ณัฐวุฒิ ชี้แก้กฎหมายคุ้มครองเด็ก ผลักดันให้ไทยเทียบเท่าสากล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือการแก้ไขมาตรา ๑๕๖๗ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อยกเลิกการลงโทษทางร่างกายเด็ก พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการและแสดงจุดยืนชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิเด็กตามมาตรฐานสากล

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง เป็นสิ่งที่พิสูจน์คำพูดครับ เมื่อท่านพูดคนจะฟังแต่เมื่อท่านไม่ลงมือทำคนจะไม่เชื่อ คำถาม ของผมก็คือว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด เพราะการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ มันเป็นการแก้ไขเพียงมาตราเดียว ซึ่งท่านเองก็เห็นตรงกับผม ผมไม่ได้พูดถึง เรื่องของการทำงานที่มากกว่านั้นในประเด็นอื่น ๆ ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดต่อแล้วจะถามท่าน ในคำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ คำตอบที่ท่านนั้นตอบผมไม่ได้เกินไปกว่าที่ผม คาดคะเนจะได้รับคำตอบ ทั่วโลกตั้งแต่ปี ๑๙๗๙ ที่มีการเริ่มต้นที่ประเทศสวีเดนที่ได้มีการ ยกเลิกกฎหมายที่เปิดช่องให้มีการลงโทษด้วยความรุนแรงต่อตัวเด็ก เขาไม่ได้พูดแค่ในเรื่องของในบ้านนะครับ ในโรงเรียน ในสถาบันรองรับเด็ก ในทุก ๆ บริบทที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก บัดนี้มีถึง ๕๙ ประเทศแล้วครับ ที่มีการดำเนินการดังกล่าว ประเทศเวลส์ ประเทศสก็อตแลนด์เป็นประเทศล่าสุดที่ได้มีการดำเนินการ ผมขอสไลด์ (Slide) ที่ ๖ ครับ ท่านประธานดูนะครับ ในสไลด์ (Slide) ที่ ๖ ที่ผมขอไว้ท่านต้องทดเวลา บาดเจ็บให้ผมนะครับ ฟุตบอลโลกปัจจุบันทดกัน ๑๑ นาที ท่านประธานครับนี่เป็นช่วงเวลา ประวัติศาสตร์สำหรับสิทธิมนุษยชนเด็กเรากำลังทำให้การลงโทษเด็กด้วยการทำร้ายร่างกาย เป็นอดีต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแนวคิดทัศนคติของผู้คนเปลี่ยนไปแล้วเหลือครอบครัว ไม่มากที่ยังใช้วิธีการลงโทษทางร่างกาย หากคำกล่าวนี้คือวิสัยทัศน์ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งผมคาดหวังแต่ไม่ได้ คาดหวังกับนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจะไม่แปลกอะไร แต่ไม่ใช่ครับ นี่คือวิสัยทัศน์ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริการสังคมของประเทศเวลส์ที่ชื่อจูลี่มอร์แกน จริง ๆ ต้องเลย ถามไปด้วยนะครับว่าการธำรงวินัยที่อยู่ในกระทรวงกลาโหมท่านก็อยู่ในบริบทเดียวกัน ที่ทั่วโลกเขายกเลิกแล้ว สำหรับประเทศไทย ประเทศไทยเป็นอย่างที่ท่านบอกครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงยุติธรรม ซึ่งยอมรับกัน ทั้งคู่เองว่าไปสัญญาระหว่างประเทศ มีหนังสือโต้ตอบไปมาระหว่างกัน ปี ๒๕๕๙ ที่ท่านพูด ถึงนั้นบอกจะแก้กฎหมายทั้งหมด ๖ เรื่องด้วยกันปี ๒๕๖๑ กระทรวงยุติธรรมถามกลับมา กระทรวง พม. จะเอาอย่างไร ปี ๒๕๖๓ กระทรวงยุติธรรมถามมาอีกรอบว่ากระทรวง พม. จะเอาอย่างไร ปี ๒๕๖๕ กระทรวง พม. เพิ่งตอบไปว่าจะมีการแก้ไข แต่ก็ตั้งแต่เดือนมีนาคม จะเข้าปี ๒๕๖๖ แล้วครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ในหน้า ๗ ก็ที่ท่านบอกภาคประชาสังคม เขาถึงอดรนทนรอไม่ได้ ภาคประชาสังคมที่ไม่ได้มีเงินท่านกำลังจะออกกฎหมายไปควบคุม เขาบอกรอไม่ได้อีกแล้วนะ มีฝรั่งคนหนึ่งชาวต่างชาติคนหนึ่งพูดได้ดีครับ ท่านเองก็คงเคยดู คลิป (Clip) รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เขาตั้งคำถามง่าย ๆ สไตล์ (Style) ฝรั่ง แต่ถามเป็นภาษาไทย บอกประเทศคุณรักวัวต้องไม่กินสิ รักลูกต้องไม่ตีสิ แต่ทำไมมันกลับกัน พรรคก้าวไกล ไม่รอครับ พรรคก้าวไกลไม่รอ ผม ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก เขต ๑ ซึ่งเป็น ต้นเรื่องของเรื่องที่เกิด คุณภัสริน รามวงศ์ คุณพนิดา มงคลสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของ พรรคก้าวไกลยื่นขอแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๗ (๒) ซึ่งต้อง ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ได้กรุณาบรรจุวาระไว้แล้ว ผมแก้อะไรครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไปครับ ผมแก้ง่าย ๆ ว่าต่อไปนี้การลงโทษบุตรซึ่งอ้างว่าเป็น สิทธิของผู้ปกครองนั้นจะต้องทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควร แต่ต้องไม่เป็นการ กระทำทารุณกรรม ทำร้ายร่างกายจิตใจไม่เป็นการเฆี่ยนตีหรือทำโทษอื่นใดอันเป็นการ ด้อยค่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้ยินเต็มหูเช่นเดียวกัน เอากันง่าย ๆ ๑. การลงโทษต้องทำเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนเท่านั้นต้องมีข้อจำกัด ๒. ต้องไม่เป็นการทารุณกรรม ซึ่งมีนิยามอยู่แล้วใน พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก มาตรา ๒๖ ไม่ทำร้ายร่างกายจิตใจหรือ เฆี่ยนตี วัดก็ไม่ต่างกันนะครับ ท่านอนุชา นาคาศัย ไม่ได้มาตอบกระทู้ในวันนี้ โรงเรียนหรือ พระที่มีเด็กอยู่ในความดูแลก็เฆี่ยนตีกันเยอะมาก และต้องไม่ทำโทษอื่นใดเป็นการด้อยค่า ซึ่งท่านประธานทราบไหมครับว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในฉบับที่มีการยื่นในช่วงเวลา ใกล้เคียงกันมีคนเข้าไปอ่านมากที่สุดครับ แน่นอนไม่เท่ากับสมรสเท่าเทียมที่มีคนอ่าน เป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ แต่ก็ ๗๐๐ กว่าคน มีคนแสดงความคิดเห็น ๕๕ คน กระทรวงยุติธรรม ตอบคำถาม กระทรวงศึกษาธิการตอบคำถาม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ไม่ยอมตอบคำถามมาที่สภาว่าเห็นควรที่จะแก้หรือไม่แก้แบบใด ประการใด ผมขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เรื่องเด็กรอได้หรือครับ ฮิส เนม อิส ทูเดย์ (His Name is Today) เคยอ่านไหมครับ ที่เขียนไว้ในกวีที่ชื่ออเวติก อีสากยัน เขียนให้ องค์กรยูนิเซฟ (UNICEF) เพราะอะไรครับ เพราะความเชื่อที่ว่าการลงโทษเด็กไม่ได้มี ผลกระทบต่อเด็ก ซึ่งไม่ใช่ เพราะความเชื่อที่ว่าการลงโทษถือว่าเป็นประสิทธิภาพมากที่สุด ในการอบรมสั่งสอน ซึ่งไม่ใช่ เพราะการลงโทษนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย วัฒนะมันต้องดีขึ้น อะไรที่มัน ไม่ดีก็ต้องแก้ เพราะความเชื่อที่ว่าที่ได้ดีทุกวันนี้เพราะไม้เรียว ซึ่งท่านอย่ากรุณาย้ำแบบนั้น อีกเลยครับ อย่ากรุณาบอกว่าผู้ปกครองไม่ได้ตั้งใจ เด็กเขาพูดได้ไหมว่าเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ที่จะทำผิดจนนำไปสู่การถูกเฆี่ยนตีเช่นเดียวกัน ฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะตั้งคำถาม เป็นประการที่ ๒ ว่าด้วยเหตุดังกล่าวทั้งหมดการดำเนินการจึงไม่ใช่การแก้แต่เพียงกฎหมาย เป็นอย่างที่ท่านพูดการที่จะแก้ไขต้องรื้อสร้างมายาคติใหม่ ต้องสร้างทัศนคติ ลดความเชื่อ ที่ไม่ถูกต้อง เด็กมือสั้นที่สุดครับ ปกป้องตนเองไม่ได้ วันที่เขาลุกขึ้นมาจะปกป้องตัวเอง หลายครั้งคือวันที่เขาไม่สามารถพูดได้อีกแล้ว ๒ ขวบ ๓ ขวบเสียชีวิตกันเยอะแยะ ไปหมด เราทนได้หรือครับตัวแทนประชาชน ถามท่านเป็นคำถามสุดท้ายในสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๑๐ รัฐบาลมีนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทำโทษบุตรด้วยความรุนแรง ต่อบุตรในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ เริ่มกันตั้งแต่วันนี้เลย ครับ พรุ่งนี้เป็นไปได้ไหมที่จะไม่มีเด็กที่ถูกลงโทษด้วยความรุนแรงอีก นั่นคือคำถามข้อที่ ๒ ของผม ขอบคุณครับ