กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา หารือปัญหาการจัดการไฟฟ้าส่องสว่างและสายสื่อสารในกรุงเทพมหานคร พร้อมเสนอแนวทางถ่ายโอนภารกิจหรือร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนงบประมาณ เครื่องมือ และความชำนาญของบุคลากร โดยเฉพาะในพื้นที่ตรอกซอกซอยและพื้นที่เอกชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ เรียนท่านประธานค่ะ คือในฐานะที่ดิฉันเป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่าง ดูแล ในความรับผิดชอบในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากรายงานได้รับการ แต่งตั้งมา ดิฉันก็ได้ลงพื้นที่ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งในภาพรวมก็ขออนุญาตรวมสั้น ๆ แล้วกันว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง แล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบในเรื่องของ ไฟฟ้าส่องสว่าง มี ๔ ส่วนด้วยกันก็คือ ส่วนแรก จะเป็นในส่วนของสำนักการโยธาของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก็จะดูเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตั้งแต่ถนนสายหลัก สายรอง แล้วก็สะพาน คนข้ามถนน รวมไปถึงสะพานรถยนต์ข้ามแยกถนน สะพานข้ามคลอง ซึ่งอันนี้มีระยะทาง ประมาณ ๔๐๐ กว่าเส้นทาง ส่วนที่ ๒ จะเป็นในส่วนของสำนักการระบายน้ำของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบดูแลไฟฟ้าส่องสว่างตามแนวเขื่อนทางเดินริมคลอง ทั่วกรุงเทพฯ แล้วก็ส่วนที่ ๓ เป็นสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลในเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง ติดตั้งตามสวนสาธารณะต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งมีอยู่ ๔๒ สวนสาธารณะใหญ่ แล้วก็ ๗๘ สวนสาธารณะรอง รวมไปถึงสวนขนาดย่อมอีกประมาณ ๑๐๐ กว่าสวน ส่วนที่ ๔ จะเป็นในส่วนของสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร ๕๐ สำนักงานเขตด้วยกัน ซึ่งก็จะดูแล ไฟฟ้าส่องสว่างตามตรอก ซอก ซอย ที่มีทั้งหมดประมาณ ๕,๖๐๐ เส้นทาง ซึ่งโดยรวมแล้ว ดิฉันขออนุญาตรวบเลยแล้วกันนะคะ ว่าคณะอนุกรรมาธิการของเราได้ลงไปในส่วนของ กรุงเทพมหานคร โดยไปประชุมร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร กสทช. เอ็นที (NT) แล้วก็ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้อำนวยการเขตทั้ง ๖ กลุ่มโซน (Zone) ที่ดูแลรับผิดชอบ ๖ กลุ่มโซน (Zone) ก็เข้าร่วม ประชุมด้วย เราก็ได้ดำเนินการในการออกแบบสอบถามว่าไฟฟ้าส่องสว่างที่มีปัญหาอยู่ ในเรื่องที่เราได้รับเรื่องร้องเรียนกับพี่น้องประชาชนมาว่าอาจจะเป็นความล่าช้าในการ ซ่อมแซม หรือว่ารวมไปถึงการซ่อมแซมล่าช้า แล้วก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโคมไฟที่เกิดความ เสียหายได้ ซึ่งอันนี้ใช้เวลานานมาก บางที่เป็นปี เราก็ทำแบบสอบถามว่าทางหน่วยงาน ที่ดำเนินการที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงมีความเห็นอย่างไร ซึ่งเราทำแบบสอบถามออกเป็น ๓ ข้อด้วยกันว่า ๑. เห็นด้วยกับการที่จะให้ถ่ายโอนภารกิจไปให้กับการไฟฟ้านครหลวง หรือไม่ ๒. ก็คือไม่เห็นด้วย อยากจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำเองได้ หรือ ๓. มีความเห็นว่าควรจะต้องร่วมมือกันในการบริหารจัดการตามความเหมาะสม ซึ่งทาง กรุงเทพมหานครก็ได้ตอบแบบสอบถามมานะคะ ก็จะคิดเป็นที่ว่าเห็นด้วยที่จะถ่ายโอน ภารกิจไปประมาณร้อยละ ๘๖ ส่วนไม่เห็นด้วย ไม่มีเลย แล้วก็ที่เห็นควรที่จะให้บริหาร จัดการร่วมกันก็จะมีอยู่ประมาณร้อยละ ๑๔ เท่านั้น ซึ่งหลัก ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็ อุปสรรคต่าง ๆ หลัก ๆ ก็คือจะในเรื่องของสำนักงานเขตบางทีแจ้งกับทางการไฟฟ้าไป ก็เกิดความล่าช้า เพราะว่าก็ยังติดปัญหาในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่มีเอ็มโอยู (MOU) ระหว่างกรุงเทพมหานครกับการไฟฟ้านครหลวง หรือไม่อีกทีก็จะเป็นในเรื่องของ การขาดแคลนเครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุที่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน อุปกรณ์หลอดไฟต่าง ๆ รวมถึงบุคลากรที่ไม่มีความรู้หรือความชำนาญเพียงพอที่กรุงเทพมหานครยังขาดอยู่ แล้วก็ ติดปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือปัญหาที่ดินตามถนน ตรอก ซอก ซอย ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ เอกชนที่หน่วยงานของกรุงเทพมหานครไม่สามารถจะเข้าไปได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ในเรื่องของงบประมาณที่ไม่เพียงพอ อย่างเช่นทางสำนักการโยธาของกรุงเทพมหานคร ที่ดูทั้ง ๕๐ สำนักงานเขตได้รับงบประมาณเพียงปีละ ๕๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่ในส่วนของ สำนักงานเขตที่จะต้องเปลี่ยนหลอดไฟหรืออะไรอย่างนี้ที่สามารถเปลี่ยนได้ก็จะได้รับ งบประมาณเพียงปีละ ๑ ล้านบาทเท่านั้น ส่วนในกรุงเทพมหานคร หลัก ๆ ในเรื่องของ สายสื่อสารแล้วก็สายไฟฟ้าที่จะนำลงดิน ส่วนใหญ่แล้วถนนสายหลักก็จะนำลงดินไป ค่อนข้างเยอะ ท่านประธานคงทราบ คงเห็น แต่ว่าตามถนนสายรอง กับตามตรอก ซอก ซอย นี่คือยังไม่มี เนื่องจากว่าจะต้องใช้ งบประมาณค่อนข้างสูง แต่ว่าดิฉันเองก็ได้ร่วมกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็รวมไปถึงเอ็นที (NT) แล้วก็ กสทช. ก็ได้มีการบริหารจัดการ ในเรื่องของการมัดรวบการจัดระเบียบสายสื่อสารต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่ ท่านอัครเดช ขออนุญาตที่เอ่ยนาม บอกว่าทางในส่วนของราชบุรีนี้สายตายที่ไม่ได้ใช้งาน ที่ห้อยอยู่นี้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่กรุงเทพฯ ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเห็นเลยว่า ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายรูปแล้วไปลงในโซเชียล (Social) ต่าง ๆ สายต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน แต่ว่าตอนนี้เราก็ได้จัดระเบียบไปแล้วเพราะว่า กสทช. เอง ได้จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๕ เอาไว้ถึง ๗๐๐ ล้านบาท ก็ทยอย ๆ ดำเนินการไป โดยเฉพาะในเส้นเศรษฐกิจ แล้วก็เส้นถนนสายหลักนี้เราก็จะเห็นว่าจัดระเบียบเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของอนุกรรมาธิการที่เราได้รับมอบหมายไปก็จะดูในส่วนของจังหวัด นนทบุรีแล้วก็จังหวัดสมุทรปราการ หลัก ๆ ปัญหาก็จะใกล้เคียงกัน ในส่วนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๒ ที่ เราก็ใช้แบบสอบถามเช่นเดียวกัน เหมือนกับกรุงเทพมหานคร ก็ทำแบบสอบถามไปตั้ง ๒ ส่วน ทั้งนนทบุรีแล้วก็สมุทรปราการ คร่าว ๆ เลยแล้วกันว่า ส่วนใหญ่ทางเทศบาลหรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ อย่างเช่นเทศบาล ก็มีศักยภาพเพียงพอในการที่จะดำเนินการซ่อมแซมในส่วนของไฟฟ้าส่องสว่างได้เองนะคะ ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่จะต้องให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปดูแล ก็อยากจะให้บริหาร จัดการร่วมกันมากกว่า แต่หลัก ๆ ก็จะมีปัญหาในเรื่องของขาดงบประมาณในการที่จะไป จัดซื้ออุปกรณ์ แล้วก็รวมไปถึงบุคลากรที่ไม่มีความรู้หรือความชำนาญเพียงพอนะคะ ซึ่งอันนี้ ที่เป็นห่วงอยู่ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีประมาณนี้ ดิฉันเองก็ขออนุญาตสรุปคร่าว ๆ ตามนี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน