สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเสนอการเปลี่ยนผู้เสพจากสถานะผู้ต้องหาเป็นผู้ป่วย พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ การปรับบทบาทหน่วยงาน เช่น การโอนภารกิจจากกรมคุมประพฤติไปยังกระทรวงสาธารณสุข และการควบคุมวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดอย่างเข้มงวด โดยตั้งคำถามถึงความพร้อมของสังคมในการรับแนวทางใหม่โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาซ้อน และรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์บำบัดรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ทันสมัยขึ้น
ขอบคุณท่านประธานสภาครับ กระผม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ และเป็นที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการครับ ต้องขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ ที่ได้มอบหมายให้ผมมาตอบ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งคำถาม ตั้งเป็น ข้อสังเกตไว้ ๙ คนด้วยกัน ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการได้อ่านรายชื่อไปครบถ้วนแล้วนะครับ วันนี้เองต้องยอมรับว่ารายงานนี้มันเป็นรายงานที่จะพิจารณาแก้ไขปัญหายาเสพติด และแนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบ เนื้อหาเล่มนี้ผมคิดว่ามันค่อนข้างครบถ้วน แต่มันอาจจะยังไม่ทันสมัยอย่างที่นำเรียน ครับว่า ถ้าเราจะคุยกันต่อเนื่องพรุ่งนี้ก็เปลี่ยนอีก แล้วมันก็จะเปลี่ยนไปอีก แต่ผมจะชี้แจง ในสิ่งที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สงสัยเพื่อที่จะได้เข้าใจ แล้วก็จะได้เห็นว่ากรรมาธิการ วิสามัญนั้นมีความตั้งมั่นตั้งใจอย่างไร อย่างที่บอกครับ เรื่องของฮาร์ม รีดัคชัน (Harm reduction) ที่ท่านพยายามจะเสนอว่าเราจะต้องเอายาบ้ามาแจกให้กับชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่เคยคุยในกรรมาธิการ กรรมาธิการก็คิดว่าถ้าเราทำแบบเนเธอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ไม่มีหรอกเรื่องยาเสพติด เพราะเขามองว่ายาบ้าไม่ใช่ยาเสพติด มันก็ไม่เป็นยาเสพติดแล้วครับ การที่จะเอายาบ้ามาแจกให้กับชาวบ้าน เรามองแล้วเหมือนง่ายครับ ผมเห็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้ก็บอกว่าควรจะปราบปราม ควรจะมองเหมือนอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ท่านปราบปรามจริงจัง เอาจริงเอาจัง ผมก็เลยบอกว่าในสภาแห่งนี้ ยังขัดกันเอง คนหนึ่งบอกว่าแจก อีกคนหนึ่งบอกปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งวันนี้เองสิ่งสำคัญ ที่สุดเราต้องทำอย่างไรครับ เราต้องการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ แล้วไม่สร้างปัญหาใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้เองในเรื่องของ พ.ร.บ. ยาเสพติดที่สภาแห่งนี้ได้มีการผ่านไป มันต้อง เปลี่ยนแนวความคิดใหม่ การที่เราต้องเปลี่ยนแนวความคิดใหม่เพราะอะไร เพราะคนที่ติด ยาเสพติดนั้นไม่ใช่นักโทษแล้ว คนที่ติดยาเสพติดนั้นคือผู้ป่วย ท่านก็เปลี่ยนแนวความคิดกัน วันนี้กำลังทำอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านมันเกิดปัญหาครับ เพราะในกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดนั้น เดิมกรมคุมประพฤติเป็นคนบำบัดยาเสพติด เป็นคนบำบัดผู้ป่วย แต่วันนี้เรามอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องนี้ครับ ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านทุกครั้ง ทุกเรื่องมันมีอุปสรรค มันมีการล่าช้า แต่วันนี้รัฐบาลก็พยายามทำครับ สิ่งสำคัญที่สุดที่ผม ต้องพูดเพราะท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านได้ถาม แล้วท่านก็ได้พูดไว้ว่าวันนี้เองมีคนเข้ามารับยา จิตเวชประมาณ ๔๓๕,๐๐๐ คนที่มารับยาจิตเวช ตัวเลขนี้ท่านเป็นคนพูดไว้ ผมก็จะบอกว่า วันนี้เองสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องการทำ ถ้าเราสามารถรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเสพติดเข้าสู่ระบบได้ การแก้ไขปัญหาอย่างที่ท่านวิรัชได้พูดไว้มันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เราต้องทำอะไรครับ ให้ผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดที่ใช้ยาเสพติดนั้นเข้าสู่ระบบ เราถึงจะมีตัวเลขว่าวันนี้มีผู้ติดยา อยู่เท่าไร แล้วเราก็สามารถแล้วค่อย ๆ บำบัดเขา ลดปริมาณยาเสพติด จนสุดท้ายผู้เสพ เหล่านั้นจะไม่กลับมาเสพใหม่ครับ นั่นก็คือแนวทาง ผมมั่นใจว่าท่านวิรัชเองท่านเป็นอัยการ ท่านคิดเรื่องนี้ แล้วผมก็คิดว่า กรรมาธิการวิสามัญทุกคนซึ่งเป็นตัวแทนของทุกพรรคการเมืองก็มีเจตจำนงเดียวกันในการ ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนก็อยู่ในนี้ครับ แต่มันต้องเริ่มไปใน ทุกมิติ อย่างที่ผมพูดว่าปัญหายาเสพติด ไม่ใช่สแตติก (Static) ที่บอก ๑ บวก ๑ เป็น ๒ ๒ ลบ ๑ เท่ากับ ๑ ไม่ใช่ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาไดนามิก (Dynamic) มันพันไปหมดเลย ท่านไปขยับตัวหนึ่งมันจะไปโดนอีกตัวหนึ่ง ฉะนั้นในสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาจะต้อง ไม่สร้างปัญหาใหม่โดยที่เรายังไม่ได้ศึกษาอย่างดีเยี่ยม ถ้าวันนี้ผมบอกว่าเราต้องทำแบบ ประเทศเนเธอร์แลนด์เลย สังคมรับได้หรือเปล่า ถ้าสังคมรับไม่ได้เกิดปัญหาครับ นั่นคือสิ่งที่ ผมบอกเรามีความพร้อมหรือยังในการที่จะป้องกันไม่ให้เขาเอายาเสพติดมาลักลอบขายใหม่ ถ้าวันนี้เราบอกเราแจกยาบ้าอย่างที่ท่านวิรัชได้พูดว่าต้นทุนยาบ้ามันเม็ดละ ๕๐ สตางค์ ขาย ๑ บาทยังกำไรเลยครับ แต่ถามว่าเราจะคุมให้เขาไม่เอายามาขายต่อข้างนอกได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมบอกว่ากรรมาธิการก็เป็นกังวลเรื่องนี้ ก็เลยต้องชี้แจงแทนท่านประธานยงยุทธ เพราะท่านเองท่านตั้งใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหา แล้วอยากให้รายงานนี้ผ่านไปยังรัฐบาล เพราะมันมีเรื่องอื่น ๆ อีกหลาย ๆ เรื่องที่ผมอยากจะอธิบายเสริมในการที่จะตอบคำถามครับ
ในเรื่องของการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดนั้นเราเองกำลังทำอยู่ครับ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ท่านมีศูนย์คัดกรอง ๙,๐๐๐ กว่าแห่งแล้ว มีการออกประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดที่อยาก จะตอบอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของสารตั้งต้น สารตั้งต้นยาเสพติด อย่างที่บอกว่าทำไม สมัยก่อนยาบ้าไม่เยอะเท่านี้ ยาเสพติดไม่เยอะเท่านี้ ทำไมปัจจุบันมันถึงเยอะมันถึงมาก เพราะเมื่อก่อนยาบ้าเราทำมาจากฝิ่น แต่วันนี้ยาบ้าไม่ได้ทำจากฝิ่นแล้ว ยาบ้าเมื่อก่อน ทำจากเอทีลีน (Ethylene) และซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ซึ่งเป็นยาผสมในยา แก้หวัด ฉะนั้นมันเป็นสารตั้งต้นแล้วในการที่จะมาผลิตยาเสพติด อย่างที่ผมพูดตอนนี้ พัฒนาใหม่ โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) โซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) สามารถผลิตเป็นยาไอซ์ได้ เพราะเป็นพีทูพี (P2P) หรือเป็นฟีนิลทูโปรปาโนน (Phenyl-2- propanone)