วรภพ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องร่างกฎหมายเพื่อปลดล็อกฟิน เทค โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตที่จะถูกเปิดเผย และเรียกร้องให้มีการเชื่อมโยงกับดิจิทัล ไอดีของภาครัฐ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรมและสตาร์ตอัปฟินเทค
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือมาเพื่อปลดล็อกการเกิดขึ้นของฟิน เทค เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Fin Tech Peer to Peer Lending) ถ้าผมจะเล่าให้ฟังอีกนิดหนึ่งก็คือ เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) คือแพลตฟอร์ม (Platform) กลางที่ให้คนกู้สามารถมาขอกู้กับ คนที่ต้องการจะปล่อยกู้ได้โดยตรง ประโยชน์ของมันจริง ๆ เยอะมาก คือคนกู้นี้สามารถ ทำให้กู้ได้ถูกลง กู้ได้มากขึ้น แล้วก็กู้ได้สะดวกขึ้น ในขณะเดียวกันคนที่ปล่อยกู้ก็จะได้ ผลตอบแทนการลงทุนมากกว่าเงินฝากธนาคารที่ทุกวันนี้จะทำได้ ผมว่านี่คือจะเป็นการ เปลี่ยนภาพการแข่งขัน เปลี่ยนโอกาสให้กับผู้บริโภค เปลี่ยนระบบการเงินในสังคมไทย ได้เยอะมาก ซึ่งจริง ๆ มันเป็นร่างกฎหมายที่ประเทศไทยเสียโอกาส ล่าช้ามา ๑๐ กว่าปีครับ เพราะผมติดตามเรื่องนี้อยู่ผมรู้ดีครับ แต่พอร่างนี้ออกมานี้ใจความสำคัญมันคือการปลดล็อก ให้เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) นี้สามารถขอข้อมูลเครดิตของ ผู้กู้ได้ เพื่อนำข้อมูลนี้ไปตัดสินใจ ไปประเมินความเสี่ยงได้ว่าผู้กู้คนนี้จะได้รับความเสี่ยง ที่เท่าไรและควรจะได้อัตราดอกเบี้ยเท่าไร เป็นข้อมูลให้ผู้ปล่อยกู้สามารถตัดสินใจได้ แต่สิ่งที่ ผมกังวลจากร่างนี้ก็คือในมาตรา ๒๔/๑ สงสัยว่าสรุปแล้วเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) สามารถเปิดเผยข้อมูลเครดิตให้กับผู้ที่จะปล่อยกู้ได้หรือไม่ เพราะ มันคือประเด็นสำคัญครับว่าถ้าเกิดว่าเมื่อเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) ได้ข้อมูลเครดิตมาแล้วสามารถไปบอกต่อกับผู้ที่จะปล่อยกู้ได้ไหมว่าคนที่ขอกู้นี้ไม่เคยมี ประวัติค้างชำระเลยในรอบ ๑๒ เดือน หรือในรอบ ๒๔ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนี่คือข้อมูล เครดิตนะครับ ในมาตรา ๒๔/๑ ไม่ได้มีเขียนตรงนี้ไว้ว่าตัวกลางเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) สามารถเปิดเผยตรงนี้กับผู้ที่ปล่อยกู้ได้หรือไม่ ถ้าเปิดเผยไม่ได้ ผู้ที่ปล่อยกู้ไม่สามารถรู้ได้ว่าบุคคลที่จะขอกู้มีประวัติเครดิตอย่างไร มีความ เสี่ยงน้อยหรือมากขนาดไหน อัตราดอกเบี้ยที่เขาจะได้รับคุ้มค่าแค่ไหนกับความเสี่ยงที่เขา จะลงทุนไป สิ่งเหล่านี้มันก็ยังไม่สามารถปลดล็อกเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) ได้ อันนี้ผมต้องการคำชี้แจงจากทางกระทรวงการคลังทางธนาคารแห่งประเทศไทย และท่านรัฐมนตรีนะครับว่าประเด็นนี้มันจะอยู่ในกฎหมายลูกหรือมันจะอยู่ตรงไหน เพราะว่าถ้าเกิดว่าออกมาแบบนี้ เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) ที่ท่านจะ ปลดล็อกก็ไม่มีประโยชน์ครับ ต่อเนื่องครับ จริง ๆ ในเรื่องของกฎหมายของข้อมูลเครดิต มันมีปัญหา ๒ ประเด็นที่ผมคิดว่าร่างนี้ไม่ได้แก้ไข ประเด็นแรกคือยังไม่มีการยกเลิก การผูกขาดของการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตนี้อยู่ ปัจจุบันเป็นบริษัทเอกชน ย้ำว่าเป็น บริษัทเอกชนเพียงรายเดียวที่สามารถทำธุรกิจประกอบข้อมูลเครดิตได้ การปลดล็อกหรือ การมีผูกขาดทำให้ผลต่อมาคือว่าแบบจำลองในการเป็นเครดิตสกอร์ (Credit Score) ก็ถูกผูกขาดไว้ที่รายเดียว ซึ่งการที่เครดิตสกอร์ (Credit Score) ถูกผูกขาดไว้ทำให้เครดิต สกอร์ (Credit Score) ที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยใช้อยู่ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีการแข่งขัน ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของระบบการเงิน การทลายการผูกขาดตรงนี้มันจะเกิดให้มีการแข่งขัน การพัฒนาโมเดล (Model) จำลองเครดิตสกอร์ (Credit Score) ต่าง ๆ และผมคิดว่ามันจะ เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคจำนวนมาก
ต่อเนื่องอันที่ ๒ คือจริง ๆ แล้วเจ้าของข้อมูลควรจะต้องมีสิทธิขอ แล้วก็ เข้าถึงข้อมูลเครดิตของตัวเองโดยสะดวก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ เพราะว่าข้อมูลเครดิต ทั้งหมดต้องนับว่าเจ้าของข้อมูลจริง ๆ คือตัวบุคคลคนนั้นเอง และในอนาคตมันควรจะมีช่อง ไว้ให้เชื่อมกับดิจิทัล ไอดี (Digital ID) คือดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ภาครัฐภาครัฐที่ทาง กระทรวงมหาดไทยกำลังทำอยู่ เพื่อให้แต่ละคนสามารถขอดูข้อมูลเครดิตบูโร (Credit Bureau) ของตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าใช้จ่าย นี่คือสิทธิของเจ้าของข้อมูล นี่คือสิ่งที่มา จาก ๒ ประเด็นที่ร่างนี้ยังไม่ได้แก้ ผมก็คงต้องฝากไว้ แล้วผมก็ยังเชื่อว่ากฎหมายนี้มันก็เป็น แค่ประตูบานแรก มันยังมีประเด็นอีกเยอะมากที่ประเทศไทยยังเจอกับกฎหมายที่เป็น อุปสรรคกับนวัตกรรมการเกิดสตาร์ตอัปฟินเทค (Startup Fin Tech) ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ เดี๋ยวผมก็จะขอไปผลักดันในกรรมาธิการวาระที่ ๒ ต่อไป ขอบคุณครับ