ชลน่าน เสนอญัตติด่วน ทบทวนกฎหมายคุมขัง-เรียกร้องปล่อยตัวตามสิทธิมนุษยธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายประเด็นการละเมิดสิทธิผู้เห็นต่างทางการเมือง การใช้กฎหมายเกินขอบเขต และเรียกร้องให้ปล่อยตัวเยาวชนที่ถูกคุมขังและกำลังอดอาหารเพื่อประท้วง โดยเน้นย้ำความสำคัญของหลักมนุษยธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างรอบด้าน พร้อมเสนอให้ทบทวนการใช้มาตรา 112 และมาตรา 116 อย่างเป็นธรรม และเปิดเวทีรับฟังความเห็นทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกร่วมโดยไม่เพิ่มความขัดแย้งในสังคม

นายชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน หัวหน้าพรรค เพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาได้เห็นความสำคัญได้นำเอาญัตติด่วนที่เสนอด้วยวาจาที่เสนอโดย ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณัฐวุฒิ บัวประทุม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพื่อนำเรื่องที่เป็น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้นำมาพิจารณาร่วมกัน ผมกราบขอบพระคุณผ่าน ท่านประธานไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ได้มารับฟัง แม้ท่านทราบเพียงว่าเราจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันพิจารณา หาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการการบังคับใช้กฎหมาย ที่ล้นเกินและขัดต่อหลักนิติธรรมต่อผู้ต้องขังและผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง แล้วให้ สภาแห่งนี้มีมติเห็นชอบในมาตรการเหล่านั้นส่งให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการเสนอญัตติเรื่องนี้หลักการก็เป็นไปตามที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานครับ คือเพื่อให้สภาแห่งนี้หามาตรการ หาแนวทางในการแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายแล้วไปละเมิดสิทธิ เสรีภาพของลูกหลาน เยาวชน ของพี่น้องประชาชนผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง จนกระทั่งมีการประท้วง มีการ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมด้วยการอดอาหาร ซึ่งจะเป็นอันตราย ต่อชีวิตของผู้ประท้วง เหตุการณ์เหล่านั้น ข้อเท็จจริงเหล่านั้นยังปรากฏอยู่ กระผม จะขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและเหตุผลที่จะกราบเรียน ท่านประธาน รวมทั้งมาตรการและแนวทางการแก้ไขที่เสนอต่อท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลเพื่อจะรับไปดำเนินการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นที่ปรากฏทราบโดยทั่วกัน ว่าขณะนี้มีผู้ที่ถูกคุมขังซึ่งเป็นเยาวชน ๒ คน น้องตะวัน น้องแบม ขออนุญาตท่านประธาน ชื่อที่มีผู้ที่รับรู้ รับทราบกันทั่วไป น้องทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และน้องอรวรรณ ภู่พงษ์ ได้ถูกจับกุม คุมขังอยู่ในเรือนจำอยู่ในขณะนี้ ได้ใช้ชีวิตและร่างกายของตัวเองต่อสู้เรียกร้อง เพื่อขอความเป็นธรรมโดยการอดอาหาร นับถึงวันนี้ก็ร่วม ๑๒ วัน จนกระทั่งต้องขอย้าย ออกไปอยู่ในโรงพยาบาลที่อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ รังสิต ท่านประธานครับ จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขณะนี้น้องทั้งสอง จำเป็นต้องใช้ชีวิตของตัวเองเป็นข้อเรียกร้อง ข้อแลกเปลี่ยน ข้อเท็จจริงปรากฏสมทบขึ้น ก็คือว่าผู้ที่มีความเห็นด้วยในการต่อสู้เรียกร้อง แม้จะไม่เห็นด้วยกับการต่อสู้ของน้อง ในเรื่องของการใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเครื่องต่อสู้ แต่เขาเหล่านั้นเห็นด้วยกับแนวทาง การเรียกร้องก็ไปร่วมที่จะยืนหยุดขัง เพื่อเสนอข้อเสนอไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับข้อเสนอ ที่น้องได้เรียกร้องไปเพื่อพิจารณา ได้ร่วมกันไปยื่นขอประกันตนให้กับผู้ที่ต้องขังทางการเมือง ที่เป็นผู้ถูกคุมขังอยู่ เหตุการณ์เหล่านั้นเขากระทำมาตลอดครับ โดยเฉพาะประเด็นการยื่น ขอประกันตนตามสิทธิของมนุษยชนที่พึงมีที่รัฐธรรมนูญรองรับเอาไว้ ที่บทบัญญัติ แห่งกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายระดับสากลหรือกฎหมายในประเทศไทยเราก็ให้สิทธิ เอาไว้ ในสิทธิที่จะได้รับการประกันตน ผู้ต้องขังถ้ายังไม่มีคำพิพากษาวินิจฉัยว่าเป็น ผู้กระทำผิดย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นครับท่านประธานที่เคารพ ไม่ได้รับการประกันตนหรือการปล่อยตัว ตามที่เขาเรียกร้อง นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเรียกร้อง ที่น้องทั้งสองใช้เป็นข้อต่อสู้ก็เป็นที่ทราบโดยทั่วไป ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน เพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ แม้ข้อเรียกร้องนั้นหลายฝ่ายหลายคนอาจจะเห็นว่ามันมีความ เป็นไปได้น้อยมากกับการแลกด้วยชีวิต เพราะ ๒ เรื่อง เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่น้องทั้งสองก็สู้ครับ แม้มันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคต นั่นหมายความถึงความกล้าหาญ ความเด็ดเดี่ยวของน้องทั้งสองเขาไม่ได้มุ่งหวังว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร แต่เขามุ่งหวังให้เขามี อนาคตที่ดี ให้เพื่อน ๆ เขามีอนาคตที่ดี ให้ลูกหลานเยาวชนคนไทย ให้ประชาชนคนไทย ได้มีอนาคตที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิของตนเองที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสันติและสงบ ท่านประธานครับ

ข้อที่ ๑ เป็นการต้องการให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ แน่นอนครับ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องอาศัยเวลา ต้องอาศัยการมีส่วนร่วม ต้องอาศัยการพูดคุยกันอย่างสันติและสร้างสรรค์ แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกินหน้าที่และอำนาจของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่านได้เห็นความสำคัญมาฟังข้อเสนอของพวกเราโดยตรงเลย ข้อนี้ มันสามารถเริ่มต้นเพื่อเป็นสัญญาณบอกกับน้องทั้งสองว่ามีการตอบรับจากผู้มีอำนาจ ผมเชื่อว่า การตอบรับอย่างนี้จะทำให้น้องทั้งสองตัดสินใจว่าข้อเรียกร้องเขาบรรลุผล เพราะฉะนั้น กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งท่านได้เห็นความสำคัญตรงนี้ ไปหามาตรการรองรับว่าจะทำอย่างไรที่จะเป็น การเริ่มต้น เช่น แถลงการณ์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านเราที่ออกตั้งแต่วันจันทร์ เพราะเราเห็น ความสำคัญเรื่องนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มต้นเปิดเวทีรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องว่าจะเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไร เราออกแถลงการณ์ ไปแล้ว ถ้าท่านนำสู่ปฏิบัติได้แล้วส่งสัญญาณบอกกับน้องทั้งสองได้ว่าข้อเรียกร้องข้อที่ ๑ ของน้องได้เริ่มการแล้ว แน่นอนครับ น้องเขาไม่ได้หวังจะเห็นผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ข้างหน้า เพราะมันต้องใช้เวลา น้องเขารู้เขาทราบ แต่สิ่งที่เห็นจับต้องได้ในปัจจุบันนี้เริ่มเลยครับ เริ่มเปิดเวทีรับฟังความเห็น เริ่มเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดเรื่องการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรม ตามที่น้องเขาเรียกร้อง

ข้อเรียกร้องข้อที่ ๒ เป็นข้อเรียกร้องที่ไม่ต้องอาศัยกลไกอะไรเลยที่จะมา ทำให้ข้อเรียกร้องนี้ไม่ประสบผลสำเร็จหรือทำไม่ได้ ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับพี่น้อง ประชาชนผู้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมและการแสดงออกทาง การเมือง ขอให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังทางการเมือง นั่นหมายถึงสิทธิการประกันตนของผู้ที่ถูก คุมขังอยู่ในขณะนี้และตัวของน้องเอง แม้ตัวของน้องเองจะได้รับสิทธิในการประกันตน แต่การประกันตนภายใต้เงื่อนไขที่มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขตที่มนุษย์พึงจะได้รับ มันเป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ได้ ติดกำไรอีเอ็ม (EM) จำกัดพื้นที่ ๒๔ ชั่วโมง คนนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่สัตว์ แม้แต่สุนัขที่ท่านเลี้ยงไว้ ท่านมัดคอแล้วล่ามโซ่มันไว้ตลอดเวลา มันต้องแยกเขี้ยว มันต้องเห่า และสำคัญมันต้องกัดเจ้าของมันแม้กระทั่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดูมัน เพราะฉะนั้นสิทธิตรงนี้มันทำเกินเหตุ การประกันตนภายใต้เงื่อนไขอย่างนี้ ฝากท่านประธาน กราบเรียนไปท่านรัฐมนตรีแม้จะไม่ใช่หน้าที่และอำนาจท่าน เพราะในกระบวนการยุติธรรม แบ่งหน้าที่และอำนาจกันเป็นขั้นเป็นตอนเป็นหลายฝ่าย ผู้ที่มีอำนาจพิจารณาใช้ดุลยพินิจ ในเรื่องนี้ต้องนำไปพิจารณาเพราะเป็นดุลยพินิจของท่าน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผู้มีอำนาจตรงนี้ด้วยความเคารพครับ คณะผู้พิพากษา ศาล ผมกล่าวบันทึกไว้ตรงนี้ไม่ได้ ล่วงละเมิดหน้าที่และอำนาจท่าน เป็นดุลยพินิจอันชอบธรรมของท่าน ในการเข้าเฝ้า ถวายสัตย์ทุกครั้งที่คณะผู้พิพากษาจะเริ่มทำหน้าที่ องค์ประมุขของประเทศไม่ว่าครั้งใด ท่านเน้นย้ำตรงนี้ไว้ตลอด ท่านไปดูพระราชดำรัสขององค์ประมุขของประเทศได้ ที่พระราชทานแก่คณะผู้พิพากษาในการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ก่อนทำหน้าที่ทุกครั้ง ท่านจะเน้น ย้ำว่าการใช้ดุลยพินิจเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ ต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายภายใต้ มนุษยธรรมและมีความเมตตา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถช่วยชีวิตน้องได้ เร็วที่สุด การใช้ดุลยพินิจในการปล่อยตัว การให้ประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองภายใต้ การควบคุมที่เหมาะสม ท่านจะติดกำไลอีเอ็ม (EM) เขา แต่สิทธิในการที่จะควบคุมจำกัด พื้นที่เขาต้องพิจารณาครับ หลายคนเขาก็พึงพอใจได้รับอิสรเสรีภาพ แม้จะมีกำไลอีเอ็ม (EM) ติดที่ข้อเท้า ไปไหนก็มีความลำบาก แต่ท่านต้องใช้ดุลยพินิจอย่างมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ หลายคนท่านทำดีผมก็ชื่นชม เช่น มีผู้ต้องขังอ้างเหตุผลว่ากระทบต่อการทำอาชีพในการ ทำมาหาเลี้ยงชีพในความเป็นอยู่ของเขา ท่านปล่อยครับ ท่านถอดกำไลอีเอ็ม (EM) ให้ได้ เรื่องเหล่านี้มันไม่ได้แตกต่างกันในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พวกผู้ต้องขังหลายคนล้วนมี วิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป ติดกำไลอีเอ็ม (EM) ก็มีวิถีชีวิตแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นจะอ้าง เรื่องใดเรื่องหนึ่งมาเป็นข้อจำกัด มาเป็นเหตุเป็นผลให้ท่านปล่อยหรือถอดกำไลอีเอ็ม (EM) ให้เขา ผมคิดว่ามันน่าจะไม่มีมาตรฐานหรือเกณฑ์ชี้วัดที่เหมาะสม จริงอยู่เป็นดุลยพินิจ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ดุลยพินิจอย่างนี้ท่านก็น่าจะมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้เลย ท่านประธานครับ นี่ข้อเรียกร้องข้อที่ ๒ ที่ทำได้ทันที แล้วผมก็เชื่อมั่นว่าถ้าทำเรื่องนี้น้องทั้งสองพอใจ จากข้อที่ ๑ ท่านเริ่มการในการที่จะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่จับต้องได้

ข้อเรียกร้องข้อที่ ๓ เกี่ยวกับพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ขอให้พรรคการเมือง ประกาศนโยบายเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคดีทางการเมือง ที่น้องเขาเรียกร้องมาให้ยกเลิกบทบัญญัติมาตราที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๖ เป็นข้อเสนอที่เผยแพร่ในสาธารณะ เรื่องนี้เองก็เป็นความรับผิดชอบของ พวกเราฐานะเป็นนักการเมืองของพรรคการเมืองที่จะต้องใช้ดุลยพินิจเข้าไปดูในรายละเอียด ว่าตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเรื่องนี้ได้อย่างไร แน่นอนครับในความเห็นของแต่ละพรรค ความเห็นแต่ละฝ่ายย่อมแตกต่างกัน เพราะเรื่องนี้เองมันเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่มีข้อเห็นต่างอย่างแหลมคมและละเอียดอ่อนมาก ข้อเท็จจริงที่มันปรากฏขึ้นในการแก้ไข เรื่องที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ การที่พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งจะรับไป มันประกาศได้นะครับ ว่ารับไปเพื่อกำหนดนโยบาย แต่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ จะแก้ไขได้หรือไม่ จะยกเลิกได้หรือไม่ ไม่ใช่อำนาจพรรคการเมืองครับ มันต้องเป็นอำนาจสภาแห่งนี้ รัฐสภาแห่งนี้ และที่สำคัญได้มี บทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ครับ ถ้าท่านประธานกรุณาจะดูในรายละเอียด ผมไม่อ่านครับจะทำให้เสียเวลา แต่โดยรวมแล้วการใช้ดุลยพินิจก็ดี การใช้กฎหมายที่ มากเกินไปก็ดี ที่ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพ ที่มันล้าสมัย ที่มันไม่พัฒนา ใช้มาตรา ๗๗ ไปปรับปรุง แก้ไขได้ เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยครับ มาตรา ๑๑๖ ก็ดี หรือมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ดี มันมีการบังคับใช้มานาน หลายมาตราเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายที่ไม่ประสงค์ดี ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองกำจัดคู่แข่งทางการเมืองอย่างล้นเกิน โดยเฉพาะมาตรา ๑๖๖ ผมที่ยืนอภิปรายตรงนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงประทับหน้าผากผม ผิดมาตรา ๑๑๖ ขันแดง ๑๑๖ แค่มีขันอยู่ในมือก็เป็นภัยต่อความมั่นคง บ้านนี้เมืองนี้มันเป็นอย่างนี้หรือครับ ท่านประธาน บางพวกบางฝ่ายอาศัยกฎหมายเหล่านี้เป็นเครื่องมือทำลายคู่ต่อสู้ คู่แข่งทาง การเมือง แต่ที่น่าเสียใจครับ มันค่อนข้างหมิ่นเหม่ เพราะอย่างมาตรา ๑๑๒ เป็นประมวล กฎหมายอาญาก็จริงครับ ท่านประธานครับ แต่เขาถืออยู่ในหมวดความมั่นคงของ องค์ประมุขแห่งรัฐและราชวงศ์ มันหมิ่นเหม่มาก ถ้าเอามาใช้ในทางที่ไม่ถูก เช่นปัจจุบัน นำมาใช้อย่างล้นเกินขาดหลักนิติธรรม ขาดดุลยพินิจที่พึงมีพึงชอบ ก็เกิดปัญหาเกิดขึ้น ผลกระทบเกิดกับใครครับ เกิดกับพี่น้องประชาชน เกิดผลกระทบกับสถาบันอันเป็นที่รัก เคารพของพวกเรา เป็นการแอบอิง แอบอ้างที่ไม่บังควรยิ่งนะท่านประธานครับ ผมคิดว่า ถ้าใครมีพฤติการณ์พฤติกรรมอย่างนี้พวกเราต้องช่วยกันดู ปากบอกว่าจงรักภักดี แต่การ กระทำมันไม่ใช่ การกระทำมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นสภาแห่งนี้มาช่วยกันหามาตรการว่าเราจะมี แนวทางอย่างไร ส่วนพรรคไหน พรรคใดจะรับข้อเสนอตรงนี้ไปก็เป็นดุลยพินิจ อย่างพรรค เพื่อไทยของผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เราได้รับข้อเสนอ เราได้ พบปะกับผู้ชุมนุมเรียกร้องที่เขาหวังพึ่งพรรคเพื่อไทย ให้รับข้อเสนอของน้องทั้ง ๓ ข้อ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ข้อ ๑ ข้อ ๒ เราไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เลย เราเป็นผู้เรียกร้อง ให้น้องด้วย แต่ข้อ ๓ ในการแก้ไขหรือยกเลิกประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องมันเป็นเรื่องอนาคต แม้จะประกาศเป็นนโยบาย ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ก็ทำอะไรไม่ได้ เสนอโดยสมาชิกสภาแห่งนี้นะครับ แม้แต่กฎหมายปกติยังไม่ได้รับการบรรจุ เข้ามาพิจารณาเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ไปเป็นลายลักษณ์ อักษรชัดครับ เราเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีความเห็นต่างที่เยอะมาก เป็นความเห็นต่างที่สุดขั้วครับ ขั้วหนึ่งเห็นอีกอย่างหนึ่งเลย แล้วขั้วหนึ่งก็เห็นอีกอย่างหนึ่ง ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระทำอะไรไปโดยเฉพาะขั้วที่เห็นต่างอย่างสุดขั้วว่าห้ามแตะต้อง แล้วกล่าวอ้างว่าเป็นการล้มล้าง อีกขั้วหนึ่งที่อยากจะพัฒนากฎหมายให้มันสมบูรณ์ขึ้น จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ล้มล้างสถาบันทันที เพราะฉะนั้นลักษณะอย่างนี้มันจะสร้าง ความแตกแยกในสังคมไทย การที่เราจะรับว่าเรื่องนี้จะเป็นนโยบายหรือไม่ จะทำหรือไม่ ความเห็นต่างที่ผมนำเรียนจะต้องถูกกำจัดออกไปก่อน เป็นความเห็นร่วมว่าจุดร่วมตรงกลาง อยู่ตรงไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติขึ้นในสังคมไทย เพราะฉะนั้นต้องอาศัยเวทีพูดคุยครับ สภาแห่งนี้เป็นที่พูดคุยหรือแม้แต่เราได้มีโอกาส เราเป็นรัฐบาลเราเปิดเวทีสาธารณะให้มีการ พูดคุยระดมความเห็นระดมสมองกันอย่างเต็มที่เพื่อมาหาทางออกร่วมกัน หลังจากนั้น เรื่องแก้กฎหมายมันเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว ทำได้ครับ บ้านที่ปลูกมาร้อยปีเสา ๑ ต้นมันผุเราต้องเปลี่ยนเสา อาคารรัฐสภาของ ท่านประธานขณะนี้ไม้สักเรียงรายล้อมรอบ อย่าว่าแต่ ๒๐ ปีเลย ปีนี้เริ่มผุแล้ว ท่านประธาน ต้องเปลี่ยนไม้สักเป็นพัน ๆ ต้น ซึ่งผมก็เชื่อว่าต่อไปนี้คนที่มีอำนาจในสภาแห่งนี้เขาจะไม่ใช้ ไม้สักหรอกครับ เขาจะหาวัสดุอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายไม้สักมาทำแทน อดทน แน่นหนา ถาวร ท่านประธานเดินไปสิครับ พื้นที่ที่แดดส่องตลอด ไม้สักที่ท่านวางเป็นพื้นยกตัวโก่งขึ้น ผมไม่อยากย้อนหลังไปว่าแบบนี้มันออกมาได้อย่างไร แล้วใครรับแบบ แต่ว่ารับมาแล้ว ก็จำกลืนฝืนทน ก็ต้องรับกันไปแก้กันไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทตอนนี้ขยับไปร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทุกสิ่งทุกอย่างยังไม่เสร็จ มันต้องแก้ เสาที่มันผุเราต้องแก้ มันไม่แก้ ไม่ได้ เช่น กฎหมายเหมือนกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นพร้อมข้อเสนอ ผมเองในฐานะเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เราเห็นว่า เรื่องนี้สำคัญครับ สำคัญที่เวทีแห่งนี้ต้องพูดคุยกัน ผมขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาล ประธานวิป (Whip) พรรคภูมิใจไทย เพื่อนผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้กรุณาเห็นความสำคัญ ชีวิตน้องวินาทีเดียวก็เป็นอันตรายนะครับ การตัดสินใจของพวกเราวันนี้มีการพูดคุยกันอย่างนี้ เป็นการส่งสัญญาณให้น้องเขามีพลัง ที่จะบอกว่ายอมที่จะกินน้ำ ยอมที่จะรับการรักษา มันดีต่อทุกฝ่ายครับ ผมว่าสภาเราแก้ วิกฤติได้ ถ้าสภาเราไม่พูดตอนนี้เกิดน้องมีอันเป็นไป ท่านประธานเป็นผู้ที่มีจินตนาการที่ ล้ำเลิศ ท่านจะเห็นภาพอะไรอยู่ในหัวท่านตลอดเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ผมห่วงครับ คาดการณ์ว่าจะมีการยุบสภาในวันที่ ๑๕ มีนาคม ผมเกรงว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง ถ้าปล่อย เหตุการณ์นี้มันบานปลาย หรือเป็นข้อสังเกตเป็นข้อกล่าวหาก็ได้ หรือมีใครต้องการให้ เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้วชักใยอยู่อย่างนั้น แล้วไม่ยอมทำอะไรเลย นั่นถือว่าอำมหิตมาก กับการใช้ชีวิตน้องเพื่อแลกกับที่คุณจะสืบทอดอำนาจต่อไปโดยไม่ให้มีการเลือกตั้ง ผมกล่าวหานะครับ บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้เลย ถ้าปรากฏการณ์เกิดขึ้นนั้นจริง ข้อกล่าวหา ผมเป็นจริงต้องไม่สืบเสาะให้ได้ว่ามันเป็นใคร มันสมควรอยู่ในประเทศนี้หรือไม่ เพียงต้องการ แค่สืบทอดอำนาจคุณเอาชีวิตของมนุษย์ที่เขาพึงมีพึงได้พึงเป็นตามสิทธิเสรีภาพเขาไปแลก กับความต้องการของคุณ แต่หวังว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น ผมมองโลกในแง่ดีเป็นครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมนำเรียน ในนามของฝ่ายค้านเราเห็นความสำคัญอยากให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันนำเสนอ มาตรการแนวทาง การแก้ไขสิ่งที่ผมได้นำเรียนไปก็ส่วนหนึ่งครับ ผมกลับมาตรงข้อเสนอที่อยากจะให้ทุกฝ่าย เห็นชีวิตเป็นเรื่องสำคัญสามารถทำได้ ฝากท่านรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้ดูแลทางราชทัณฑ์ การที่น้องเขาเรียกร้องสิทธิของเขาไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่เขามีความมั่นใจ นั่นหมายความว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ที่เรามีอยู่สร้างความไม่มั่นใจให้น้องเขาหรือเปล่า มีหลักประกันอะไรที่ให้ผู้ที่ถูกจับกุมคุมขัง ทุกคนนะครับ ไม่ใช่ว่าน้องสองคนนี้ มีหลักประกัน มีความมั่นใจว่าเขาเจ็บเป็นป่วยไข้ในโรงพยาบาลที่มีราชทัณฑ์ดูแลอยู่ชีวิตเขาจะรอด ผมไม่ได้กล่าวหาทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่าปฏิบัติไม่ดีนะครับ ข้อกังวลข้อสงสัย มันย่อมมีเกิดขึ้นได้ เป็นหน้าที่ท่านครับ ที่ไปหามาตรการที่จับต้องได้ เป็นข้อเท็จจริง ที่สัมผัสได้ ให้เขาได้รู้สึกว่ามั่นใจไม่ต้องย้ายไปไหนก็ได้ อันนี้ฝากท่านด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ น้องทั้งสองเด็ดเดี่ยวมาก ในการบอกว่าจะไม่รับการรักษา ไม่รับสารน้ำ ไม่รับสารอาหาร ไม่ว่าทางใดก็แล้วแต่ เขาประกาศอดข้าวอดน้ำ จริง ๆ คำประกาศตรงนี้คือผ่านทางการรับประทานทางปาก เท่านั้น อดข้าว อดน้ำ การอดคือการไม่กิน ถ้าเขารับจากด้านอื่นไม่ได้ผิดเงื่อนไขครับ การให้สารน้ำทางสายน้ำเกลือหรือช่องทางอื่นไม่ถือว่าผิดเงื่อนไข แต่น้องเด็ดเดี่ยว ประกาศว่าไม่รับการรักษาด้วย มันยิ่งกว่าอดข้าวอดน้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ แม้จะเป็น เจตนารมณ์ของน้อง ผมในฐานะเป็นแพทย์นะครับ มีหลักคุ้มครองการทำหน้าที่แพทย์อยู่ ต้องเอ่ยนามครับ คุณพรทิพย์ จาละ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยออกประกาศ มารองรับเรื่องตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ว่ากรณีแพทย์พบเห็นว่าจะเป็นการอันตราย ต่อกายต่อชีวิตแพทย์ต้องทำการรักษาต้องเยียวยาไม่ให้เป็นอันตราย อันนี้เป็นตัวบท กฎหมาย เป็นจริยธรรม เป็นจรรยาบรรณเลย ถ้าไม่ทำแพทย์ผิดครับ เพราะฉะนั้น ท่านต้องมีความเด็ดเดี่ยวที่จะต้องฝืนเจตนารมณ์ของน้อง ถ้าท่านตรวจพบว่าสัญญาณชีพก็ดี สิ่งบ่งชี้ของคนที่จะมีชีวิตอยู่ก็ดี มันสุ่มเสี่ยงที่จะสูญสิ้นไปท่านต้องตัดสินใจ แล้วผมก็เชื่อมั่นว่า วงการแพทย์ของพวกเรา เรามีจรรยาบรรณวิชาชีพนี้อยู่แล้ว ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า การประท้วงของน้องจะไม่เป็นผลครับ เราเคารพเจตนารมณ์เขาบนพื้นฐานความเหมาะสม ของข้อเรียกร้อง สิ่งสำคัญคือต้องรักษาชีวิต ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อเท็จจริง เป็นเหตุผลที่มีความจำเป็นต้องเสนอญัตตินี้ และผมเองได้เสนอมาตรการไป ตามข้อเรียกร้อง ตามแนวทางที่สภาแห่งนี้ควรจะต้องไปดำเนินการ ก็หวังว่ามาตรการที่ผม เสนอไปจะถูกส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ส่งไปรัฐบาล เพื่อรับไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่ เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ทำไมผมต้องใช้คำว่าคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล ผมไม่ส่ง คณะรัฐมนตรีฝ่ายเดียวครับ เพราะอำนาจอธิปไตยของเราที่มีอยู่ขณะนี้ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ อำนาจนิติบัญญัติ มันแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนในการใช้ อำนาจ คณะรัฐมนตรีอาจจะไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจอื่นได้ ท่านเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการ ปฏิบัติในฐานะฝ่ายบริหาร องค์กรตุลาการ ฝ่ายศาลเองก็มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่รองรับ บังคับใช้เป็นการเฉพาะ เขามีอำนาจตามกฎหมายนั้น ก็ว่าไปตามนั้น แต่นั่นคือรัฐบาล รัฐแม้จะอยู่อำนาจไหนก็เป็นรัฐบาล ถ้าใช้อำนาจรัฐในการดูแลพี่น้องประชาชนในส่วนที่ เกี่ยวข้อง ก็ฝากไปทั้งตัวคณะรัฐมนตรีเอง รัฐมนตรี รัฐบาลที่เกี่ยวข้องต้องไปดูรับเงื่อนไข ที่สภาแห่งนี้จะได้ช่วยกันพูดและนำสู่การปฏิบัติเพื่อรักษาชีวิตของน้องเอาไว้ เพื่อจะทำตาม ข้อเสนอของน้องที่เป็นไปได้ เป็นจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยสรุปครับท่านประธานครับ ญัตติด่วนเรื่องนี้ขอฝากเพื่อนสมาชิกครับ ผมมั่นใจว่าไม่มีใครมีความเห็นต่างแน่ที่จะมีมติ ส่งให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลรับไปพิจารณา กราบขอบคุณท่านประธานครับ