รงค์ บุญสวยขวัญ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ 7 ฉบับเพื่อแก้ปัญหาประมง โดยเน้นความจำเป็นในการแยกประเภทประมงอย่างชัดเจนระหว่างประมงพาณิชย์ขนาดเล็กกับประมงพื้นบ้าน พร้อมตั้งข้อกังวลเรื่องนิยามของผู้ทำประมงพื้นบ้านที่อาจตัดเด็กในครอบครัวชาวประมงออกจากระบบ และเตือนถึงโทษที่รุนแรงเกินไป ขณะเดียวกันเรียกร้องให้มีการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคณะกรรมการประมงจังหวัด และเสนอให้ร่างกฎหมายครอบคลุมการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ฟื้นฟูเยียวยา และการปรับเปลี่ยนอาชีพอย่างยั่งยืน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตแสดงความเห็นด้วย และยินดี มาก ๆ กับที่พี่น้องของเราได้เสนอญัตติเป็นร่างพระราชบัญญัติ ๗ ฉบับ แม้นว่าวันนี้การเอา เรื่องนี้มาพูดจะช้าไปแล้วก็ตาม เพราะในปี ๒๕๖๓ เราเสนอญัตติขึ้น ๑๐ ญัตติ แต่สภาไม่ได้ ตั้งคณะทำงานกันขึ้นมา ทำให้พี่น้องประชาชนชาวประมงได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเขา เดือดร้อนมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ตอนออกพระราชกำหนดในคราวโน้น แต่เอาล่ะครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอขึ้นมาทั้ง ๗ ฉบับ ผมขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจ นิดหนึ่ง เพื่อที่จะอภิปรายและแสดงความเห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการกันขึ้นมา
ประการที่ ๑ ร่างพระบัญญัติทั้งหมดมีการแยกประเภทประมง ชัดเจนครับ เป็นประมงพาณิชย์ขนาดเล็กกับประมงพื้นบ้าน เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ผมได้พบปะกับพี่น้อง ชาวบางจากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชาวบางควาย ชาวปากนคร ชาวท่าซัก ที่จังหวัด นครศรีธรรมราช บอกว่าจะแก้ปัญหาชาวประมงจะต้องแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้ากฎหมายเข้า พระราชบัญญัติเข้า ชาวประมงพื้นบ้านที่บ้านผมได้ถูกนิยามในกฎหมาย ว่าเป็นประมงพื้นบ้าน เขาจะได้มีความหวังมีแสงสว่างอยู่ที่ปลายอุโมงค์ แม้นว่าเราจะพูด ในปลายสมัยของรัฐสภาชุดนี้ก็ตาม
ประการที่ ๒ เวลาพูดถึงผู้ทำการประมงพื้นบ้าน ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ในร่างพระบัญญัติหรือว่าคณะกรรมาธิการที่จะไปทำในวาระ ๒ ต่อไป หรือคณะกรรมาธิการ ก็คือว่าเวลาพูดประมงพื้นบ้าน ผู้ทำการประมงพื้นบ้านคือใคร บอกว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทย และเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ อันนี้คิดให้ดี ฝากนะครับ ฝากกรรมาธิการบอกว่าถ้าอย่างนั้น เด็กชาย ก เรียนประถมศึกษาปีที่ ๖ หรือเรียน ม. ๑ ม. ๒ ออกทะเลหน้าบ้านกับเขาตั้งแต่ ตี ๔ หัวรุ่ง นั่งไปกับคุณพ่อออกเรือ คุณแม่และเขาไปด้วย เขาเป็นประมงได้ไหมครับ เขาบรรลุนิติภาวะไหมครับ เพราะการบรรลุนิติภาวะอย่างเดียวไม่พอจะต้องได้รับใบอนุญาต จะต้องจดแจ้งในการขึ้นเป็นผู้ทำการประมงจากกรมประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมกำลังนำเรียนว่าผู้ทำการประมงพื้นบ้านคือใคร แม้ว่าต่อไปนี้เราจะนิยาม เราจะขึ้นทะเบียน อย่างชัดเจน ดีมากครับ แต่อย่าลืมว่าถ้าเรานิยามชัดเจนมันจะทำให้อิหลักอิเหลื่อ กับลูกหลานเด็กเล็ก ๆ ที่ออกตั้งแต่ตี ๔ หัวรุ่งไปออกทะเล ตอนแปดโมงเช้า กลับมา ไปโรงเรียน คนเหล่านี้จะผิดกฎหมายไหมครับ นั่นเป็นประเด็นหนึ่ง
ประการที่ ๓ เวลาการกำหนดโทษฝ่าฝืน หนักไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ปากนคร จากท่าซัก บอกว่าการลงโทษผู้ฝ่าฝืนหรือผู้ที่ ทำผิดที่ผ่านมาเป็นแสน ชาวประมงพื้นบ้านนี่ครับ หม้อข้าวของเขาอยู่ในทะเล ถ้าเขาออก ทะเลไม่ได้ก็แสดงว่าหม้อข้าวเขาไม่มี ลูกไปโรงเรียนก็ไม่ได้ นี่คือปัญหา ถ้าไปทำผิด ซึ่งเขาก็พยายามที่จะไม่ทำผิด แต่พอเกิดทำผิด โดนปรับ โดนลงโทษ ยึดเครื่องมือ ยึดเรือ แถมมีการปรับเป็นเงินที่สูงเป็นแสนบาท อันนี้การกำหนดโทษของร่างพระบัญญัติ ที่จะเกิดขึ้น ฝากนะครับ ช่วยพิจารณาประมงพื้นบ้านด้วย
ประการที่ ๔ เวลาพูดถึงคณะกรรมการประมงจังหวัด ท่านประธานครับ ดีหมดล่ะ ในคณะกรรมการตามโครงสร้างที่เขียนกันเข้ามา แต่ผมตั้งข้อสังเกตนะครับว่า แล้ว อปท. เทศบาล หรือ อบต. ที่อยู่ที่ทะเลหน้าบ้านเขา นายกเทศบาลปากนคร นายก อบต. ท่าซัก นายก อบต. บางจาก นายก อบต. ท่าไร่ นายก อบต. ท่าศาลา นายก อบต. แหลมตะลุมพุก คนเหล่านี้ควรจะได้มีสัดส่วนไปนั่ง เพราะคนของเขา คนในพื้นที่ อบต. ของเขาเป็นประมงเกือบหมด แต่ว่าเขาไม่ได้เป็นตัวแทนในคณะกรรมการประมงจังหวัด อันนี้ก็ฝากพวกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ติดทะเลว่าจะใส่สัดส่วนให้เขาเป็นอย่างไร
ประการที่ ๕ เป็นประการสุดท้าย ก็คือสาระสำคัญอันหนึ่งที่ร่างพระราช บัญญัติควรจะมีก็คือกระบวนการส่งเสริม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา และกระบวนการที่เรียกกันว่าปรับเปลี่ยนอาชีพ หากพี่น้องประมงพื้นบ้านไม่สามารถ ทำประมงพื้นบ้านได้อีกต่อไป ด้วยเหตุผลอันใดก็ตามแต่ จะมีกระบวนการปรับเปลี่ยนอาชีพ ไปสู่อาชีพอื่นอย่างไร สิ่งนี้ผมคิดว่าการออกพระราชบัญญัติต้องรอบคอบ แล้วก็ต้องรอบคอบ มากกว่าพระราชกำหนดซึ่งรวดเร็ว แล้วก็ใช้อำนาจแบบพิเศษ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่มันจะเกิดขึ้นปี ๒๕๖๖ ต้องรอบคอบ ตรงที่ว่าการปรับเปลี่ยนอาชีพ การฟื้นฟูเยียวยา อย่างเช่นเขาเจอมรสุม เจออะไรก็แล้วแต่ รวมไปถึงกระบวนการพี่น้องประมง สมัชชาริมอ่าว สมัชชาหัวแหลม สภาประมงพื้นบ้าน ตรงไหน ๆ จะให้เขาได้รับการส่งเสริมจากพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างไร ตรงนี้ก็เพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะทำให้ประมงพื้นบ้านของผมถูกกฎหมาย อยู่ยืนนาน มีความสมบูรณ์ของท้องทะเล เพราะฉะนั้นเพื่อลูกหลานและบ้านเมืองของชาวประมง จึงเห็นด้วยที่จะรับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็ฝากประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตในขั้นวาระ ๒ วาระ ๓ ต่อไป ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ