อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือปัญหาสายไฟฟ้าและสายสื่อสารยุ่งเหยิงที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยใช้แบบอย่างบ้านโป่งโมเดลและเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการนำสายลงใต้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการ บริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ได้นำเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาทั้งหมด ๓ ชุด ซึ่งกระผมเองนั้นได้รับผิดชอบดูแลในเรื่องของภาคกลางแล้วก็ภาคใต้ รวมถึงภาคตะวันออก ซึ่งรวมถึงเขตพิเศษอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้วย ซึ่งเขตพิเศษ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีนั้น ถือว่าเป็นพื้นที่พิเศษที่มีการจำหน่ายไฟที่กองทัพเรือได้เข้ามาดูแล ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามที่ได้เคยมีการชี้แจงในสภาแห่งนี้มาแล้ว ซึ่งการประชุมของ อนุกรรมาธิการชุดที่ได้แต่งตั้งขึ้นได้มีการศึกษา โดยวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้มีมติให้ทางอนุกรรมาธิการได้ทำการศึกษาในพื้นที่ภาคกลาง แล้วก็ภาคใต้ ตลอดจนถึงภาคตะวันออก โดยสภาพปัญหาและอุปสรรคในการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร อย่างที่ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบอยู่แล้วว่าที่เราเห็นอยู่นี้เป็นปัญหา ที่เรื้อรัง แล้วก็เป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศชาติ ซึ่งเวลานักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เมืองไทย เราก็จะเห็นว่ามีการถ่ายรูป ซึ่งเป็นสายสื่อสารที่ไป เกาะเกี่ยวอยู่บนเสาไฟฟ้า ทำให้ภาพพจน์ของประเทศชาตินั้นเสียหาย และที่สำคัญยังเป็น อันตรายต่อพี่น้องประชาชน อย่างที่เราได้เห็นมีการเกิดอุบัติเหตุที่สายสื่อสารนั้นได้ตกลงมา แล้วก็เกี่ยวพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องของไฟฟ้า ช็อต (Shot) ด้วย ถึงแม้ว่าสายสื่อสารนั้นจะไม่มีกระแสไฟฟ้า แต่เป็นสายโลหะที่สามารถ ที่จะทำให้นำกระแสไฟฟ้าไปช็อต (Shot) ทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินต่อ พี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำญัตติให้ สภาแห่งนี้ได้มีการศึกษาแล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสารขึ้น ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้น ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกที่ได้เห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้น ตามที่ผมได้เสนอให้ตั้งญัตตินี้ขึ้น ท่านประธานครับ ผมเองจากการที่ได้ลงไปศึกษากับทาง อนุกรรมาธิการ เราก็ได้พบว่าจริง ๆ แล้วสายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้ามันเกิด จากการขาดการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งการบริหารจัดการที่ดีมันจะต้องเอาสายสื่อสารที่ไปเกาะ อยู่บนเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเอาลงมา ที่เราเรียกว่าสายตาย ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ค้างอยู่ เราได้ทำการศึกษาโดยผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ ก็ได้เสนอให้ใช้อำเภอบ้านโป่งเป็นบ้านโป่งโมเดล (Model) นำปัญหานี้ เข้าไปศึกษาแล้วก็บูรณาการทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน แล้วก็รัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการในช่วงปี ๒๕๖๓ ก็คือทีโอที (TOT) ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็น เอ็นที (NT) แล้ว ก็ได้มีการบูรณาการกับภาคเอกชนก็คือผู้ที่ได้ให้บริการในเรื่องสาย อินเทอร์เน็ต แล้วก็สายสัญญาณต่าง ๆ รวมถึงภาครัฐก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือเทศบาลเมืองบ้านโป่งเข้าไปดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบในเขต เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ระยะทาง ๔.๘ กิโลเมตร เราได้สายตายออกมา ๒๐ กว่าตัน ถือว่า เป็นปริมาณที่เยอะมากที่มันไปอยู่บนเสาไฟฟ้า หลังจากนั้นเราก็เอาสายตายออก เราก็ดำเนินการจัดระเบียบเอาสายที่มีอยู่ผูกรัดแบ่งประเภทให้เรียบร้อย เราก็จะได้เห็นว่า สายสื่อสารที่อยู่บนเสาไฟฟ้ามีความเป็นระเบียบมากขึ้นในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง นอกจากนี้ผมเองก็ได้ทำกระทู้มายังคณะรัฐมนตรี ด้วยการทำกระทู้ถามทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในสมัยนั้น ก็คือท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ต้อง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะว่าต้องขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณท่านด้วย เพราะว่าผมได้อภิปราย ในกระทู้ขอให้ทางรัฐบาลได้ทำบ้านโป่งโมเดล (Model) ด้วยการดำเนินการนำสายสื่อสาร ลงใต้ดิน จริง ๆ แล้ว โจทย์ของเราเราต้องการนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงไปพร้อมกัน แต่การนำสายไฟฟ้าแล้วก็สายสื่อสารลงพร้อมกัน ๑ กิโลเมตรใช้งบประมาณ ๖๐-๘๐ ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ทำโครงการ ๔ เมืองใหญ่ นำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงใต้ดิน เราหมดงบประมาณไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเองได้พาคณะอนุกรรมาธิการลงไปศึกษา ดูงานที่อำเภอหาดใหญ่ เราใช้งบประมาณที่หาดใหญ่ไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เอาลงไปได้ไม่กี่กิโลเมตรเอง ได้ประมาณ ๒๐-๓๐ กิโลเมตร เราใช้งบประมาณมหาศาลเลย แต่ว่าปัญหาดังกล่าวเหมือนกับเราตำน้ำพริกไปละลายแม่น้ำ เพราะว่าเราต้องใช้งบประมาณ อีกหลายล้านล้านเลยกว่าที่เราจะสามารถที่จะให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งมันเกิน ความจำเป็นไป ฉะนั้นผมเลยได้เสนอบ้านโป่งโมเดล (Model) ขึ้น ก็คือการนำสายสื่อสาร ลงใต้ดินอย่างเดียว โดยสายไฟฟ้ายังอยู่บนอากาศเหมือนเดิม ก็คือเราไม่ต้องไปจัดการ สายไฟฟ้าเลย เราไม่ต้องเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน แต่เราเอาเฉพาะสายสื่อสารลงใต้ดิน จากกิโลเมตรหนึ่ง ๖๐-๘๐ ล้านบาท เหลือกิโลเมตรละ ๑๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดสรรงบประมาณให้องค์การโทรศัพท์ในสมัยนั้น ปัจจุบันนี้ก็คือ เอ็นที (NT) ก็คือโทรคมนาคม มาดำเนินการให้ผู้รับเหมาเจาะพื้นที่ความยาว ๔.๘ กิโลเมตร ก็คือพื้นที่จากวงเวียนช้างของอำเภอบ้านโป่ง ก็คือในเขตเทศบาลบ้านโป่ง ผ่านหอนาฬิกา แล้วไปสุดที่สี่แยกไฟแดงบ้านโป่ง ถ้าท่านเคยไปที่อำเภอบ้านโป่งท่านก็จะนึกภาพออก แล้วก็ อีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นที่ตัดจากตัวหน้าอำเภอบ้านโป่ง ผ่านหน้าเทศบาลบ้านโป่งไปจบที่ สะพานโคกหม้อ ก็จะเป็นสี่แยกที่ตัดกันที่วงเวียนหอนาฬิกา ระยะทางทั้งหมด ๔.๘ กิโลเมตร ทางเอ็นที (NT) ใช้งบประมาณไป ๔๘ ล้านบาท ตอนนี้ผู้รับเหมาได้นำสายสื่อสารลงใต้ดิน กำลังจะดำเนินการให้ กสทช. ทำสภาพบังคับให้เอกชนลงมาใช้ท่อที่ทางเอ็นที (NT) ได้เจาะไว้ ใต้ดินแล้ว เพื่อเอาสายสื่อสารทั้งหมดที่มีอยู่บนถนนเส้นทางที่ผมได้กราบเรียนประธานไป ๔.๘ กิโลเมตรเอาลงใต้ดิน เพื่อให้ได้เป็นเมืองต้นแบบ ให้เมืองอื่น ๆ เอาสายสื่อสารลงใต้ดิน เหมือนกัน โดยที่สายไฟฟ้ายังไม่ต้องหมด อันนี้ก็เลยขออนุญาตได้นำเรียนท่านประธานว่า เราได้ศึกษาไว้ แล้วก็ตรงนี้นำไปเสนอให้ทางเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับทราบในรายงาน เพื่อจะได้เป็นต้นแบบ ท่านประธานขอเวลาอีก ๑ นาทีครับ แล้วก็ส่วนสุดท้ายก็คือการใช้ ในส่วนของสายซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) อย่างที่ท่านประธานได้บอกไปแล้ว ก็คือเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็คือใช้สายซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) แทนสายที่เอกชนได้ลากพาดไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดความเป็นระเบียบขึ้น โดยให้ผู้ให้บริการ มาเช่าสายจากทางเอ็นที (NT) ก็คือสายซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) ซึ่งปัจจุบันนี้ ต่างคนต่างลาก ก็จะเป็นภาระกับทางเสาไฟฟ้าที่จะต้องถูกพาดผ่าน อันนี้ก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอมายังคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหญ่ แล้วก็นำเสนอมาอยู่ในรายงานแห่งนี้ ก็เลยขออนุญาตได้ใช้เวลาของสภาแห่งนี้ได้ชี้แจง ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และไฟฟ้าส่องสว่าง ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก เขตพิเศษอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ