ชินวรณ์ บุณยเกียรติ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โดยระบุว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในอนาคตได้ และเสนอแนะให้สร้างสถาบันที่ส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านต่างๆ เช่น นาโนเทคโนโลยี ไบโอเทคโนโลยี อวกาศ และการขนส่งทางราง และเรียกร้องให้รัฐมนตรีสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งนี้และนำมาวิเคราะห์เป็นตัวอย่างในการปรับปรุงมหาวิทยาลัยของรัฐ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างมีความเห็นที่แตกต่างกับท่านผู้อภิปรายที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ๓-๔ ท่าน เพราะว่าผมมีความเห็นว่าจำเป็นจะต้องสนับสนุนข้อเสนอในการแก้ไข พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อเปลี่ยนสถานภาพสถาบัน บัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่เป็นส่วนราชการของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อไปรวมกับ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ผมเห็นด้วยและสนับสนุนก็เพราะว่า ผมคิดว่าสถาบันในระดับอุดมศึกษาของประเทศเราในขณะนี้มี ๓ รูปแบบ คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แต่วันนี้ผมต้องขอชื่นชมผู้บริหารของสถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ตลอดถึงสถาบันบัณฑิตศึกษาที่ได้ร่วมกันคิดออกแบบว่าเราจะต้องดำเนินการยกฐานะหรือ ปรับปรุงสถานะของหน่วยงานที่เรียกว่าสถาบันบัณฑิตศึกษาให้มาเป็นสถาบันอุดมศึกษา เอกชน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งผมคิดว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องบริบท ของหน่วยงานนี้โดยเฉพาะที่จะต้องดำเนินการเพื่อสนองพระปณิธานและวิสัยทัศน์ของ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราช กุมารี แล้ววันนี้สถาบันบัณฑิตศึกษานี้ก็ได้มีการเปิดสอนมาตามลำดับแล้ว ทั้งในประเทศและ ระดับประเทศ หลายคนเป็นห่วงในเรื่องของข้อปฏิบัติ เช่น ๑๕ วันบ้างก็ดี หรือการจัดตั้ง งบประมาณบ้างก็ดี ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นห่วงถ้าเราได้ติดตามความก้าวหน้าของสถาบัน บัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ที่ได้ดำเนินการจนเป็นสถาบันวิชาการชั้นสูงที่มีชื่อเสียง
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมสนับสนุนก็คือว่าผมคิดว่าในการจัดการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาของประเทศของเรานั้นมีความท้าทายมาก ในฐานะที่ผมเคยเป็น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าจะให้ผมประเมินการศึกษาของชาติในวันนี้ ผมมีความพึงพอใจในการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงที่สุด รองลงมาก็ในระดับ อาชีวศึกษา และต่ำสุดคือในระดับอุดมศึกษา อยากจะกราบเรียนอย่างตรงไปตรงมา เหตุผล ก็คือว่ายังไม่ตอบโจทย์ในการที่จะสร้างองค์ความรู้ที่เป็นอัจฉริยภาพของประเทศในอนาคต ผมพยายามที่จะเสนอความคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้มีสถาบันที่ส่งเสริมความเป็นเลิศและที่ ขาดแคลนของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) อวกาศ หรือแม้แต่เรื่องเกี่ยวกับการขนส่งทางราง เหล่านี้เป็นต้น แต่ว่า ก็ยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดที่ได้สร้างความมั่นใจให้กับสังคมของเราว่าเราจะเดินไปข้างหน้า ในระดับอุดมศึกษาอย่างไร ก็มีสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และสถาบันบัณฑิตศึกษาที่เราจะทำ ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งนี้ละครับ ที่ผมคิดว่าวันนี้ผมต้องขอสนับสนุน ด้วยความจริงใจว่าเราจะต้องสนองพระราชปณิธานและวิสัยทัศน์ของพระเจ้าน้องนางเธอ ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังภายใต้ฝีมือการบริหารของคณะกรรมการของสถาบันที่จะเกิดขึ้นต่อไป เพราะสิ่งที่ท่านมีวิสัยทัศน์และวางหลักไว้ชัดเจนให้กับสถาบันแห่งนี้ก็คือว่าการที่จะส่งเสริม ให้เป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระดับสูงที่มีความสามารถระดับนานาชาติ สามารถ สร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับแนวหน้า เน้นเรื่องสารเคมีในด้านสุขภาพ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย ซึ่งเป็น ผลกระทบจากสารเคมี เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราอยากเห็น มหาวิทยาลัยอย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี ที่จะเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ให้กับประเทศ ท่านอย่า ปล่อยให้มหาวิทยาลัยเป็นอาณาจักรอีกต่อไปเลยครับ ตั้งคณะ สาขาวิชาจนจำไม่ได้แล้วครับ ผู้ไปศึกษาก็จำไม่ได้แล้วเพราะว่าตั้งตามความต้องการของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตั้งตาม ความต้องการที่จะแสวงหาธุรกิจทางการศึกษา แต่วันนี้เราได้มาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยเอกชนในอนาคต ภายใต้ การบูรณาการในการใช้งบประมาณที่สุดยอดมากเลยครับ คือทั้งของราชวิทยาลัย ทั้งของ สถาบันจุฬาภรณ์ และมูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อที่จะมาขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้ให้เป็น สถาบันอุดมศึกษาที่มีมาตรฐานและมีความเป็นเลิศระดับนานาชาติ ผมจึงจะกราบเรียนว่า การนำเสนอกฎหมายฉบับนี้และพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผมปราศจากความสงสัยที่จะ สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งนี้เดินหน้าต่อไป แต่ผมคิดว่ารัฐมนตรีควรจะได้ หยิบยกเอาสถาบันแห่งนี้เป็นต้นแบบในการย้อนกลับนำไปศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ของประเทศที่ตั้งมาก่อนหน้านี้ และมหาวิทยาลัยของรัฐและในกำกับของรัฐว่าได้ตอบโจทย์ ของประเทศในการศึกษาในโลกยุคอนาคตนี้แค่ไหน เพียงไร ขอบคุณครับ