มนพร เจริญศรี หารือเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะการประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขกรณีของน้องแบมและน้องตะวันที่ถูกจับกุมขังในคดีมาตรา ๑๑๒
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอสนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาของท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ในเรื่องของการรับฟังข้อเรียกร้องของคณะราษฎรว่าต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออกที่เสรีภาพจะต้องมาก่อน สิ่งอื่นใดค่ะ และนอกจากนั้นอำนาจจะต้องเป็นอันมากที่อิสระปราศจากอำนาจใด อำนาจหนึ่งนำ ซึ่งการปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนและผู้บริหารศาลจะต้องไม่ถูก แทรกแซงจากกระบวนการพิจารณาคดีใด ๆ ซึ่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ได้ให้มีการยุติ การดำเนินคดีกับพี่น้องประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมทางการเมืองค่ะ ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวพรรคเพื่อไทยได้รับข้อเรียกร้องจากน้อง ๆ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า นโยบายของการประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข มาตรา ๑๑๒ หรือว่า มาตรา ๑๑๖ พรรคเพื่อไทยรับข้อเสนอดังกล่าว แล้วก็จะนำเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ท่านได้เสียสละเวลาเดินทางมารับฟังความเห็นต่าง ๆ จากสมาชิกทุกพรรคการเมืองนะคะ จากกรณีของน้องแบมแล้วก็น้องตะวันซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกจับกุมขังในคดี มาตรา ๑๑๒ มาตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ ที่น้องได้ตัดสินใจเดินเข้าสู่เรือนจำเพื่อแลกกับ ความหวังว่าเพื่อน ๆ ของน้องจะได้ประกันตัว น้องใช้กิจกรรมที่บอกว่าเลือดแลกด้วยเลือด ด้วยการอดข้าวอดน้ำ แล้วน้องก็ใช้ของเหลวสีแดงเทตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่านประธานคะ จากภาพเหล่านี้ที่ถูกโพสต์ (Post) ในโซเชียล (Social) ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างคะ ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทั้ง ๆ ที่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นเป็นเพียงรัฐธรรมนูญที่ร่างมาจาก คสช. กติกาสากลก็ไม่เป็น เพราะว่า ส.ว. มาจากการแต่งตั้งของ คสช. นี่อย่างไรคะ นี่เป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่ เม็ดแรกจนทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องเดินบนถนน เรียกร้อง หาความเป็นธรรม ท่านประธานคะ นับตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศใช้ กฎหมายทุกมาตรา ตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ นับเป็นระยะเวลา ๒ ปี จนถึง วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ท่านทราบไหมว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา ๑๑๒ อย่างน้อย ๒๑๗ คน ในจำนวน ๒๓๖ คดี ซึ่งเป็นสถิติในห้วงปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ มีผู้ถูกตั้งข้อหา มาตรา ๑๑๒ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ฟังนะคะ ในเดือนมกราคม มีผู้ถูก จองจำในเรือนจำ มาตรา ๑๑๒ อย่างน้อย ๘ คน ท่านประธานคะ จากสถานการณ์โควิด (COVID) และสถานการณ์การชุมนุมขับไล่รัฐบาลและประกาศของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ถูกประกาศ โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกข้อกำหนดอะไรมาเยอะแยะเลยค่ะ ทั้งห้ามการชุมนุม เรื่องของการควบคุมสื่อ การกำจัดพฤติกรรมของพี่น้องประชาชนที่มีความเห็นต่าง และรัฐบาลชุดนี้มีข้อพิเศษเลยค่ะ มีอำนาจใน พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ในกำมือ ท่านจะใช้อำนาจ อะไรก็ได้ เพราะท่านมีอำนาจนี้อย่างไรคะ ทำให้การชุมนุมโดยใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้ เป็นกฎหมายสำคัญที่ท่านใช้กำจัดคนที่แสดงความเห็นต่างทางการเมือง คนที่วิพากษ์วิจารณ์ ท่านไม่ได้ ขณะนี้ผู้ที่ชุมนุมต้านรัฐบาลหรือมีความเห็นต่างถูกดำเนินคดีไปแล้วอย่างน้อย ๑,๔๔๕ คน ในจำนวน ๖๒๓ คดี ในกฎหมายมาตรา ๑๑๖ ในความผิดที่ฐานยุยงปลุกปั่น ท่านถูกนำมาใช้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งกระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปิดกั้น ความเห็นต่างเหล่านี้ และยังถูกอีกข้อหาหนึ่งคือละเมิดอำนาจศาลค่ะ การละเมิดอำนาจศาล จึงกลายเป็นเครื่องมืออีกขั้นหนึ่งและเป็นอีกข้อหาหนึ่งที่สร้างภาระให้กับคนที่ออกมาแสดง ความเห็นต่างและเป็นภาระอันหนักขึ้นไปอีกก็คือในเรื่องของผู้ต้องหาต้องหาหลักทรัพย์ มาประกันตัวในแต่ละคดีเพิ่มขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ กรณีของน้องแบมและน้องตะวันกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดิฉันมีลูกสาววัยใกล้เคียงกับน้องแบม น้องตะวัน น้องทั้งสองควรจะมีวัยวิถีชีวิตของวัยหนุ่มสาวที่มีความฝัน มีชีวิตที่เป็นความหวังของพ่อแม่ แต่วันนี้น้องอยู่ภายใต้ซี่กรงขัง ฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เร่งหาแนวทางนวัตการในการที่ท่านมีอำนาจอยู่เพียงไม่กี่วันให้น้องได้มาสู่โลกแห่งเสรีภาพ โลกแห่งความยุติธรรมของสังคมไทยต่อไป ขอบคุณค่ะ