ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้เกิดจากข้อบกพร่องในระบบประชาธิปไตยภายในสหกรณ์และการรวมกลุ่มของกรรมการกับอดีตผู้จัดการ พร้อมเสนอให้รัฐเร่งหาแนวทางป้องกันและแก้ไขเชิงระบบเพื่อยกระดับธรรมาภิบาล รวมถึงตั้งคำถามต่อมาตรการของรัฐในการปราบปรามการทุจริตจากกรณีศึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นที่มีการยักยอกเงินในจำนวนมากและมีผู้เกี่ยวข้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ขออนุญาตท่านประธานในการสอบถามกระทู้ เรื่อง ขอให้หาแนวทางป้องกันและแก้ไขเชิงระบบ กรณีทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ ท่านประธานที่เคารพครับ สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นสหกรณ์ ที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่ของจำนวนสมาชิกและสินทรัพย์ ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ พบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์มีสมาชิกกว่า ๓.๒ ล้านคน จากจำนวนสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศประมาณ ๑๐.๙ ล้านคนหรือประมาณ ๑๓๐ ล้านคน แต่สหกรณ์ออมทรัพย์มีสินทรัพย์มากกว่า ๓.๒๖ ล้านล้านบาท จากจำนวนสินทรัพย์ ของสหกรณ์รวมทุกประเภท ๓.๖๕ ล้านล้านบาทหรือประมาณร้อยละ ๙๐ ของสินทรัพย์ สหกรณ์ทุกประเภทรวมกันมากกว่างบประมาณรายจ่ายของประเทศไทยด้วยครับ ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์จัดเป็นสถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคาร มีหน้าที่หลักในการรับฝากเงิน จากสมาชิกให้สมาชิกกู้ยืมเงิน โดยคิดดอกเบี้ยแล้วนำกำไรที่ได้จากการดำเนินการมาแบ่งปัน ให้สมาชิกตามมูลค่าหุ้นที่ถือ นอกจากนั้นอาจมีเงินเฉลี่ยคืนอัตราดอกเบี้ยให้แก่สมาชิก เงินทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์ได้จากเงินค่าหุ้นของสมาชิก เงินฝากจากสมาชิกและเงินกู้ จากสถาบันการเงินอื่น ดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ มีนายทะเบียน สหกรณ์เป็นผู้กำกับดูแลภายใต้กฎหมายของสหกรณ์ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสหกรณ์ ออมทรัพย์นั้นมีมากมาย พบว่าตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ เอาแค่ตรงนี้ก่อน สหกรณ์ทั้ง ๗ ประเภท มีปัญหาทุจริตต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๒๐๐ แห่ง ราคาความเสียหายที่ปรากฏประมาณไม่น้อยกว่า ๒ หมื่นล้านบาท ขอเรียนความเสียหายตรงนี้นะครับ ความเสียหายนั้นที่ปรากฏ ๒ หมื่นล้านบาท มันเป็นยอดภูเขาน้ำแข็งที่เห็นข่าวคราวจากการทุจริตเท่านั้น แต่มูลค่าความเสียหาย ที่แท้จริงจะแสดงเป็นระยะในหนี้ที่ไม่รับรู้รายได้หรือการสำรองหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ ตามปกติสหกรณ์ออมทรัพย์จะมีภารกิจที่ต้องรายงานการตรวจสอบกิจการและสอบบัญชี ต่อหน่วยงานในกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ปัญหาการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เกิดระยะนั้น มีรากฐานมาจากการปกปิดข้อมูล ปลอมแปลง ตกแต่งบัญชี ซึ่งเป็นการดำเนินของ ฝ่ายจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับผู้บริหารสหกรณ์ นอกจากนั้นหากรากฐานความฉ้อฉล ของกรรมการดำเนินการจำนวนหนึ่งของสหกรณ์ก็จะทำให้การปกปิดข้อมูลหรือตกแต่งบัญชี ทำได้โดยง่าย แม้จะมีผู้ตรวจสอบบัญชีและตรวจสอบบัญชีจากภายนอกก็ตาม พบว่า ฝ่ายจัดการมีการจัดเอกสารให้ผู้ตรวจสอบบัญชี กิจการเท่าที่อยากให้ตรวจสอบเท่านั้น และมีการเจรจากับผู้ตรวจสอบบัญชีให้ช่วยเหลือ ให้ลงบัญชีตามที่ต้องการ แน่นอนว่า การแกะรอยธุรกิจจากบัญชีและการตรวจสอบกิจการในกรณีเช่นนั้น ย่อมไม่สามารถ พบการทุจริตได้เท่าไรนัก ดังนั้นจุดอ่อนสำคัญคือการขาดธรรมาภิบาลในการบริหารสหกรณ์ นั่นเองซึ่งอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีไว้ครับ
นอกจากนั้นจุดอ่อนที่ใหญ่อีกประการหนึ่งของบริการสหกรณ์ก็คือข้อบังคับ สหกรณ์ และความเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยจะเป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาสหกรณ์ได้ จึงนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าก็คือ กรรมการ การรวมกลุ่มของพรรคพวกที่ก่อทุจริต โดยปกติ กรรมการจะดำเนินการสหกรณ์มีจำนวนประมาณ ๑๕ คน หากในสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่ง มีกรรมการที่ฉ้อฉลจำนวน ๒ คน และมีพรรคพวกอีก ๖ คน ก็คือเป็นเสียงข้างมาก ดังนั้น การดำเนินการที่ฉ้อฉลจึงเกิดขึ้นได้ง่ายเพราะการแก้ปัญหาสหกรณ์มักจะแก้ด้วยการลงมติ ทำให้มติกรรมการดำเนินการผ่านไปด้วยเสียงข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้กู้เงินแก่สมาชิก ที่มีปัญหาและหนี้สูญ การให้สหกรณ์อื่นกู้ยืมเงิน การลงทุนที่อาจมีเงินทอนเป็นต้น เมื่อคณะกรรมการดำเนินการมีมากพอก็จะลงมติอะไรก็ได้ที่สามารถครอบงำฝ่ายจัดการ ได้โดยง่าย นั่นหมายถึงการครอบงำสหกรณ์นั่นเอง ขอเรียนอีกกรณีหนึ่งก็คือ การที่ผู้นำ ฝ่ายจัดการหรือผู้จัดการเมื่อเกษียณอายุแล้วก็กลับมานั่งเป็นกรรมการและหากระหว่างที่ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการนั้นมีปัญหาทุจริตเกิดขึ้นก็ทำให้ปัญหาทุจริตยังคงอยู่และแก้ไขไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นหากอดีตผู้จัดการวันนั้นคือกรรมการและมีเสียงข้างมากก็จะมีความโน้มเอียง จะก่อปัญหาธุรกิจสหกรณ์นั้นอย่างง่ายดาย ชัดเจนว่าอดีตผู้จัดการซุกซ่อนรายการลูกหนี้ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ซึ่งมีมากมาย บางแห่ง ๒๐๐ สัญญาหรือเป็นเงินกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถทำได้ การไม่กลับไปดูแลอย่างดีเหล่านี้ถามว่าจะทำอย่างไร ในส่วนของรัฐซึ่งเป็นนายทะเบียนตรงนี้ไป ขอเรียนในส่วนตรงนี้คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรซึ่งผมอยู่ ได้รับการร้องเรียนสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น มีอดีตผู้จัดการ ยักยอกเงินถึง ๔๓๐ ล้านบาท โดยไปปลอมเอกสารมาฝากเงินที่กรุงเทพฯ แล้วก็เอาเงินไป และมารับสารภาพและเรียกว่าจะคืนเงินแต่ไม่คืน ซึ่งตอนนี้ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในฝ่ายรัฐบาลด้วย กรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบ ตอนนี้มีการสั่งฟ้องคดีอาญา ฐานยักยอกและปลอมแปลงเอกสารที่ศาลจังหวัดขอนแก่นไปเรียบร้อยแล้ว และ ปปง. ก็มีการอายัดทรัพย์ในบางส่วน นี่คือเป็นระดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ได้ส่งเรื่อง ให้กับประธานได้ลงโทษทางวินัยตอนนี้ ยังมีอีกประมาณไม่น้อยกว่า ๒๐๐ แห่ง แล้วที่ผม บอกว่าเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่เห็น ถามว่าในส่วนรัฐมนตรีมีมาตรการในการป้องกัน หรือปราบปรามทุจริตในเรื่องดังกล่าวอย่างไรในเชิงระบบ ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ คำถามที่ ๑ ครับ