บัญญัติ ชูแนวทางบำบัดครบวงจร รับมือปัญหายาเสพติด-สุขภาพจิต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหายาเสพติดและสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเสนอให้ถอดบทเรียนและเร่งจัดระบบบำบัดแบบครบวงจรที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งการจัดตั้งหน่วยงานกลาง สร้างศูนย์บำบัดในชุมชน มีระบบส่งต่อไร้รอยต่อ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณอย่างยั่งยืน ป้องกันการกระทำผิดซ้ำและลดภัยคุกคามต่อสังคมโดยรวม

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิง ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการแก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่นทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อลดอันตรายแบบองค์รวมให้แก่สังคมไทย สืบเนื่องจาก เหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จำนวนมากนั้น ชาวไทยทั้งประเทศต่างรู้สึกหวาดผวาว่าปัญหาสุขภาพจิตจากสารเสพติด เป็นภัยอันตรายใกล้ตัวของทุกคนในสังคม เปรียบได้กับระเบิดเวลา ปัญหาสารเสพติด สุขภาพจิตที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ พร้อมจะระเบิดทำอันตรายแก่ผู้คนในสังคม ได้ตลอดเวลาเมื่อมีเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากระตุ้น จำเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องช่วย สังคมถอดบทเรียนเพื่อค้นหากลไกปลดชนวนระเบิดเวลาปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิต โดยด่วน เพื่อลดอันตรายแบบองค์รวม หรือเรียกว่า โฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic harm reduction) ให้แก่สังคมไทย เป็นที่ยอมรับในหมู่นักบำบัดทั้งหลายว่ากระบวนการบำบัด สารเสพติดสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพคือเครื่องมือสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นกลไกปลดชนวน ระเบิดเวลาปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิตให้แก่สังคม แต่ระบบและกระบวนการบำบัด สารเสพติดสุขภาพจิตในปัจจุบันนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร มีปัญหาอุปสรรค และมีความขาดแคลนดังนี้ครับ

ข้อ ๑ ขาดแคลนสถานที่บำบัด กล่าวคือไม่มีศูนย์บำบัดในชุมชนทุกชุมชน ในทุกท้องถิ่น ในทุกอำเภอ ในทุกจังหวัด ที่จะให้เป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยแก่ผู้เข้ารับการบำบัด ปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมที่มีการแพร่ระบาดของสารเสพติด มีความปลอดภัยต่อข้อกฎหมาย ต่าง ๆ กรณีที่รัฐใช้นโยบายผู้เสพคือผู้ป่วย ปัจจุบันไม่มีศูนย์บำบัดที่เพียงพอที่จะสามารถ รองรับผู้บำบัดในชุมชนได้ การบำบัดไม่ใช่รูปแบบไปเช้าเย็นกลับ จะต้องจัดที่พักพิง ให้ผู้บำบัดสามารถเข้ารับการบำบัดจนครบหลักสูตร ซึ่งระยะเวลาการบำบัดนั้นขึ้นกับ ความรุนแรงและการตอบสนองต่อการบำบัด ผู้ได้รับสารมากอาจต้องรับไว้ในการบำบัด ในศูนย์เป็นเวลาประมาณ ๔ เดือนขึ้นไป เป็นต้น

ข้อ ๒ ขาดแคลนบุคลากรในกระบวนการบำบัด ปัจจุบันยังไม่มีโครงสร้าง กลุ่มงานจิตเวชยาเสพติดในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ที่ชัดเจน และบุคลากรก็ยังไม่เพียงพอครับ บุคลากรจริง ๆ แล้วต้องมีทั้ง ๑๐ สาขาตามกฎหมาย เลยทีเดียว ต้องมีให้ครบ ก็ได้แก่ ๑. แพทย์ดูแลโรคทางกาย ๒. จิตแพทย์ดูแลโรคทางจิตเวช ๓. พยาบาลก็เป็นพยาบาลทางด้านจิตเวชและยาเสพติด ๔. นักจิตวิทยาและนักจิตวิทยา คลินิก ๕. นักวิชาการสาธารณสุข เอาไว้ตามไปเยี่ยมบ้านต่าง ๆ ๖. นักสังคมสงเคราะห์ ๗. นักกิจกรรมบำบัด ๘. นักวิชาการคอมพิวเตอร์ไว้บันทึกข้อมูล ๙. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ ข้อมูล รวมทั้งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล เป็นต้น นอกจากต้องจัดให้ครบทุกสาขาแล้ว ยังต้อง มีการจัดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอต่อภาระงานด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้นี่ก็คือปัญหา

ข้อ ๓ ศูนย์บำบัดไม่ครบวงจร หากครบวงจรอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วย ๑. การบำบัดถอนพิษยา หรือเรียกว่าดีทอกซ์ซิฟิเคชัน เทอราพี (Detoxification therapy) ๒. บำบัดแบบฟื้นฟู หรือรีแฮบิลิเทชัน เทอราพี (Rehabilitation therapy) ๓. ชุมชนบำบัด หรือคอมมูนิตี เทอราพี (Community therapy) ๔. กิจกรรมบำบัด หรือออกคูเปชันนอล เทอราพี (Occupational therapy) รวมทั้งการให้การช่วยเหลือทางสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากผู้เข้ารับการบำบัดมักจะมีปัญหาทางเศรษฐฐานะต่าง ๆ มากมาย

ข้อ ๔ ศูนย์บำบัดไม่สามารถส่งต่อกันในระหว่างศูนย์ ในระหว่างจังหวัดได้ การส่งต่อชนิดไร้รอยต่อมันไม่มีอยู่จริง ปัจจุบันยังไม่มีเครือข่ายศูนย์บำบัดที่เป็นเครือข่าย ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศที่จะสามารถรองรับผู้เข้ารับการบำบัดได้โดยสะดวก

ข้อ ๕ ศูนย์บำบัดไม่มีระบบติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีปัญหา การติดตามเยี่ยมบ้านในระหว่างบำบัด การติดตามประเมินผลหลังบำบัดอย่างน้อย ๑ ปี นี่ก็มีปัญหา การติดตามประเมินผลผู้เข้ารับการบำบัดนั้นเพื่อมีประโยชน์ในการช่วยลดอัตรา การเลิกบำบัดกลางคัน ที่เราเรียกว่าการดร็อปเอาต์ (Drop out) ปัจจุบันการดร็อปเอาต์ (Drop out) หรือเลิกบำบัดกลางคันสูงมากเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และเพื่อช่วยลดอัตรา การเสพติดซ้ำด้วย ซึ่งการเสพติดซ้ำในปัจจุบันก็สูงมาก กระผมในนามของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอนำเสนอประเด็นข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพื่อที่จะได้มีมติเห็นชอบ จะได้ส่งให้รัฐบาลพิจารณา ดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไป โดยสรุปประเด็นข้อเสนอแนะดังนี้ ๑. สมควรยกระดับ การบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้มีระบบที่มีความเข้มแข็งและมี ประสิทธิภาพ ๒. สมควรจัดตั้งหน่วยงานบริหารจัดการการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ซึ่งผมขออนุญาตนำเสนอว่าใช้ว่า บบส. เหตุที่ใช้คำว่า บบส. จะได้เข้าใจง่าย เทียบเคียงกับ ป.ป.ส. ซึ่งเป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับชาติขึ้นตรงต่อ นายกรัฐมนตรีให้มีเอกภาพในการบริหารจัดการการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างบูรณาการเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่นำนโยบายรัฐบาลไปบูรณาการ ทำงานของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น เชื่อมโยงถึง ศูนย์บำบัดต่าง ๆ ทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเดียวกัน ๓. สมควรจัดตั้งศูนย์บำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตขึ้นในชุมชนในทุกท้องถิ่น ในทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนทั่วประเทศ สามารถ รองรับผู้เข้ารับการบำบัดทั้งแบบสมัครใจก็ดี ทั้งแบบกึ่งสมัครใจก็ดี และแบบบังคับบำบัดโดย คำสั่งศาลก็ดี ๔. สมควรสร้างระบบการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในผู้ใช้สารเสพติด กลุ่มเสี่ยง ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเนื่องจากมีการใช้หรือเคยใช้สารเสพติดมาก่อนนำเข้าสู่ระบบบำบัดให้ ครอบคลุมทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีการตรวจคัดกรองตลอดทั้งปี หากตรวจคัดกรองพบความ ผิดปกติสามารถส่งเข้าบำบัดในศูนย์บำบัดได้ครบถ้วนทุกคน ๕. สมควรจัดระบบให้ ครอบครัวชุมชนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักบำบัด นักวิชาการ สามารถมีพื้นที่ร่วมกันทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับ ผลสำเร็จความล้มเหลว ร่วมพัฒนาระบบและกระบวนการบำบัดฟื้นฟูสารเสพติดสุขภาพจิต อย่างมีส่วนร่วมไปสู่สังคมส่วนรวมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ๖. สมควรสร้างระบบการส่งต่อ การบำบัดอย่างไร้รอยต่อ เนื่องจากผู้เข้ารับการบำบัดนั้นมีความรุนแรงของสารเสพติด แตกต่างกัน มีโรคประจำตัวที่แตกต่างกัน ประสงค์จะฝึกอาชีพตามความถนัดที่แตกต่างกัน มีภูมิลำเนาแตกต่างกันจึงต้องมีระบบการส่งต่อ เช่น อาการรุนแรงก็จะต้องส่งจากศูนย์บำบัด นอกโรงพยาบาลเข้าศูนย์บำบัดในโรงพยาบาล การย้ายถิ่นฐานต้องสามารถส่งกลับไปยัง บำบัดในต่างจังหวัดในบ้านเกิดได้ด้วย เป็นต้น ซึ่งต้องมีระบบส่งต่ออย่างไร้รอยต่อให้ได้รับ ความพึงพอใจสูงสุด ความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อให้ผู้เข้ารับบำบัดนั้นสามารถอยู่ในระบบ บำบัดได้จนสิ้นสุดกระบวนการตามหลักวิชาการ ๗. สมควรจัดระบบการติดตามผู้เข้ารับการบำบัดทั้งระหว่างบำบัด หลังบำบัด เพื่อป้องกันการเลิกบำบัดกลางคันและการเสพติดซ้ำ ๘. สมควรจัดให้มีการประเมิน ทั้งประเมินด้วยตัวระบบและตัวกระบวนการบำบัดว่าได้ดำเนินการตามหลักวิชาการหรือไม่ ได้รับความพึงพอใจจากทุกฝ่ายหรือไม่ เพียงใด ซึ่งจะสามารถนำมาวิเคราะห์ วางแผน พัฒนาการบำบัดอย่างต่อเนื่องต่อไป ๙. สมควรแก้ไขปัญหาการบำบัดอย่างจริงจังทั้งระดับ นโยบาย ทั้งระดับกำกับตรวจสอบ ทั้งระดับปฏิบัติการ ทั้งตัวระบบและทั้งตัวกระบวนการ ทั้งปัญหาของบุคลากร ปัญหางบประมาณ ทั้งนี้ เพื่อความสำเร็จของการบำบัดสารเสพติด สุขภาพจิตของประเทศ เมื่อหน่วยงานบำบัด บบส. เข้มแข็ง ขณะเดียวกันหน่วยงานป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับชาติที่มีการจัดตั้งแล้ว ทำหน้าที่ป้องกันปราบปรามอย่างเข้มแข็ง การแก้ปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด สุขภาพจิต และยาเสพติด เข้มแข็งทั้ง ๒ ขา ทั้งขาบำบัดสารเสพติด และขาป้องกันปราบปราม ก็ส่งผลให้สามารถลดอันตรายแบบองค์รวมให้แก่สังคมไทย ทำให้สังคมไทยมีความปลอดภัย น่าอยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นกระผมจึงได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาถอดบทเรียนจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู โดยการ แก้ปัญหาการบำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต ให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ครอบคลุมทุกท้องถิ่น ทุกองค์กร และภาคเอกชนทั่วประเทศ ลดอันตรายแบบองค์รวม ให้แก่สังคมไทย เพื่อส่งให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของการบำบัดสารเสพติดและสุขภาพจิต ผมขอทำความเข้าใจ เนื่องจากว่าเป็นเรื่องความเข้าใจเรื่องของการบำบัด คนทั้งหลาย พี่น้องทั้งหลาย ไม่ว่าที่อยู่ทางบ้านก็ดี หรือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ดี บางท่านไม่ได้อยู่ใน วงการของการบำบัด ผมเองเป็นหมอที่ทำการบำบัดผู้ติดสารเสพติดมาก่อนที่จะมาเป็น ผู้แทน ก็อยากที่จะฉายสไลด์ (Slide) ให้ทราบดังนี้ ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๑ นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

บทเรียนจากเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภู ทำให้เห็นชัดว่าเรื่องปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่แล้วสามารถที่จะเกิดขึ้นในที่ใดก็ได้ ในประเทศไทย หากไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา ภัยอันตรายนี้ก็เหมือนระเบิดเวลา ผู้เสพเมื่อมีอาการทางจิตเราเรียกว่าระเบิดเวลา เปรียบได้อย่างนั้น กระบวนการบำบัด ก็คือหน่วยอีโอดี (EOD) ไปถอดชนวนระเบิดเวลานั่นเอง ปัญหาสารเสพติดสุขภาพจิต เหตุที่ผมใช้สารเสพติดสุขภาพจิตเป็นคำเดียวกัน เพราะว่าสารเสพติดสุขภาพจิตนั้นเหมือน ไก่กับไข่ บางทีก็ใช้สารเสพติดโดยเป็นคนปกติเมื่อใช้แล้วสมองติดยา พอติดยาปั๊บมีการใช้ สารสุขเพิ่มโดปามีน (Dopamine) ในสมองเป็น ๑,๐๐๐ เท่า หลังจากนี้ต่อไปเขาก็จะเสพติดยา แล้วก็ควบคุมสมองไม่ได้เป็นปกติ เขาก็จะเป็นเหมือนเอเลียน (Alien) ไม่ใช่ตัวของเขาเอง สารเสพติดมีอันตราย ๔ ด้าน ๑. อันตรายต่อกาย ๒. อันตรายต่อจิตใจ ๓. อันตรายต่อสังคม ๔. อันตรายต่อจิตวิญญาณ เหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภูนั้นเป็นอันตรายต่อสังคม และสุดท้าย ก็อันตรายต่อกายของเขาเอง เพราะว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้นก็ได้ฆ่าตัวตาย อันตรายต่อกาย อย่างเช่นอุบัติเหตุจราจรอย่างนี้เป็นต้น เกิดโรคอุบัติเหตุหรือโรคทางกายมากมาย ฉีดสารเสพติดเข้าเส้นก็สามารถติดเอชไอวี (HIV) ได้ แล้วก็ใช้สารเสพติดก็สามารถติดโรค ไวรัส (Virus) ติดโรคสารพัดได้ อันนี้เป็นโรคทางกาย โรคทางจิตใจ เมื่อผู้ติดสารเสพติด แน่นอนครับกระทบต่อเรื่องของสภาพจิตใจ อารมณ์ต่าง ๆ เขาจะไม่เหมือนเดิม ครอบครัว ก็จะมีความทุกข์ ผลกระทบทำให้เกิดโรคซึมเศร้า โรคเครียดในครอบครัว และสังคมที่ทำงาน อย่างแน่นอน เรื่องของผลกระทบต่อสังคม ถ้าท่านใดสนใจติดตามเรื่องผลกระทบของสารเสพติดต่อสุขภาพจิตมีข่าวตลอดเวลา และผู้สื่อข่าวก็อ่านข่าวแล้วก็ตบท้ายไม่ถูก ก็ได้แต่พรรณนาว่าเมื่อไรปัญหานี้จะหมดไป ผมอยากให้วันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ระดมหาทางออก ถอดบทเรียนเหตุการณ์ที่ จังหวัดหนองบัวลำภูนั้นจะต้องไม่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้รับการเรียนรู้และถอด บทเรียน อันตรายต่อจิตวิญญาณ หมายความว่าผู้ติดสารเสพติดแล้วเขาจะขาดเมตตา แล้วก็ เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ เรื่องของจิตวิญญาณนั้นเป็นเรื่องที่มนุษย์เท่านั้นที่จะมีเรื่องของ จิตวิญญาณ ต่อไปสารเสพติดทำลายสมอง ขั้นแรกจะทำลายสติปัญญาก่อน ก็คือสมองส่วนหน้า จะถูกทำลายก่อน พรีฟรอนทัล โลบ (Prefrontal lobe) เขาก็จะขาดความยั้งคิด ขาดความ รอบคอบในการไต่ตรองต่าง ๆ เขาจะถูกทำลายไป เมื่อใช้บ่อย ๆ เขาก็จะทำลายในส่วนของ อารมณ์ บุคคลที่ติดสารเสพติดมีปัญหาสุขภาพจิตเขาจะไม่มีอารมณ์เหมือนคนปกติ เขาจะไม่มี ดีใจ เสียใจ มีความเศร้า มีความเห็นอกเห็นใจ มีอะไรต่ออะไรเขาก็จะเปลี่ยนแปลงไป ทำลายอารมณ์ แล้วก็ไม่สามารถควบคุมสมองส่วนที่ ๓ ได้ก็คือสมองส่วนสัญชาตญาณ สมองส่วนนี้เขาจะคุมไม่ได้ สมองส่วนนี้ก็เหมือนกับเอเลียน (Alien) หรือเหมือนกับสิ่งมีชีวิต จำพวกสัตว์เลื้อยคลานอะไรต่าง ๆ เขาก็จะมีความกลัวเป็นหลัก การที่เขาทำร้ายคนอื่นนั้น เพราะความกลัว กลัวว่าคนอื่นจะมาทำร้ายเขา เขาไม่ใช่ทำร้ายเพราะการไตร่ตรองด้วย สติปัญญา การลดความรุนแรงแบบองค์รวม หรือโฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic harm reduction) องค์รวมทั้งอันตรายต่อกาย ต่อจิต ต่อสังคม และจิตวิญญาณนั้นเป็นการ ลดอันตรายแบบองค์รวมหรืออันตรายแบบรอบด้าน ศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิต แบบองค์รวมนั้นก็จะเป็นเครื่องมือในการลดโฮลิสติก ฮาร์ม รีดักชัน (Holistic harm reduction) หรือลดอันตรายอย่างครบองค์รวม ซึ่งศูนย์บำบัดสารเสพติดสุขภาพจิตองค์รวม หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ

ข้อ ๑ ต้องบำบัดถอนพิษยา ถอนพิษยาเขาเรียก ดีทอกซ์ซิฟิเคชัน เทอราพี (Detoxification therapy) ถอนพิษยาโดยมากก็ประมาณ ๒ สัปดาห์ เมื่อเขาได้รับสารเยอะ เขามีอาการหลอน ต้องมัดต้องรัดตรึงต่าง ๆ ก็ต้องใช้ยาไปช่วย ในขั้นตอนนี้ก็คืออยู่ใน โรงพยาบาล แต่เชื่อไหมโรงพยาบาลใหญ่ระดับโรงพยาบาลระยองก็ไม่มีหอผู้ป่วยในสำหรับ ถอนพิษยา จะต้องส่งมาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดใหญ่ อีอีซี (EEC) อย่างที่จังหวัดระยองผมยังไม่มีหอผู้ป่วยบำบัดถอนพิษยาเลย ศูนย์ก็ไม่มี จะมีก็ไม่ใช่ของราชการ มีแต่ว่ามันเป็นหย่อม ๆ เดี๋ยวผมจะพูดต่อไป

ข้อ ๒ ต้องมีการบำบัดแบบฟื้นฟู เขาเรียก รีแฮบบิลิเทชัน เทอราพี (Rehabilitation therapy) ขั้นตอนการฟื้นฟูนี่แหละต้องใช้นักจิตวิทยา ต้องใช้พยาบาล จิตเวช ข้อที่ ๑ ใช้พยาบาลจิตเวชกับจิตแพทย์ กับแพทย์ทางกาย ข้อที่ ๒ ใช้นักจิตวิทยา การบำบัดฟื้นฟูก็คือต้องให้สมองเขาค่อย ๆ ฟื้นตัว ย้อนศร ย้อนกลับ จากที่สติปัญญา เขาถูกทำลาย และอารมณ์เขาถูกทำลาย แล้วเหลือแต่สัญชาตญาณ จะต้องฟื้นฟูโดยการที่ให้ เขาได้เรียนรู้ว่าสิ่งนี้ อารมณ์อย่างนี้คือพ่อ คือแม่ ต้องรักพ่อ รักแม่ อย่างนี้คือโกรธ อย่างนี้ คือเศร้า อย่างนี้คือดีใจ ให้ใช้การบำบัดแบบย้อนกลับ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ ๔ เดือน

ข้อ ๓ ก็เป็นชุมชนบำบัด เมื่อเขาบำบัดรวมกันเป็นหมู่คณะ ใครบำบัดก่อน ดีขึ้นก่อนก็จะเป็นพี่เลี้ยง เข้าไปใหม่ ๆ เขาก็จะเป็นเหมือนกับพลทหาร ต่อมาเขาดีขึ้นเขาก็ จะปกครองรุ่นน้อง ๆ ต่อมา แล้วก็แบ่งหน้าที่กันทำงาน บุคคลที่ติดสารเสพติดมักจะมีปัญหา เรื่องของกิจวัตรประจำวันด้วย เขาไม่สามารถตื่นตามเวลา กินอาหาร หรือบังคับตัวเอง แม้กระทั่งกิจวัตรประจำวัน

ข้อ ๔ เขาต้องมีกิจกรรมบำบัด กิจกรรมบำบัด ภาษาอังกฤษเรียกว่า ออคคิวเพชันนัล เทอราพี (Occupational therapy) ก็คือว่าการทำกิจกรรม การฝึกอาชีพ ต่าง ๆ นั้นต้องฝึกใหม่หมด เพราะว่าเขาได้สูญเสียเรื่องของทักษะชีวิต แล้วก็ทักษะในการ ประกอบอาชีพไปโดยสิ้นเชิง

ข้อ ๕ เขาต้องมีสังคมสงเคราะห์ เขามีปัญหาในครอบครัวที่จะต้องให้ สังคมสงเคราะห์เข้าไปดูแล ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว พ่อแม่เขา หรือลูกของเขา หรือคน ในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากตัวของผู้เข้ารับการบำบัดก็มากมายเหลือเกิน

ข้อ ๖ หลักการสังคมสงเคราะห์ ข้อหนึ่งก็คือว่าต้องให้ที่พักพิงที่ปลอดภัย ปลอดภัยจากอะไร รอบบ้านเขามีแต่สารเสพติด มีแต่พวกที่เป็นเพื่อนที่มีแต่สาร ถ้าเราให้เขา บำบัดแบบไปเช้าเย็นกลับ เขาก็ไปเจอสิ่งแวดล้อมเดิม เขาต้องประสบความล้มเหลว อย่างแน่นอนนะครับ เขาต้องมีที่พักพิงที่ปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศเดิม เขาต้องมีความปลอดภัยจากระบบกฎหมาย เพราะกฎหมายบอกว่า ๑๕ เม็ดคือผู้ป่วย เนื่องจากคุกเต็ม เมื่อเขาอยู่ในศูนย์บำบัดแล้วเขาจะได้ใบรับรอง ถ้าเขาปฏิบัติตามเงื่อนไข มีการตรวจปัสสาวะตามเวลา เขาจะเป็นคนดีขึ้นมาทันทีในสายตาของฝ่ายกฎหมายนะครับ

ข้อ ๗ เขาจะต้องมีการทำกายภาพบำบัด บุคคลเหล่านี้ร่างกายอ่อนแอ ผ่ายผอม ขาดอาหารทั้ง ๕ หมู่ เขามีโรคประจำตัวมากมาย เขาจะต้องได้รับการดูแล บำบัด ทางกาย บำบัดทางอาหาร โภชนาการ แล้วก็ไม่สามารถบำบัดโดยผู้เข้ารับการบำบัดกับ นักบำบัด ต้องมีภาคีเครือข่ายมามีส่วนร่วม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน เจ้าของ กิจการที่ส่งคนมาบำบัดต่าง ๆ คนที่นำอาหารมา ปัจจัยสี่ปันสุขต่าง ๆ มาช่วยกันเยี่ยม ให้กำลังใจเขา เขาจะเป็นคนดีของสังคม

ซึ่งทั้ง ๗ ด้านนี้สังคมก็จะปลอดภัย ปลอดภัยจากทางด้านกาย ทางด้านจิตใจ ทางด้านสังคม แล้วก็ทางด้านจิตวิญญาณ ถ้าบุคคลเหล่านี้อยู่ในศูนย์บำบัดที่มีการจัดตั้ง เป็นอย่างดีแล้วมีความอบอุ่น แล้วมีเป็น วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) การสร้าง ศูนย์บำบัดแบบองค์รวมจึงป้องกันไม่ให้มีใครจะต้องเสียชีวิตอีก ผู้ติดสารเสพติดมีปัญหา สุขภาพจิตเขาไม่ทำร้ายตัวเขาเอง เขาพาคนอื่นไปด้วย เขาไม่ใช่เป็นโรคซึมเศร้าที่ทำร้าย ตัวเอง แต่เขาทำร้ายคนอื่นด้วย ต่อไปเป็นการจำลองเหตุการณ์ของตำรวจท่านนี้ว่า เขาถึงทางตัน แล้วเขาต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่าง อันนี้ในความเห็นส่วนตัวผมนะครับ คือเขาต้องขึ้นศาลในวันพรุ่งนี้นะครับ ศาลให้ขอใบรับรองจากภรรยาว่าตอนนี้เขาเป็นคนดีแล้ว ตำรวจคนนี้ไม่ได้เข้าสู่ศูนย์บำบัดเต็มรูปแบบแต่อย่างใด ทางผู้บังคับบัญชา ผบ.ตร. ท่านบอกว่า ทางตำรวจเองก็ได้ถอดบทเรียน ก็เห็นว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่เขาโทษทางวินัยต้องออก ก็ไม่ได้ไปบำบัด ทางวงการหน่วยงานก็บอกว่าตั้งแต่ไม่มีตำรวจคนนี้หน่วยงานเขาก็มีความสุข ไม่มีปัญหาเรื่องของผู้ที่มีเรื่องยาเสพติดอยู่ในหน่วยงาน อันนี้เป็นทัศนะจากข่าวมานี่นะครับ แต่ว่าเขาไม่สามารถหาใบรับรองจากภรรยา แล้วไม่สามารถหาใบรับรองจากผู้นำหมู่บ้านได้ ไม่มีใครยอมเซ็นให้เขา เขาก็ถึงทางตัน แต่ถ้ามีศูนย์บำบัดนะครับ