ซูการ์โน ชี้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยาน เสี่ยงการเมือง ห่วงสร้างพยานเท็จในชายแดนใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔

ซูการ์โน มะทา หารือร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา โดยเน้นย้ำปัญหาการสร้างพยานเท็จโดยเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และเรียกร้องให้พิจารณานิยามพยานอย่างรอบคอบ รวมถึงการเยียวยาผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากคดีมั่นคง พร้อมเสนอให้อำนาจคุ้มครองพยานอยู่กับกระบวนการยุติธรรมแทนการอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อป้องกันการใช้ในทางการเมือง และเรียกร้องให้มีการประชาสัมพันธ์กฎหมายให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้เข้าถึงได้จริง

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมได้ศึกษาเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้เป็นผู้เสนอ ก็มีความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าความจริงแล้ว อยากสะท้อนว่ายังมีกฎหมายอื่นที่มีความสำคัญมากกว่านี้ที่เราควรจะมีการแก้ไข อย่างเช่น พ.ร.บ. เรื่องของ พ.ร.ก. บริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ ใช้มาเป็น ๑๐๐ ปีมาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข ยังเสียดาย อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่า ประเด็นอย่างนี้ควรจะเอามาแก้ไขในคณะกรรมาธิการโดยใช้สภาเป็นหลักด้วย ท่านประธาน ครับ เรื่องการคุ้มครองพยานนั้นผมก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิก แล้วก็ได้อ่านในเอกสารที่ทาง กระทรวงยุติธรรมได้เสนอให้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านนั้น ผมอยากตั้งข้อสังเกต ในเรื่องของคำว่า พยาน ซึ่งจริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คงจะทราบ กันดีแล้วว่าปัญหาเรื่องการสร้างพยานเท็จ หรือการว่าจ้างให้มีพยานเท็จนั้นในสังคมเกิดขึ้น มีอยู่มากมาย แต่สำคัญที่สุดผมอยากจะพูดถึงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แล้วก็มีการให้อำนาจสิทธิพิเศษให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ท่านประธานครับ อยากเรียน ผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาสนั้นมีพี่น้องผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมาถูกดำเนินคดีโดยการสร้างพยานเท็จ ฉะนั้น นิยามคำว่า พยานที่จะได้รับความคุ้มครองนั้น ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการควรจะให้ ความสำคัญว่าเราจะนิยามเรื่องพยานอย่างไร ประเด็นเหล่านี้มันไม่ใช่เป็นประเด็นเล็ก ๆ มันเคยเกิดขึ้นกระทั่งผู้พิพากษาฆ่าตัวตายที่ศาลจังหวัดยะลา สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะสะท้อน ให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่าการสร้างพยานเท็จหรือการว่าจ้างโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเอาความผิดเรื่องของคดีความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีอยู่หลายคดี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และผมคิดว่าแต่ละคดีนั้นสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งโดย ปกติแล้วก็เป็นคนที่มีฐานะทางครอบครัวก็ไม่ค่อยดี ต้องมาสูญเสียรายได้ของครอบครัว มาในการว่าจ้างเพื่อสู้คดี ท่านประธานครับ สิ่งสำคัญที่อยากฝากอันหนึ่งก็คือว่าเราจะ คุ้มครองพยานแล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างพยานเท็จแล้วต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้ว ฝ่ายประชาชนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ชนะคดี ทางกระทรวงยุติธรรมหรือฝ่ายกระบวนการ ยุติธรรมก็ไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์เลย มันมีคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ บ้านบัวทองเป็นคดีความมั่นคง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. ธารโต ได้สร้างพยานเท็จขึ้นมา โดยเอาบุคคลที่เป็นศัตรู บุคคลที่มีความขัดแย้งในสังคมชุมชนนั้นมาเป็นพยาน และจาก พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไปเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล ท่านประธานครับ เขาต้องใช้เวลา หลายปี เขาต้องใช้เวลาในการต่อสู้หลายปีก็ทำให้เขาถูกลิดรอนสิทธิ อันนี้สิ่งหนึ่งก็อยากฝาก เป็นประเด็นสำคัญว่าในพื้นที่ของประเทศไทยนั้น พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องให้ความสำคัญว่าเราจะคุ้มครองพยานนั้น ท่านจะต้องพิจารณาให้ รอบคอบว่าพยานที่จะมาคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นี้นั้นจะต้องเป็นพยานที่ไม่ใช่พยานเท็จ หรือเป็นพยานที่เจ้าหน้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดเป็นผลงานแค่นั้นนะครับ อันนี้เป็นเรื่อง สำคัญที่ผมอยากฝากผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ

ส่วนประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญอีกมาก และอยากฝากถึง คณะกรรมาธิการก็คือว่าการให้อำนาจในเรื่องของการคุ้มครองพยานนั้นอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมนั้น ผมยังให้ความสำคัญว่าอยากให้คณะกรรมาธิการลองพิจารณาดูว่า ถ้าเราให้อำนาจอยู่กับคนการเมืองเขาจะเอาอำนาจตรงนี้มาใช้ในทางการเมืองหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงก็ปรากฏชัดแล้วว่าเมื่อคนการเมืองหรือข้าราชการที่เข้าสู่การเมืองและ มีอำนาจก็มักจะสร้างอำนาจนั้นไปให้เกิดผลกระทบกับคู่ต่อสู้ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมอยากยกตัวอย่าง ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ พูดถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านปฏิวัติ รัฐประหารท่านก็เอาอำนาจของหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารมาใช้กับพวกเราที่เป็น นักการเมือง ต้องถูกควบคุมตัว ต้องถูกสอบสวน ต้องถูกกักบริเวณ อันนี้ผมอยากฝาก ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าอำนาจในการคุ้มครองพยานนั้นหรือ การตัดสินทั้งหมดให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการศาลหรือกระบวนการยุติธรรมจะดีหรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากฝากผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม และคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมากก็ต้องอยู่ที่ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยังไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองพยานอย่างแท้จริงได้นะครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธาน สวัสดีครับ