จิรายุ ตั้งข้อสังเกตแก้กฎหมายภาษี ห่วงอำนาจศาล-ความยุติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีกรมศุลกากรและสรรพสามิต โดยเน้นความจำเป็นในการตรวจสอบความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำถึงกลางน้ำ รวมถึงคุณสมบัติของอัยการและกระบวนการต่อเนื่องไปยังศาล เพื่อให้การปฏิรูปกฎหมายมีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร พร้อมเสนอให้ทบทวนบทบัญญัติหลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับอำนาจศาลภาษีอากร โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาคดีร่วมหลายบท ความชัดเจนของถ้อยคำในกฎหมาย และขั้นตอนการแจ้งคำนัด ซึ่งควรถูกพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อความยุติธรรมและความสะดวกของประชาชน และเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาความเห็นเหล่านี้ประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายต่อไป

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอแสดงความคิดเห็นผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเป็นข้อสังเกต การแก้ไขกฎหมายนั้นถูกต้องแล้วครับที่จะต้องปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ผมฝาก ท่านรัฐมนตรีลองไปดูหน่วยงานต้นน้ำหน่อย ต้นน้ำในคดีต่าง ๆ เป็นคดีที่มีความชำนาญการ โดยเฉพาะกรมศุลกากรเวลามีคดีต่าง ๆ ไปยื่นฟ้องกับศาลใหม่นี้ที่มีการแก้ไขในคดีความ ต่าง ๆ นี้จะดำเนินการแบบไหน อย่างไร เขามีความรู้ไหม มากขนาดไหนที่จะต้องนำเรื่อง ไปสู่กระบวนการ เช่น อัยการ แล้วก็ต่อเนื่องไปสู่ศาล นอกจากนี้กรมสรรพสามิต ก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่แต่เหล้า บุหรี่ กรมสรรพสามิตนั้นดูเรื่องของภาษีสำคัญ เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ที่มีการดัดแปลง เปลี่ยนแปลงอะไรก็แล้วแต่ เป็นคดีความที่เขาเรียกกันว่า ใบอินวอยซ์ (Invoice) มีการจับกุมกันเยอะแยะ นำเข้ามาเป็นอะไหล่มาประกอบเป็นรถ คันหนึ่งวิ่ง ติดทะเบียนปลอม แล้วก็นำเข้าสู่กระบวนการศาลเมื่อถูกจับกุมได้ อันนี้เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกรมอื่น ๆ ของคลังอีก ก็ขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีลองไปดูต้นน้ำ กลางน้ำ ก็คืออัยการ เมื่อท่านพัฒนาปรับปรุงปลายน้ำก็คือศาลแล้ว ต้นน้ำหน่วยงานต่าง ๆ ของทาง ราชการฝ่ายบริหาร ส่วนที่ ๒ คืออัยการ มีความชำนาญการพิเศษในรูปแบบนี้หรือไม่ อย่างไร ในกรณีที่ท่านแก้ไขเข้ามาผมฝากเป็นข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ มาตรา

มาตรา ๗/๑ (๔) คดีความผิดกฎหมายอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา หมายความว่าวันนี้รัฐสภาไม่รู้นะครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน เขาจะกำหนดว่าอะไร แบบไหน อย่างไร ขอให้บันทึกไว้ในที่ประชุมนะครับ คดีที่ท่านจะไปกำหนด รัษฎากร ท่านรู้อยู่แล้ว ศุลกากรท่านทราบ สรรพสามิตท่านเห็น แต่ที่จะไปกำหนด ผมฝากไว้เลย ก็คือคดีที่เกี่ยวข้องกับโลกไซเบอร์ (Cyber) คดีไซเบอร์ (Cyber) สำคัญในปัจจุบันมีความ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหลากหลาย เดี๋ยวนี้ผมรับเอสเอ็มเอส (SMS) จากคนร้ายส่งเข้ามาอ้างเป็น ธนาคารชื่อดังบ้าง แม้จะเป็นข้อเท็จจริงแต่ผมไม่เคยกล้ากดเข้าไปเลยนะครับ แต่เมื่อกด เข้าไปแล้วก็โดนดูดบ้าง หลัง ๆ บอกสายชาร์จ (Charge) ดูดเงินบ้าง อะไรบ้าง ไม่รู้จริงเท็จ ประการใด แต่ที่แน่ ๆ พี่น้องคนไทยโดนทุกวัน (๔) ท่านลองปลายเปิดไว้ให้หน่อยว่าท่าน จะแก้ไขแบบไหน อย่างไร จะเขียนในรูปแบบใดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อในการดำเนินการของ ศาลในมาตรา ๗/๑ (๔) ต่อไป นอกจากนี้ในวรรคท้ายของมาตรา ๗/๑ คดีที่อยู่ในขอบเขต ของอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวไม่อยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากร หมายความว่า ที่ผ่านมาเขาเขียนจำกัดความนี้ไว้ ถ้าเป็นคดีของศาลเยาวชนและครอบครัวไม่อยู่ในอำนาจ ศาลภาษีอากร ถ้ากฎหมายประกาศใช้ในการแก้ไขนี้จะต้องนำกลับเข้ามา เมื่อนำกลับเข้ามาท่านต้องเขียน ให้ชัดเช่นเดียวกันนะครับ คดีของศาลเยาวชนและครอบครัวส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ ฟ้องร้องกัน พินัยกรรมไม่ชัดเจน บางคนเขียนพินัยกรรมขึ้นมาก็ปลอม บางคนปลอม ตั้งแต่ก่อนจะไปที่อำเภอหรือเขตไปฝากไว้เสียด้วยซ้ำ กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกับ ภาษีอากรเพราะว่าเป็นทรัพย์ ผมจึงฝากท่านว่าคดีแบบไหนที่บอกว่าไม่อยู่ในอำนาจของ ศาลภาษีอากร แล้วท่านจะต้องเอาไปทำมันมากน้อยขนาดไหน รูปแบบมันซับซ้อนซ่อนเงื่อน แบบใด

มาตรา ๗/๒ ที่มีการแก้ไขโดยมาตรา ๕ ในการฟ้องคดีอาญาสำหรับการ กระทำเป็นกรรมเดียว แต่เป็นความผิดกฎหมายหลายบท และบทใดบทหนึ่งอยู่ในอำนาจ ศาลภาษีอากร ให้ศาลภาษีอากรรับพิจารณาพิพากษาความผิดบทอื่นไว้ด้วย อ่านไปอ่านมา ฟังเสมือนว่าผู้พิพากษาของศาลนี้จะต้องเป็น ๓ อรหันต์ รู้ทั้งอาญา ทั้งแพ่ง ทั้งคดีของเด็ก และเยาวชน ศาลปกครองอะไรต่าง ๆ อีกมากมายหลากหลาย เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบ หรอกครับว่าคนจะมานั่งเป็นผู้พิพากษาของศาลนี้คุณสมบัติต้องพิเศษมากกว่าคนอื่น มากน้อยขนาดไหน เงินที่ได้ในความรู้ความสามารถพิเศษ หรือว่าเบี้ยต่าง ๆ ถ้าเป็น ศอ.บต. เขาเรียกเบี้ยเสี่ยงภัย ศาลนี้จะมีหรือไม่ ผมฝากถามท่านนะครับ ลองดูแล้วกันว่ามันจะเป็น แบบไหน อย่างไร นอกจากนี้ให้ศาลภาษีอากรรับพิจารณาพิพากษาความผิดบทอื่นไว้ด้วย เขียนได้ชัดนะครับ แพ่ง ป.วิอาญา หรือคดีอื่น ๆ แบบไหน อย่างไร เพราะกรรมเดียว แต่มันหลายกระทง เวลาคนไปโกงกันนะครับโกงภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีสรรพสามิต ภาษี ศุลกากร ภาษีอะไรก็แล้วแต่ มันจะเกิดอาญาก่อนเสียส่วนใหญ่ครับ เมื่อเกิดอาญาจึงค่อย ไปมีผลกระทบต่อภาษีที่เขาไม่จ่ายหรือเขาเบี้ยวหรือเขาโกงจากหน่วยงานของรัฐ อันนี้ ทางคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาโปรดพิจารณาความเห็นของจิรายุ ห่วงทรัพย์ ไว้ด้วยครับ

มาตรา ๗/๓ ในบรรทัดที่ ๓ ท่านประธานลองอ่านดูนะครับ บางกรรมไม่อยู่ ในอำนาจของศาลภาษีอากร ศาลภาษีอากรจะรับพิจารณาพิพากษาทุกกรรม หรือไม่รับ พิจารณาพิพากษาเฉพาะกรรมใดกรรมหนึ่ง หรือหลายกรรมที่ไม่อยู่อำนาจของศาลภาษี อากร โดยให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ ท่านประธานอ่านแล้วก็ยังงง ๆ นะครับ ผมก็พยายาม จะเรียบเรียงภาษาของกฎหมายในแต่ละวรรค แต่ละกระทง แต่ละกรรม พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้อำนาจของศาลไปพิจารณาว่าคดีบางคดีมันควรนำเข้าหรือไม่นำเข้า ก็หมายความว่า ถ้ามันดูซับซ้อนซ่อนเงื่อน ตั้งแต่ต้นท่านบอกว่ามีความรู้ความสามารถด้านศาลภาษีอากร แต่พอมาดูบรรทัดนี้ในบรรทัดที่ ๔ รับหรือไม่รับก็ได้เฉพาะกรรมใดกรรมหนึ่งหรือหลายกรรม ที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาล เมื่อไม่อยู่ในอำนาจท่านก็ไม่มีสิทธิรับอยู่แล้วถูกไหมครับ แต่ถ้าท่านเขียนว่ามีอำนาจรับ ท่านต้องมีความรู้ความสามารถในการรับใช่หรือไม่ครับ อันนี้ผมอาจจะคิดแบบไม่ใช่คนที่เป็นผู้พิพากษา ไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม แม้ผม จะเป็นประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ แต่ประมวลวิธีพิจารณา ความอาญาในอรรถคดีต่าง ๆ ของ ป.วิอาญาก็ดี ป.แพ่งก็ดี มันไม่ละเอียดเท่ากับศาลแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูในวรรคท้ายของมาตรา ๗/๓ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความสะดวก และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเป็นสำคัญ ตัวหนังสือประเภทนี้เราได้ยินในตัวบท กฎหมายเยอะนะครับ ให้ผดุงความยุติธรรม ให้อำนวยความสะดวกความยุติธรรมให้กับ ประชาชนตามสมควร คำนี้ผมบอกเลยอยู่สภามาหลายสมัยเมื่อไรจะเลิกเขียนกันเสียที มันไม่ สามารถมีมาตรฐานได้ว่าการผดุงความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนตามสมควรนั้น อะไร คือตามสมควร ทำงาน ๘ โมง เลิก ๔ โมงเย็น ผู้พิพากษาบอกฉันต่อให้อีก ๑ ชั่วโมง อันนั้น คือสมควรไหมครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการไปขยายความในมาตรา ๗/๓ ด้วยนะครับ การคำนึงถึงความสะดวกและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเป็นสำคัญ นัยภาษาของมัน คืออะไร ราชบัณฑิตสถานเคยเขียนคำนี้ไว้แบบไหน อย่างไร ท่านเอาออกมาให้มันเห็นชัดเจน พอตั้งกรรมาธิการท่านเอาคำพูดของจิรายุในมาตรา ๗/๓ วรรคท้าย เอาไปพูดกันแล้วเอาให้ ชัดเจนครับ แล้วก็ตีความออกมาเลย ประชาชนที่จะได้ประโยชน์ต่อการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เขาจะได้รู้ครับว่าสภาเราทำเพื่ออะไร

สุดท้าย มาตรา ๒๒ ในคดีภาษีอากรที่ไม่ใช่คดีอาญา เมื่อศาลนี้คือศาลภาษี แจ้งกำหนดนัดพิจารณาให้คู่ความฝ่ายใดทราบแล้ว คู่ความฝ่ายนั้นไม่มาศาลภาษีตามกำหนด ให้เป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายนั้นมารับทราบข้อกำหนดต่อไปจากศาลภาษีเอง หากไม่มารับ ให้ถือว่าคู่ฝ่ายนั้นทราบนัดแล้ว ที่ผมพูดเช่นนี้ท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ มาตรา ๒๒ จริง ๆ ท่านไม่ต้องเขียนหรอกครับ เสียเวลา มันเป็นการประกาศระเบียบของ ศาลได้ คือรู้อยู่แล้ว ถ้าเป็นประชาชนทั่วไปโดนหมายเรียก ๓ ครั้งจากตำรวจนี่ คุก ออกหมายจับ มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านมาเขียนอยู่ในกฎหมาย ในมาตรา ๒๒ มันก็เสียเวลา จริง ๆ แล้วท่านไปประกาศทีหลังก็ได้ เขาเรียกระเบียบวิธีปฏิบัติของ กระบวนการยุติธรรม ท่านไม่มาศาลกี่ครั้ง ท่านไม่มาแสดงเลื่อนนัด เลื่อนได้กี่ครั้ง ไม่สบาย แบบไหน อย่างไร มันอธิบายความของวิธีหรือว่าระเบียบศาลอย่างชัดเจน ท่านประธานครับ ผมล่วงเลยเวลามาเยอะ แต่ก็อยู่ในสาระเพื่อจะฝากให้ท่านรัฐมนตรีและท่านคณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนยุติธรรม การตั้งศาลคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากรเป็นเรื่องดี และการ แก้ไขครั้งนี้ผมเห็นด้วย แล้วก็ฝากท่านว่าสิ่งที่อภิปรายไปจะเป็นประโยชน์ ในการตั้ง กรรมาธิการในการแก้ไขรายมาตราครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ