ศุภชัย แจงแนวทางกำกับปลูกกัญชา-กัญชง ย้ำไม่ใช่ยาบ้า เน้นควบคุมเพื่อสาธารณะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ศุภชัย ใจสมุทร ชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลการปลูกกัญชาและกัญชงตามกฎหมาย โดยแยกการขออนุญาตในเชิงพาณิชย์และการจดแจ้งในครัวเรือน ย้ำว่ากัญชาไม่ใช่ยาบ้าและควรมีการควบคุมเพื่อประโยชน์สาธารณะ สนับสนุนเกษตรกรรายย่อยและรักษาสิทธิของชุมชนในการปลูกต่อไป พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการออกกฎกระทรวงที่ต้องดำเนินไปตามหลักนิติธรรม โดยอยู่ภายใต้กรอบของเลขาธิการ อย. และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตเรียนให้ ท่านประธานได้ทราบว่าประเด็นเรื่องการปลูกกัญชา กัญชง เราแยกเป็น ๒ ส่วน เป็น ๒ หมวด หมวด ๑ ก็คือการขออนุญาตและการอนุญาตในมาตรา ๑๕ ซึ่งเรากำลัง พิจารณาอยู่ตอนนี้ รวมถึงมาตรา ๑๕/๑ มาตรา ๑๕/๒ มาตรา ๑๕/๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการขออนุญาตและการอนุญาต ในหมวด ๔ เป็นเรื่องการขอจดแจ้งและการรับจดแจ้ง ซึ่ง กรณีนั้นเป็นการปลูกในครัวเรือน ซึ่งเราคงจะต้องได้มีการพิจารณากันลำดับต่อไปแต่สิ่งที่ อยากจะเรียนต่อท่านประธานก็คือกรณี ๒ กรณีนี้แยกกัน สิ่งที่เป็นการขออนุญาต ก็คือการขออนุญาต ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของเชิงพาณิชย์ ซึ่งท่านก็ทราบอยู่แล้ว การบอกว่า จะขออนุญาตก็แปลว่าถ้าใครไม่ขออนุญาตก็ถือเป็นการทำผิดกฎหมายมีโทษทางอาญา ยกตัวอย่างเช่น โทษสำหรับคนที่นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ตามมาตรา ๓๘/๑ การที่เราไม่เขียนเรื่องของการอนุญาตไว้ต่างหากละครับนั่นคือเสรี การที่ใครจะทำอะไรในเรื่องการเพาะปลูก เรื่องของการผลิต การนำเข้า ส่งออก หรือการขายกัญชา กัญชง หรือสารสกัด ต้องขออนุญาตนั้น แปลว่ารัฐมีหน้าที่ที่จะต้องเข้ามา กำกับดูแล สิ่งนี้ไม่ใช่เรียกว่าเสรี สิ่งที่เป็นเสรีอยู่ก็คือ ณ เวลานี้ เพราะเราไม่มีกฎหมายที่จะ กำหนด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายว่าวันนี้มีการนำเข้ากันมาจาก ต่างประเทศมากมาย อันนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการที่แอบนำเข้ามา แต่เราไม่มีกฎหมาย ที่จะไปดำเนินคดีเขาอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ การกำกับดูแลการใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งก็คือสิ่งที่ขอให้ท่าน ได้ร่วมกันพิจารณา สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนจากกรรมาธิการไปยังทุกท่านว่าจริง ๆ ต้องขออธิบายให้ทราบมีสมาชิกท่านหนึ่งเมื่อสักครู่ท่านบอกว่ากัญชากับยาบ้ามีสารเสพติด เหมือนกัน ไม่เป็นความจริงครับ ในทางการแพทย์เป็นที่ยอมรับกันแล้ว แต่ยังอย่างไรก็ตาม ท่านก็ไปหาความรู้ตรงนั้นกัน

ในประเด็นสุดท้าย สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนว่าตามที่ท่านกรรมาธิการจาก คณะกรรมการกฤษฎีกาได้อธิบายว่ากฎกระทรวงตามวรรคสองต้องไม่มีผลเป็นการกีดกัน หรือการผูกขาดทางการค้า ก็ขออนุญาตที่จะเล่าความหลังย้อนให้ฟังว่าเรื่องนี้จริง ๆ แล้ว ต้องขอบคุณทั้ง ๒ ท่านที่ได้เสนอมา ก็คือท่านกรรมาธิการเท่าพิภพ แล้วก็ท่านอดีตกรรมาธิ การ ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ซึ่งทั้ง ๒ ท่านมีความห่วงใยเกษตรกร สิ่งที่ท่านบอกว่าคน ตัวเล็ก ตัวน้อย สิ่งที่ท่านห่วงว่าถ้าเราไม่เขียนถ้อยคำนี้ลงไว้ก็จะมีผลทำให้ทุนใหญ่มาเอา เปรียบมากีดกันทางการค้าแล้วจะมาผูกขาด ซึ่งเราเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความตั้งใจที่จะ ทำให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคนตัวเล็ก ตัวใหญ่ หรือนายทุน ก็สามารถที่จะดำเนิน ธุรกิจในการเพาะปลูกตรงนี้หรือดำเนินการเรื่องการขายตรงนี้ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม จึงได้เขียนกฎหมายนี้เข้าไป สิ่งที่ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านกรรมาธิการจากกฤษฎีกาได้เรียน ต่อท่านสมาชิกก็คือว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ก็มีการถกกันมาก ถกกันมากว่าเราควรจะมีถ้อยคำนี้กันอยู่หรือเปล่า แต่พอเราได้มีการเสนอเข้าไปในการพิจารณา เราก็ได้เชิญผู้แทนจากกระทรวงการ ต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์เข้ามาชี้แจงประเด็นเรื่องของถ้อยคำตรงนี้ ซึ่งทั้ง ๒ กระทรวงก็มีความเห็นว่าการที่เราไม่ได้เขียนถ้อยคำนี้ไปก็จะมีผลกระทบต่อการค้า ระหว่างประเทศ ซึ่งเรามีข้อผูกพันตามองค์การการค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอ (WTO) เพราะฉะนั้นเราจึงมีถ้อยคำตรงนี้ไว้ และต้องเรียนท่านต่อครับว่าจริง ๆ มีการเสนอเรื่องของ การสนับสนุนเรื่องห้ามนำเข้า ๕ ปีอยู่ในมาตรา ๔๒ แต่ในที่สุดที่ประชุมเสียงข้างมากก็ให้ตัด มาตรา ๔๒ ออกไป ที่เขียนบอกว่าในช่วง ๕ ปีนี้ห้ามนำเข้ามาจากต่างประเทศ วัตถุประสงค์ ก็คือเพื่อสนับสนุนเกษตรกรภายในประเทศ เพราะฉะนั้นต้องขอเรียนครับว่าการพิจารณา มีอยู่บนพื้นฐานความมีเหตุมีผล สิ่งที่จะขอยืนยันว่าถ้าท่านได้ดูเรื่องทั้งหมดก็ต้องเรียน ท่านสมาชิกว่าจริง ๆ ประเด็นเรื่องการขออนุญาตเรื่องของการปลูกกัญชาหรือกัญชงก็ตามนี่ มันแยกส่วนกับเรื่องการจดแจ้ง วันนี้พี่น้องชาติพันธุ์ก็ยังสามารถที่จะปลูกได้เหมือนเดิม ไม่มีเรื่องอะไรเลยที่ไปควบคุมเรื่องเมล็ดพันธุ์ครับ ในทางกลับกันถ้าท่านดูในร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เขียนกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการในเรื่องการสนับสนุน ส่งเสริมในเรื่องของการเพาะปลูก เรื่องพัฒนาพันธุ์กัญชา กัญชงไว้อย่างดีครบถ้วนแล้ว ถ้าท่านไปดู

สิ่งสุดท้ายที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือ ในมาตรา ๔ ผู้อนุญาต ไม่ใช่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้อนุญาตคือเลขาธิการ อย. แล้วก็อยากจะเรียน เพิ่มเติมว่าการออกกฎกระทรวง ๑ เรื่องมันไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ ครับ มันต้องผ่าน กระบวนการการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น การเขียนตรงนี้ไว้เพื่อให้กฎกระทรวงจะต้องดำเนินการในเรื่องหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็จะต้อง พิจารณาอยู่ในขอบเขต ตามมาตรา ๑๕/๑ มาตรา ๑๕/๒ มาตรา ๑๕/๓ นี้ไปเรื่อย ๆ จะไปเขียนแบบตีเช็คเปล่าอะไรนี่ไม่ใช่แล้วครับ ไม่มีอยู่ในประเทศที่มีหลักนิติธรรม ปกครอง นิติรัฐแบบประเทศไทยของเราครับ ขอบพระคุณครับ