ประทวน สุทธิอำนวยเดช

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕

ประทวน สุทธิอำนวยเดช หารือเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรในหน่วยงานรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มศักยภาพ ความรู้ และความสามารถของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของประชาชนและลดปัญหาการร้องเรียนจากชุมชน พร้อมทั้งหารือเรื่องการจัดการทำเหมืองแร่โดยเสนอให้ปรับปรุงระเบียบเพื่อให้หน่วยงานเดียวรับผิดชอบแทนหลายหน่วย เพื่อลดระยะเวลาและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานคณะกรรมาธิการ

จากการนำเสนอ กรณีที่เสนอต่อที่ประชุมนี้มี ๓ ญัตติที่ผ่านไปแล้วเป็นปัญหาในพื้นที่แต่ละจังหวัด แต่ละเรื่อง ที่มีการยื่นญัตติเสนอเข้ามา ยังเหลืออยู่อีก ๔ ญัตติด้วยกันเป็นประเด็นที่ทำให้พวกเรา ต้องเอาเป็นโจทย์ในการเข้าศึกษาในพื้นที่เป็นหลัก ญัตติต่าง ๆ ยังเหลืออยู่อีก ๔ ญัตติ เพื่อประหยัดเวลา และเพื่อทำความเข้าใจ กระผมขออนุญาตให้ท่านศึกษาในเล่มว่ามีญัตติอะไรบ้าง แต่ประเด็นที่ผมกำลังจะเสนอนี้จะเป็น ผลรวมจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การเริ่มดำเนินการขออนุญาต ตั้งแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีกฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องของเจ้าภาพ ในเรื่องของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ๕-๗ หน่วยงานด้วยกัน ก็เป็น ความยุ่งยากพอสมควร แล้วก็ติดกันจนปัญหาทั้งปวงก็เกิดขึ้น ร้องเรียน แล้วก็มีญัตติเข้ามา กระผมขอสรุปเป็นข้อสังเกตท้ายเล่ม ซึ่งท่านได้ถืออยู่ในมือ ประมาณ ๔-๕ หน้าด้วยกัน ถ้ากระผมจะอ่านให้ท่านฟังก็เป็นการเสียเวลา กระผมขอสรุปแล้วกันนะครับว่าประเด็นที่เรา ค้นพบและเรามีข้อสังเกตที่จะเสนอต่อสภาแห่งนี้ได้พิจารณา แล้วเมื่อท่านพิจารณาแล้ว ท่านดูแล้วว่าประเด็นอะไรที่มีปัญหาที่ยังขาดตกบกพร่อง ก็จะกราบรบกวนท่านได้ช่วยนำเสนอ เพื่อพวกเราคณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้ไปปรับปรุง แล้วก็จะได้นำเรียนท่านประธานสภา นำเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ อย่างที่กระผมกล่าวไปแล้วก็มีปัญหาว่ากฎหมายต่าง ๆ จะเป็น การใช้พื้นที่ของป่าไม้ ของ ส.ป.ก. ของนิคมสร้างตนเอง ของศิลปากร มีปัญหาบางอย่าง ไม่ต่อเนื่อง ไม่บูรณาการกัน ทำให้การขออนุญาตของหน่วยงานราชการช้า ผู้ประกอบการ ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการ ทิ้งเวลาเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีก็ยังไม่จบ เรื่องการพิจารณาก็มีปัญหา นอกจากนั้นกฎหมายที่กระผมกล่าวไป จะเป็นนิยาม เป็นข้อกำหนด ข้อหวงห้ามต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน เมื่อไม่ชัดเจนก็ต้องกลับไปว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ออกกฎหมายต่าง ๆ ไประบุ ให้ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจนจะเป็นทั้งผู้ประกอบการ ชาวบ้านก็จะมาอ้างร้องคัดค้านว่าไม่สมบูรณ์ ด้วยเรื่องต่าง ๆ ก็เกิดปัญหาขึ้นมา ทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นประเด็นในเรื่องของการร้องเรียน เฉพาะเรื่องกฎหมายอยู่ท้าย ๆ เล่ม ท่านได้อ่าน กระผมเขียนได้ชัดเจนแล้ว เรามีข้อสังเกต และข้อเสนอแนะอยู่ท้ายเล่มทั้งหมด นี่ก็เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคลากร บุคลากรคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทางอุตสาหกรรมจังหวัด ทางงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของป่าไม้ก็ตาม ของศิลปากรก็ตาม หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพทั้งหมดเจ้าหน้าที่บางหน่วยต้องบอกว่าไม่ชัดเจน ในเรื่องของแนวทางปฏิบัติ การต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่บางท่านบรรจุเข้ามาใหม่ แต่ความรู้ไม่ชัดเจนก็ต้องศึกษามาก จะแก้ไขอย่างไร จะทำอย่างไร ก็ปล่อย ในเรื่องของปัญหา ที่เกิดขึ้นถ้าไม่ศึกษา แล้วไม่มีการเทรนนิง (Training) หรือมีการอบรม หรือเพิ่มอัตรากำลัง รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องจักรทั้งหมดก็จะเป็นผลพวงทำให้เกิดการร้องเรียน อย่างของท่านสกุณา ที่เหมืองแร่โพแทช น้ำผึ้งหยดเดียวมีปัญหาถึงขนาดจะฆ่าจะแกงกัน ร้องเรียนกันเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีแค่ขออาชญาบัตรพิสูจน์แร่โพแทช ที่จริงอย่างท่านสุกัญญาได้นำเรียนท่านไปแล้ว เป็นแค่เรื่องขออาชญาบัตรสำรวจว่าพื้นที่ใต้ดินนั้นมีแร่หรือเปล่า เพื่อเอามาประกอบการขอ ประทานบัตรของหน่วยงาน โดยให้ผู้ประกอบการออกไปพื้นที่เจาะสำรวจตามระเบียบ แต่พอเข้าพื้นที่ไปชาวบ้านไม่เข้าใจหรอก นึกว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง ขอคัดค้านก่อน แล้วหลักเกณฑ์ก็คือการขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจแร่ไม่ต้องทำรับฟังความคิดเห็น เพียงแต่ว่า เข้าไปในพื้นที่ ไปติดต่อเจ้าของที่ ขออนุญาตเจ้าของที่ เสร็จแล้วก็เจาะ เจาะตามไหน เจาะตาม แผนที่หน่วยงานกำหนด พอเจาะได้เรียบร้อยก็นำเรื่องมาประมวล มาประกอบเรื่อง เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาขอประทานบัตรแค่นั้นเอง แต่ความเข้าใจของพื้นที่นึกว่า จะไปสร้างความเดือดร้อน นึกว่าจะทำเหมืองแน่นอน มันเป็นแค่เบื้องต้น ทางคณะกรรมาธิการ เราเข้าไปชี้แจงท่านผู้ว่าราชการเองก็ดีใจ ทางหน่วยงาน นายอำเภอทั้งหมด มีการโยกย้าย มีปัญหากันเยอะแยะไปหมด แล้วเกิดการขัดแย้งในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐจำเป็นต้องมีความรู้ และจะปล่อยให้ผู้ประกอบการเข้าพื้นที่อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นจะต้องมีความรู้และแนะนำ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยู่ในข้อ ๒ เรื่องการพัฒนา และปรับปรุงโครงสร้างบุคลากร รวมทั้งความรู้ ความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีความรู้ ความสามารถ กระผมได้เชิญทาง กพร. มาดูว่าอัตรากำลังของหน่วยงาน ที่ทำงานในพื้นที่มากเกินไปหรือเปล่า งานมากกว่าคนเกินไปหรือเปล่า เขาบอกว่ามันไม่สามารถ หยิบยกได้ ก็ต้องบริหารจัดการอย่างอื่น ก็คือในเรื่องของเพิ่มศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถ เพิ่มความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยู่ในข้อสังเกตนะครับ

เรื่องสุดท้าย จากข้อสังเกตที่พวกเราค้นพบว่าน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ในเรื่องของกิจการทำเหมืองแร่คือเรื่องการมีส่วนร่วมและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ทำกันอยู่ เช่นกรณีที่มีอยู่อย่างเรานำเสนอท่านไป แล้วทุกคนได้รู้แล้วว่าการมีส่วนร่วมนี่ จากรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มาตรา ๔๔ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประกาศรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะออก กฎหมายใด ๆ ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ก็ทำกันครับ ต่างคนต่างทำมั่วกันไปหมดเลย ทั้ง ๆ ที่ กลุ่มเป้าหมายก็กลุ่มเดียวกัน เวลาก็เนิ่นนานออกไป กรมป่าไม้ทำ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ทำ กรมศิลปากรทำ ส.ป.ก. ทำ ต่างคนต่างทำ กฎหมายกำหนดว่าทุกคน จะต้องปฏิบัติ แต่จริง ๆ แล้วทำไมไม่ออกระเบียบให้ทำแค่หน่วยเดียวแล้วเข้าไปถึงประชาชน อันนี้เราก็แนะนำไปในข้อสังเกตว่าเห็นควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อย่นระยะเวลาในการดำเนินการ ของผู้ประกอบการ แล้วก็ตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ให้ประชาชนไม่ต้องวุ่นวายที่จะต้องมาพบกัน ทุกหน่วยเข้าพื้นที่ทำ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งนะครับ

แล้วสุดท้ายเลยก็คือผลประโยชน์ การมีส่วนร่วมที่ทำอยู่จะเป็นเงินค่าภาคหลวง ที่เก็บแล้วแบ่งจัดสรรปันส่วนเข้าสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. อบต. เทศบาล พอได้เงิน ทั้งหมดจัดสรรปันส่วนที่ออกแบบกันมาตาม พ.ร.บ. แร่ ก็แบ่งกันไป ๔๐ : ๖๐ พอแบ่งเรียบร้อย แล้วก็กระจายกันไปเป็นเบี้ยหัวแตกเข้าไปอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ แต่เวลาลงแก้ปัญหาในพื้นที่ ไม่ได้แก้ในชุมชนนั้นโดยตรง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคณะกรรมการอยู่ชุดหนึ่งทำหน้าที่ว่า จะเอาเงินไปใช้ประโยชน์อะไร ไม่ถูกจุด ปัญหาจึงเกิดการร้องเรียนและคัดค้าน อันนี้ก็เป็น ประเด็นใหญ่เลย เราจะนำเสนอว่าถ้าทำแบบการมีผลประโยชน์ร่วม การมีส่วนร่วมภายใต้การมี ผลประโยชน์ร่วมสู่ครัวเรือนหรือตัวตนก็จะสามารถแก้ไขได้ เราพยายามที่จะคิดในรายงาน เพื่อจะสรุป แต่เนื่องจากเราใช้เวลาพอสมควร เราก็เลยนำเสนอที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณา แล้วนำเสนอรายงานของเราให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกแบบกันใหม่ ไปทำการมีส่วนร่วม ภายใต้ผลประโยชน์ร่วมสู่ครัวเรือน ท้ายที่สุดนี้ขออนุญาตท่านประธาน และขออนุญาต ท่านผู้มีเกียรติ สมาชิกทุกท่านได้ดูวิดีโอ (Video) ซึ่งคณะเราได้ไปค้นพบมาว่าถ้าทำแบบทฤษฎี นกอินทรีย์ ให้ถึงตัวตน ให้ถึงสู่ครัวเรือน การมีส่วนร่วมนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องการขัดแย้งในพื้นที่ ขออนุญาตนำเรียนวิดีโอ (Video) ให้ท่านได้ศึกษาก่อนที่ท่านจะได้อภิปรายเสนอแนะประเด็น ผลการศึกษาของคณะเราครับ ขอบพระคุณครับ