พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แสดงความเห็นชอบในการควบคุมและกำกับดูแลการใช้กัญชา เพื่อปกป้องสังคมและให้ประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการใช้กัญชา และเรียกร้องให้รัฐบาลมีทางออกให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในการยกเลิกมาตรา 3 กฎหมายเกี่ยวกับกัญชา
ขอบคุณประธานครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอร่วมอภิปรายสนับสนุนให้ตัดมาตรา ๓ ออกไป ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ ผมคงต้องเริ่ม อภิปรายครั้งนี้ว่าจุดยืนของผมต่อกัญชายังไม่เคยเปลี่ยนแปลง ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่ากัญชา มีทั้งประโยชน์และโทษ ผมยังเชื่อในศักยภาพของการเปึนฮับ (Hub) กัญชาทางการแพทย์ ของเอเชีย (Asia) ผมยังเชื่อเรื่องของกัญชาทางการท่องเที่ยวไม่เปลี่ยน ถ้าเราบริหารควบคุมดี ๆ ให้เพิ่มประโยชน์แล้วก็จํากัดโทษของกัญชาแบบค่อยเปึนค่อยไป แต่ที่เราไม่เห็นด้วยคือการ ปลดล็อกกัญชาอย่างไร้การควบคุม ดังที่เกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขปลดกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติด โดยที่ไม่มีกฎหมายที่กํากับควบคุมได้จริงมารองรับ ที่เราไม่เห็นด้วย คือการปลดล็อกกัญชาอย่างไร้การควบคุม ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓ ของร่างกฎหมายฉบับนี้ ว่าให้กัญชาไม่ถือเปึนยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายอีกต่อไป การปลดล็อกกัญชาอย่างไร้ การควบคุมจะให้โทษมากกว่าประโยชน์ครับ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้ค้าขนาดใหญ่และ กลุ่มการเมืองที่ได้ประโยชน์ ข้อเสนอของพวกเราพรรคก้าวไกลก็คือให้กัญชายังถือเปึน ยาเสพติด สอดคล้องกับอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษของสหประชาชาติ แต่เราก็ยัง สามารถเอากัญชามาใช้ประโยชน์ได้โดยมีมาตรการในการกํากับดูแลตามกฎหมายที่บังคับ ได้จริง แบบนี้สังคมโดยรวมก็จะได้รับการปกปัองคุ้มครองจากโทษของกัญชา ขณะเดียวกัน คนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากกัญชาก็มีกฎหมายรองรับให้ทําได้ตามสมควร ส่วนตัวแล้ว ผมเข้าใจประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ เมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้วที่พบว่าตัวเองเปึนโรคลมชัก ต้องกินยาอย่างแท็กรีทัล (Tegretol) ต้องพกยาอย่างอีพิเพ็น (EpiPen) แล้วก็เข้าใจว่ากัญชา สามารถที่จะพอช่วยได้ไม่มากก็น้อย ในเรื่องของการท่องเที่ยวผมเคยเดินทางไปที่จาเมกา บ้านเกิดของบ็อบ มาร์เลย์ (Bob Marley) เห็นว่าเขาสามารถขายกัญชาเพื่อการท่องเที่ยว แล้วก็สร้างเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นเขาได้มากขนาดไหน ถ้าการใช้ประโยชน์จากกัญชาเปึนไปได้ แต่ต้องปลดล็อกแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในชั่วข้ามคืนแล้วคาดหวังว่ามันไม่เละก็คงจะเปึนไป
ไม่ได้ครับ เพราะถ้าดูตัวอย่างในต่างประเทศที่มีการปลดล็อกแล้วต้องใช้เวลาไปอย่าง เปึนขั้นเปึนตอน ค่อยเปึนค่อยไป ยกตัวอย่างอย่างบอสตัน เมืองที่ผมเคยไปเรียนตอน ป้ ๒๐๐๘ ก็เลิกเอาผิดทางอาญาครับ แล้วก็ให้ใช้ใบสั่งแทน ไม่ติดคุก ผ่านไป ๔ ป้ก็ค่อย อนุญาตเชิงการแพทย์ ผ่านไปอีก ๔ ป้ ป้ ๒๐๑๖ ก็ค่อยอนุญาตเชิงสันทนาการ รวมใช้เวลา ทั้งหมด ๘ ป้ แคนาดาใช้เวลา ๑๗ ป้ โคโลราโดใช้เวลา ๓๗ ป้ ที่พูดมานี้ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะต้องใช้เวลามากขนาดนี้ เพราะว่าเรามาทีหลังที่มีบทเรียนจากประเทศอื่น ๆ มามากมายแล้ว สามารถที่ทําเร็วกว่านี้ได้ แต่กัญชาหายไปจากสังคมเรามากถึง ๖๐ ป้ และจะ ใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมคงเปึนไปไม่ได้ในเวลาชั่วข้ามคืน แล้วก็เปึน เรื่องที่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นการเอามาตรา ๓ ออกไปให้กัญชายังสามารถถูกควบคุมได้ ในฐานะที่อยู่ในทะเบียนยาเสพติด มีข้อดีมากกว่าข้อเสียแน่นอนครับ ทั้งในแง่ของในประเทศ แล้วก็ต่างประเทศ สําหรับในประเทศหากกัญชาปลดออกจากยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่ที่จะบังคับกฎหมายนี้ก็คือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ตาม พ.ร.บ. แพทย์ แผนไทย แล้วก็ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งก็เชื่อได้เลยว่าไม่ได้มีทรัพยากรแล้วก็องค์ความรู้มากพอ ที่จะให้มีสภาพบังคับเกิดขึ้นได้ ในทางกลับกันถ้ากัญชายังเปึนสถานะที่เปึนยาเสพติดเราจะมี ตํารวจ จะมี ป.ป.ส. ที่มีทรัพยากรในการที่จะทําให้สภาพบังคับของกฎหมายเปึนไปได้ ในมิติ ระหว่างประเทศคงไม่พูดมากไปกว่าที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว แต่ขอเพิ่มนิดหนึ่งว่า อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อย่างซีอาร์ซี (CRC) มาตรา ๓๓ บอกไว้ว่าต้องคุ้มครองไม่ให้เด็ก เข้าถึงกัญชา ขนาดแคนาดาเองที่มีกฎหมายควบคุมแล้วก็ยังมีช่องโหว่ แล้วก็มีความเสี่ยงว่า ยูเอ็น (UN) จะประณามแคนาดาในเรื่องแบบนี้มากไปกว่าแค่อนุสัญญาป้ ๒๕๖๑
สุดท้ายครับ การเอามาตรา ๓ ออกทําให้กัญชายังคงเปึนยาเสพติด ก็ต้อง อธิบายเพิ่มเติมว่ากฎหมายนี้จะไม่มีผลย้อนหลังสําหรับผู้ที่ปลูกแล้ว สําหรับผู้ที่มีหน้าร้าน ผู้ที่เก็บสต๊อกกัญชาไว้พร้อมขาย ไม่มีผลครับ ถ้าเกิดท่านทําถูกต้องตาม พ.ร.บ. คุ้มครอง แล้วก็ ส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
แต่ถ้าเกิดการยกเลิกภาวะสุญญากาศของกฎหมายจะกระทบกับคนที่ทําธุรกิจกัญชาไปบ้างแล้ว รัฐบาลเองก็ต้องรับผิดชอบครับ แล้วก็ต้องมีทางออกให้กับคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเข้าไปเยียวยา หรือเข้าไปรับซื้อในฐานะกัญชาทางการแพทย์ เพราะถือว่าผลกระทบจากการดําเนินนโยบาย ที่ผิดพลาดของรัฐบาล ตอนนี้รัฐบาลทําเละไปเรียบร้อยแล้วครับ พวกเราจะต้องมาช่วยกันแก้ เราสามารถที่จะเป่ดให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างเหมาะสมเท่าที่กฎหมายจะอนุญาต และต้องทําให้กัญชายังคงต้องมีสถานะเปึนยาเสพติดต่อไป เพื่อให้สังคมสามารถที่จะกํากับ ควบคุมกัญชาได้อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ