย ตัวกล่องถัดมาตรงกลางก็คือชมรมธุรกิจท่องเที่ยวก็บอกว่าขอให้ อุทยานเปิดได้แล้วในวันที่ ๑ พฤศจิกายน หลังจากที่อุทยานประกาศปิดเดือนตุลาคม ๑ เดือนหลังจากนั้นก็ขอให้เปิดได้แล้ว น่าจะฟื้นฟูกลับมาแล้วโดยที่ชมรมธุรกิจท่องเที่ยว ถึงขนาดบอกว่าเดี๋ยวเราลงทุนช่วยกันสร้างท่าเรือแบบลอยน้ำให้ เป็นโป๊ะลอยน้ำจะได้ ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม เอกชนขอสนับสนุนสมทบลงทุน แต่ก็ไม่มีมติที่จะให้อ่าวมาหยาเปิด ตามที่ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวบอกหรือว่าเสนอแต่อย่างใด ก็ยังขยายเวลาปิดต่อไปอย่างไม่มี กำหนด ก็มีที่ประชุมกรมการท่องเที่ยว เนื่องจากว่าอ่าวมาหยาก็ถือว่าเป็นแม่เหล็กในการ ที่จะดึงนักท่องเที่ยวแล้วก็เม็ดเงินเข้ามา โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ก็มีการประชุมอีกก็บอกว่า ขอนำเรื่องนี้เข้าไปหารือเถอะ เพราะว่าเราอยากจะส่งเสริมให้มันเกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็ขอให้พิจารณาทบทวนในเรื่องของการปิดอ่าว ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้าน วิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเลของอุทยานก็มีการประชุมอีก แต่ไม่มีการพูดถึง เรื่องนี้เลยว่าจะมีการเปิดหรือจะมีการปิดตอนไหนอย่างไร แล้วก็มีประกาศออกมาว่าขอปิด ไปอีก ประกาศฉบับนี้เป็นประกาศปกติ เพราะว่าปกติแล้วก็จะมีการปิดอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลในบางพื้นที่อยู่แล้วในช่วงโลว์ ซีซัน (Low Season) คือช่วงมรสุม เนื่องจากว่า คลื่นลมค่อนข้างรุนแรงมีผลต่อการที่เรือเข้าไปเทียบท่า ก็จะมีผลต่อพวกสวัสดิภาพ สาธารณะของนักท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ประกาศหลังจากที่เรารวบรวมข้อมูลทั้งหมดจนสิ้นสุด การแสวงหาข้อเท็จจริงประมาณกลางปีที่แล้ว เราก็ไม่พบว่ามีประกาศที่เกี่ยวข้องกับการ ประกาศเปิดอ่าวมาหยาอีกเลยหลังจากนั้นเป็นต้นมา อันนี้เป็นส่วนที่ ๓ ก็คือเป็นส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องของการดำเนินงาน ของกรมแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นไทม์ไลน์ (Timeline) ว่าไล่เลียงกันมาอย่างไร อ่าวมาหยา ถึงประกาศปิด ประกาศกี่ครั้ง แล้วมีแอ็กชัน (Action) จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างไร แอ็กชัน (Action) จากกรมอย่างไร แอ็กชัน (Action) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ตอนนี้เราไปสืบค้นดูว่าระหว่างที่ประกาศปิด หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ดำเนินการอะไรบ้าง เราก็พบว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ดำเนินการอยู่ ๓ ส่วน ก็คือฟื้นฟู ติดตามสถานภาพชายหาด ทรัพยากรทางทะเล แล้วก็มีการพัฒนาพวกอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ท่าเรือ ห้องน้ำ ปรับปรุงให้ดีขึ้น แล้วก็รวมถึงวางมาตรการเพื่อกำกับดูแลในอนาคตที่อ่าวมาหยาจะเปิด ขึ้นมาอีก เราพบว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้มีการดำเนินการ ๓ อย่างนี้ ตั้งแต่ตุลาคม ๒๖๖๒ ถึงกันยายน ๒๕๖๓ แต่อ่าวมาหยานั้นถูกประกาศปิดไปมิถุนายน ๒๕๖๑ แปลว่าตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๖๑ จนถึงตุลาคม ๒๕๖๒ ก่อนที่จะมีแอ็กชัน (Action) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็คือ ๑ ปีกับ ๔ เดือนนั้น เราไม่พบข้อมูลว่า มีการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะฟื้นฟูอ่าวมาหยาให้กลับมาเปิด อีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็คือกิจกรรมที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มีการประเมินสถานภาพ แนวปะการังว่าปะการังฟื้นตัวหรือยัง แต่ทั้งหมดนี้ก็คือดำเนินการประมาณปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ หลังจากที่มีการประกาศปิดไปแล้วประมาณ ๑ ปี ก็มีการติดตามการเปลี่ยนแปลง ของสังคมพืช ของสันทรายชายหาด เราจะเห็นภาพซ้ายทั้งหมด ๔ ภาพ ก็เป็นภาพสมัยที่ นักท่องเที่ยวแออัดมาก ๆ เห็นหรือไม่ว่าเมื่อเทียบกับภาพทางขวามือแตกต่างกันไปโดย สิ้นเชิง ก็คือทางด้านซ้ายเราถ่ายรูปแล้วเราจะไม่เห็นพืชพรรณที่อยู่บริเวณพื้นดินเลย เราแทบจะไม่เห็นชายหาดเลย เราจะเห็นแต่หัวคนทั้งนั้นเลย เมื่อเทียบกับหลังจากที่ประกาศ ปิดไปแล้ว เราก็จะเห็นความสมบูรณ์ที่ค่อนข้างกลับมา ซึ่งมันก็ธรรมดามากในเมื่อพื้นที่ไหน ที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปอยู่ พื้นที่ไหนที่ไม่มีกิจกรรมอยู่บนพื้นที่นั้น สักพักหนึ่งระบบนิเวศ ก็จะฟื้นฟูขึ้นมาเองอยู่แล้วตามปกติ ถัดไปอันนี้ก็จะเป็นการติดตามพื้นที่การเปลี่ยนแปลง ชายหาดที่หน่วยงานได้มีการติดตามอยู่ ก็จะมีบอกว่าถ้าก่อนกับหลังมีการสะสมตัว มีการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายหาดอย่างไร มีการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายหาดด้วย เนื่องจาก อย่างที่บอกว่าพอช่วงที่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวมีสภาวะล้นเกินนั้น ชายหาดได้ถูกเหยียบย่ำ เพราะฉะนั้นพืชพรรณที่เป็นพืชท้องถิ่นก็ถูกเหยียบย่ำแล้วก็ทำลายไป เพราะฉะนั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็เลยมีการเอารั้วไม้มาปักฟื้นฟู เอาพืชพรรณ ต่าง ๆ กลับเข้ามาปลูกใหม่ เพื่อที่จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง มีการฟื้นฟูแนวปะการัง ตรงเส้นสีเหลือง ๆ บริเวณนั้น ตรงนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป ทางด้านซ้ายมือทางด้านบนของภาพ ก็จะเป็นแนวปะการังซึ่งเยอะมาก สีขาว ๆ ก็จะเป็น พื้นที่ที่มีการย้ายปะการัง ที่มีการปลูกปะการังใหม่โดยใช้เทคโนโลยีที่ทางกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชใช้คำว่า คอรัล พรอปพาเกชัน (Coral Propagation) ก็เป็น การเพาะปะการังอย่างภาพที่เราเห็นทางด้านขวามือ ก็เป็นการอนุบาลเรียกว่าเป็นการ อนุบาลปะการังแล้วกัน พบว่าก็มีอัตราการอยู่รอดพอสมควร อันนี้เป็นส่วนที่ ๒ ก็คือทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ไม่ได้ละเลยเพิกเฉยว่าจะปิดไปเรื่อย ๆ แต่ว่าก็ยัง มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับ ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีการประกาศว่า แล้วจะกลับมาเปิดเมื่อไร แต่ว่าก็ได้มีการดำเนินการ เช่น สร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ อาคาร สุขาภิบาลต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดตามสัญญาคาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ก็คือ ปีที่แล้ว ถัดไปปรับปรุงภูมิทัศน์เพราะว่าความเชื่อของอุทยานก็คือว่าถ้ามีการเหยียบย่ำ ของนักท่องเที่ยวไปบนสังคมพืชที่อยู่บนพื้นทรายจะทำให้เกิดความเสื่อมโทรม เพราะฉะนั้น ก็เลยทำบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ทำทางเดินยกระดับ ไม่สูงมากก็คืออย่างที่เห็นก็ประมาณ คืบ ๒ คืบเท่านั้นเอง เพื่อที่จะยกระดับพื้นที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวเหยียบไปบนพื้นทรายโดยตรง ว่ากันแบบนั้นแล้วกัน ทำบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ตลอดทั้งแนว ก็คือบังคับลู่ให้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้บนนี้เท่านั้น อย่าลงไปเหยียบพวกสังคมพืชต่าง ๆ ที่อยู่บน ชายหาดนะ อันนี้ก็เป็นทำทางเดินจากฝั่งของอ่าวมาหยาไปถึงตรงท่าเรือ ความยาวก็คือประมาณสัก ๓๒๐ เมตร ทำบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ตลอดแนว ๓๒๐ เมตร แล้วก็ทำท่าเรือ อย่างที่เห็นในภาพตอนที่กล่าวในเบื้องต้นว่าบริเวณอ่าวมาหยานั้น เป็นที่จอดเรือ ก่อนที่จะมีการปิดจะมีเรือละลานตามากเลยที่จอดอยู่หน้าหาด แต่หลังจากนั้น ก็มีการย้าย บอกว่าเราไม่ทำแบบนี้แล้วนะ เราย้ายเรือไปอยู่ด้านหลังอ่าวมาหยา ซึ่งเรามีชื่อ เรียกว่าอ่าวโละซามะ ก็คือภาพที่เห็น ภาพเหล่านี้คือภาพที่เกิดจากการที่กรรมาธิการลงพื้นที่ นี่คือภาพจริง ณ วันที่กรรมาธิการลงพื้นที่จะเห็นสีน้ำสวยมากนะคะ บริเวณนี้มีปะการัง ค่อนข้างเยอะทีเดียว ตรงนี้จะเป็นท่าเรือ ต่อไปนี้ก็คือตั้งแต่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๕ เรือของ นักท่องเที่ยวทั้งหมดจอดที่อ่าวโละซามะ แล้วเดินบนบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ที่กล่าวถึง ในสไลด์ (Slide) ก่อนหน้านี้ ระยะทาง ๒๗๐ เมตร เดินไปที่ชายหาดมาหยา อ่าวมาหยา ก็คือ เดินทะลุเกาะไป ว่ากันง่าย ๆ เดินทะลุเกาะไป ทั้งหมดบอร์ดวอล์ก (Boardwalk) ตรงนี้ ตัวท่าเรือตรงนี้ก็แล้วเสร็จไปแล้ว ท่าเรือจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ตามสัญญาก็คือ เป็นโป๊ะลอยน้ำนะคะ แล้วก็มีเรือแทงท้ายเข้าไปจอด