ทวี วิจารณ์ร่างแก้ กยศ. ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ-ผลักเยาวชนเป็นหนี้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕

ทวี สอดส่อง วิพากษ์ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เสนอโดยวุฒิสภา ว่าขัดรัฐธรรมนูญเพราะเปลี่ยนการสนับสนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์จากระบบทุนเป็นระบบกู้ยืม ซึ่งยังมีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ขัดเจตนโยบายการศึกษาฟรี และอาจทำให้เยาวชนกลายเป็นหนี้เหมือนทาสเงิน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารกองทุนที่ขาดวินัยทางการเงิน ทั้งการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ การเช่าตึกเอไอเอ และการฟุ่มเฟือยในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จึงเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เรามีความไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ของวุฒิสภา หลักที่ผมจะขออภิปรายที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ แม้ว่าการแก้ของวุฒิสภาจะมีลักษณะ เป็นการยืดหยุ่นก็คือ ประการที่ ๑ กรณีดอกเบี้ย ๐-๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือว่ากรรมการจะไปมี ดอกเบี้ยก็ได้ มีเท่าไรก็ได้ แต่ไม่ให้เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ ประการที่ ๒ การที่ให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็มีเพดานที่เบี้ยปรับนั้นไม่เกิน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าในร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) ๒๕๖๐ นั้น กรณีดอกเบี้ย ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เบี้ยปรับ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ร่างที่แก้กลับลงมาก็คือมีดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับไม่เกิน ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้แก้กฎหมายขึ้นไปนั้น เราไม่มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ไม่มีผู้ค้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภามีอยู่ประมาณ ๓-๔ ประการ ประการที่ ๑ ร่างของวุฒิสภาที่ส่งเข้ามาผมมองว่าเป็นบทบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ กรณีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ ที่ได้บัญญัติไว้ในวรรคห้าและวรรคหกว่า ให้ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ คือรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะให้มีการ เรียนฟรี โดยว่าสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ต้องการจะส่งเสริมเพื่อจะให้มีทุนการศึกษา ให้มีทุน ไม่ใช่ทุนกู้ยืมนะครับ ทุนการศึกษา แต่เราก็พยายามจะอนุโลมว่าปัจจุบันรัฐบาล ยังไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมักจะอ้างว่าได้ตั้งกองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษา แต่ปรากฏว่ารัฐบาลเป็นรัฐ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษาก็ไม่สามาร้เอื้อมมาช่วย ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ยกเว้นให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ขาดแคลน ทุนทรัพย์จะไม่มีสิทธิได้เข้ากองทุน เพราะว่าท่านต้องการให้เป็นสิทธิเสมอกัน หรือเป็น สวัสดิการ้วนหน้าสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ท่านประธานที่เคารพ หลักการเรื่องกองทุน กยศ. ในจุดเริ่มต้นก็มีคนชื่นชมว่าดี แต่ผมอยากให้มองในความเป็นจริง ้าเรามองว่ารัฐบาล เป็นพ่อแม่ของประชาชน รัฐบาลจะต้องไม่นิยมให้ลูกไปเป็นหนี้ แต่กองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษานั้นปรากฏว่ารัฐบาลที่เป็นพ่อแม่ที่ดีต้องส่งเสริมลูกให้เรียนหนังสือ แต่เราหยิบ ๒ เรื่องซึ่งเป็นเรื่องตรงกันข้าม หรือเป็นเรื่องที่อคติต่อกันก็คือทำให้คนจะมีการศึกษาได้ รัฐบาลกลับส่งเสริมให้มีการกู้ยืม ดังนั้นแนวคิดเช่นนี้ก็เหมือนแนวคิดในสมัยอดีตที่เรานิยม เรื่องการเป็นทาสซึ่งู้กกฎหมาย อันนี้ก็คือส่งเสริมให้คนเป็นทาสเงินเราจึงเห็นว่าหลังจากแก้ กฎหมาย กยศ. เมื่อปี ๒๕๖๐ ขึ้นมาจึงเห็นเป็นวิกฤติและเป็นความโหดร้ายอย่างยิ่ง สิ่งนี้ จึงอยากจะเรียนว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๖/๑ มาตรา ๖/๑ ซึ่งเราบอกว่ากองทุนเพื่อการศึกษาจะมีลักษณะให้ (๑) สำหรับผู้ขาดแคลน ทุนทรัพย์ แล้วกรรมาธิการก็เห็นว่าผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์นั้นรัฐธรรมนูญได้บัญญัติว่าจะต้อง เรียนฟรีเป็นทุน เราจึงมาเขียนเป็นกรณี (๑) ให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นทุนการศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตอีกสัก ๒-๓ นาที ปรากฏว่ากรรมาธิการหรือ วุฒิสภาก็ไปตัด (๑) อันนี้จึงส่อที่จะไปขัดรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ต้องเป็นการกู้ยืม ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ปรากฏว่าปัจจุบัน หนี้ กยศ. จำนวน ๖ ล้านกว่าคน อยากให้ขึ้นสไลด์ (Slide) นิดหนึ่ง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

มีจำนวน ๒ ล้านกว่าคน อยู่ในชั้นผิดนัดชำระ และู้กบังคับคดี และู้กฟ้องร้องประมาณ ๑ ล้านกว่าคน ที่มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับเฉลี่ย ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ที่สำคัญคือกองทุนการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเราไม่ได้ตรวจสอบ ความไม่มีวินัย กยศ. ท่านประธานทราบไหมครับ หลังจากปี ๒๕๖๐ ได้ย้ายที่ทำการจาก กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลังมาเช่าตึกเอไอเอ (AIA) อยู่ งบการเงิน เมื่อปี ๒๕๖๔ เอาเงินนักเรียนเดิมค่าใช้จ่ายไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันมีพันกว่าล้านบาท คือเอาเงินนักเรียนมาใช้ แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งแค่ไปเช่าตึกเอไอเอ (AIA) งบการเงินปี ๒๕๖๔ ๒๐๐ กว่าล้านบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินของเด็กนักเรียน แล้วที่สำคัญ้าไปดูการใช้จ่ายเงิน ฟุ่มเฟือยมาก ดังนั้นความไม่มีวินัยการเงินการคลังของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษารัฐบาลนี้กลับไม่สนใจเลย น่าจะเข้าไปตรวจสอบว่าเงินจำนวนเป็นพันกว่าล้านไปจ้างทนายความเป็นใคร ขณะที่มี กรรมการแค่ไม่กี่คน และที่สำคัญค่าโทรศัพท์ก็ยังเบิกจำนวนมาก ดังนั้นผมจึงเห็นว่า อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้เป็นคุณ ้ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมากรณีมีดอกเบี้ย และเบี้ยปรับเราอาจจะมีการพิจารณาใช้เวลาประชุมไม่เกิน ๗ วัน ก็กลับมาได้ครับ ดังนั้น ผมจึงไม่อยากให้เอาผู้เดือดร้อนเป็นตัวประกัน จึงขอแสดงความเห็นว่าอยากให้ตั้ง กรรมาธิการ ขอบพระคุณมากครับ