ชวน หลีกภัย กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมประชุมและทำงานอย่างสร้างสรรค์มาโดยตลอด พร้อมประกาศเริ่มวาระการประชุมหลังองค์ประชุมครบตามเกณฑ์ แจ้งการพ้นตำแหน่งของ ส.ส. จำนวน 4 คน และให้ผู้ได้ลำดับถัดไปจากพรรคการเมืองเข้ารับตำแหน่งแทนพร้อมปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 โดยย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในวันประชุมนัดสุดท้าย เพื่อให้ร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาจากกรรมาธิการสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างสมบูรณ์ จึงขอให้สมาชิกอยู่ร่วมจนจบกระบวนการเพื่อผลักดันผลงานที่ดำเนินการมาตลอดทั้งปีให้สำเร็จลุล่วง
ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก แม้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอีกวันหนึ่งวันสุดท้ายที่เราจะได้ใช้เวลาปรึกษาหารือ แต่ว่าอยากจะ ขออนุญาตขอบคุณพวกเราในวันนี้ ตั้งแต่ท่านแรกคุณดะนัย มะหิพันธ์ ถึงท่านสุดท้าย คุณอดิพงษ์ แล้วก็ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ทุกท่านผมขอขอบคุณที่พยายามนำเรื่องที่ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ยินดีอย่างมากที่ ๔ ปีผลพวงที่เราได้นำมาหารือนั้น ก็เกิดผลเป็นรูปธรรมขึ้น แม้ไม่ทุกเรื่อง แต่ฟังพวกเราพูดวันนี้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านนำมา หารือนั้นได้รับการตอบสนอง ซึ่งก็ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณฝ่ายบริหารเขาด้วย ส่วนเรื่องใด ที่ยังไม่เรียบร้อยผมคิดว่าคงจะต้องติดตามต่อไป ก็หวังอย่างยิ่งว่าพวกเราในห้องนี้ทุกคน จะได้มีโอกาสกลับมาทำหน้าที่ต่อ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่อยากถือโอกาส ถึงแม้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็น วันสุดท้ายก็ตาม แต่วันนี้จะถือโอกาสเรียนว่าผมได้พยายามที่จะให้พวกเราได้ฝึกการใช้เวลา ๒ นาที เพราะว่าพวกเราในห้องนี้ไม่มีใครรู้หรอก วันหนึ่งท่านอาจจะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้บริหารระดับสูง หรือเป็นฝ่ายบริหารก็ตาม เวลาเป็นสิ่งมีค่ามากที่ผมย้ำเสมอ มันไม่ย้อนกลับมาอีกแล้ว ถ้าอะไรผ่านไปเวลาสภาเราล่มเราก็สูญเสียมาก เพราะเวลานั้น จะไม่ย้อนกลับมา มันไม่ได้ทำหลายเรื่อง ไม่สามารถพิจารณาได้ เพราะฉะนั้นขอให้พวกเรา ได้พยายามให้ความสำคัญกับเรื่องเวลา และผมคิดว่า ๔ ปีพวกเราได้ฝึกการใช้เวลา ๒ นาที ได้เกือบทุกคนแล้ว อันนี้ก็ขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจ ขอขอบคุณครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๓๗๖ คน
ขณะนี้มีสมาชิกมา ลงชื่อแล้ว ๒๔๒ คน ครบองค์ประชุมนะครับ องค์ประชุมในขณะนี้ หมายถึงในขณะนี้ ประเดี๋ยวก็จะเปลี่ยนไปอีก องค์ประชุมในขณะนี้ ๒๐๗ คน จากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๑๔ คน ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบ วาระ จำนวน ๓ เรื่อง
๑. รับทราบ เรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้วยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และลาออกจากสมาชิกพรรคการเมือง จำนวน ๔ คน ดังนี้
๑. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยศรีวิไลย์ ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๒. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๓. นายอนุชา นาคาศัย ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๔. นายภาคิน สมมิตรธนกุล ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ นับตั้งแต่ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
เป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ คนสิ้นสุดลงตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) และมาตรา ๑๐๑ (๘) โดยลำดับ จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒. รับทราบ ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปใน บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง
ตามที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นางแพงศรี พิจารณ์ และ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สิ้นสุดลงตาม มาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ประกาศให้ผู้มีชื่อลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตาม มาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ดังนี้ ๑. นายปฏิวัติ พิจารณ์ ลำดับที่ ๕ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ๒ นางสาวภคอร จันทรคณา ลำดับที่ ๓ พรรคไทยศรีวิไลย์ จึงขอแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๓. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตาม มาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อน เข้ารับหน้าที่ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่
เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตน เป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญสมาชิก ๒ ท่าน นายปฏิวัติ พิจารณ์ นางสาวภคอร จันทรคณา พร้อมนะครับ ยืนขึ้นนะครับ แล้วกล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ และโปรดระบุชื่อของท่านนะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำ ปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
“ข้าพเจ้า นายปฏิวัติ พิจารณ์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
“ข้าพเจ้า นางสาวภคอร จันทรคณา ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ยินดีด้วยครับ เชิญนั่งเลยครับ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้จึงเป็น ๔๑๖ คน เพิ่มอีก ๒ คน องค์ประชุมจึงเป็น ๒๐๘ คน ขยับขึ้นมาอีก ๑ คน ก็ ๒๐๘ คน เป็นองค์ประชุม ผมขอเรียนเพิ่มเติมนิดเดียวก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๓ คือพรุ่งนี้จะเป็นการประชุม ครั้งสุดท้าย มีเรื่องที่ตั้งใจจะให้ผ่านให้หมดก็คือผลงานของกรรมาธิการ ตอนบ่ายผมก็เลย เชิญกรรมาธิการแต่ละคณะมาคุยด้วยว่าผมอยากให้งานของเขาซึ่งได้พิจารณามาเป็นปี ๆ ได้ผ่าน เพราะฉะนั้นพวกเราขอความกรุณาพรุ่งนี้ว่าช่วงพิจารณาเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วเราช่วยอยู่เป็นเพื่อนกันหน่อยก่อนที่จะปิด หลังจากนั้นก็คิดว่าจบเรื่องที่ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็จะทำให้งานที่พวกเราได้ลงทุนลงแรงใช้งบประมาณ เบี้ยประชุมไปเป็นล้าน ๆ บางคณะก็จะได้ผ่านเป็นผลงานของท่านไป ผมต้องเรียนว่า ด้วยความอยากจะให้เป็นผลงาน ไม่อยากจะปล่อยไปเลยตามเลยไปตามยถากรรม ถึงไม่ถึง ก็ช่าง แต่ว่าพยายาม แต่บังเอิญว่าในช่วงที่ผ่านมาองค์ประชุมไม่ครบ เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้ ที่เราคิดว่าฉันเสร็จก่อนวันพรุ่งนี้มันก็เลยค้างมา ก็เรียนพวกเราได้เตรียมตัวไว้เอาพรุ่งนี้ ด้วยครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ก่อนที่จะไปเรื่องอื่น ขอเชิญท่านจุลพันธ์ครับ