จาตุรงค์ เสนอเร่งมาตรการรับมือโควิดระลอกใหม่ ทั้งวัคซีน-เยียวยา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะในด้านการจัดการแคมป์คนงาน การกระจายวัคซีน การดูแลผู้ป่วย และการสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงเน้นความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนผ่านการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับวัคซีนและนโยบายสาธารณสุข พร้อมเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทนำในการบริหารจัดการวิกฤติ และเร่งสนับสนุนด้านจิตใจและสังคมแก่ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างทั่วถึงและเป็นมนุษยธรรม

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กระผมและท่านคุณหมอโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย และคณะ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาหามาตรการและแนวทางป้องกัน แก้ไข เยียวยาการระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๓ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขออนุญาตทำตามคำแนะนำท่านประธาน อ่านญัตติสั้น ๆ นะครับ

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากการระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ๕,๕๓๓ ราย เสียชีวิต ๕๗ ราย ทำให้มียอด ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบันจำนวนถึง ๒๓๕,๙๗๑ ราย

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวรัฐบาลได้มีการสั่งปิดแคมป์ (Camp) คนงาน โดยไม่มีมาตรการเยียวยาชัดเจน ทำให้คนงานได้เดินทางกลับต่างจังหวัด ทำให้เกิด การกระจายของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ได้ อีกทั้งเรื่องวัคซีนที่จะทำ ให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมทั้ง การเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนก็ยังมีไม่ทั่วถึงทุกกลุ่ม และอาจเกิดความเหลื่อมล้ำได้

นอกจากนี้ด้านการรักษาผู้ป่วย เตียงผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม รวมถึงอุปกรณ์ ทางการแพทย์ต่าง ๆ ก็ขาดแคลน มีไม่เพียงพอต่อประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมี ความพร้อมเพื่อร่วมต่อสู้ฟันฝ่าเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มี ความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขและช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชน

ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการหา มาตรการและแนวทางป้องกันแก้ไข และเยียวยาการระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๓ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไปครับ

ท่านประธานครับ ผมและเพื่อน ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย โดยมีท่าน คุณหมอชลน่านได้เสนอญัตติด้วยวาจาไปแล้ว และทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็มี ความเป็นห่วง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก อันดับแรกเลยอยากให้ดูสไลด์ (Slide) แรกก็คือตัวเลขของวันนี้นะครับ ซึ่งวันนี้ท่านประธานจะเห็นว่าเป็นวันที่มีผู้ติดเชื้อนิวไฮ (New High) มากที่สุดถึง ๕,๕๓๓ ราย ซึ่งในช่วง ๒-๓ วันนี้ก็มีอยู่ก็คือวันที่ ๒๘ มี ๕,๔๐๖ ราย แต่วันนี้คือนิวไฮ (New High) สุดเป็นเรื่องที่เราเสียใจและกังวลใจอย่างมาก ตัวเลขสะสมวันนี้ก็คือ ๒๓๕,๙๗๑ ราย แต่ถ้ารวมถึงระลอก ๑ ระลอก ๒ ระลอก ๓ แล้ว วันนี้ตัวเลขยอดสะสมถึง ๒๖๔,๘๓๔ ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตก็เป็นนิวไฮ (New High) อีก ท่านประธาน ผมเสียใจและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตถึง ๕๗ ราย วันที่ ๒๘ ที่มี ๕,๔๐๖ รายนั้นก็เสียชีวิตถึง ๒๙ ราย เพราะฉะนั้นเราเห็นตัวเลขแล้วเป็นเรื่องที่จะต้อง บอกว่ารัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับกระแสจากพี่น้อง ประชาชนทางบ้าน คุณหมอ พยาบาลที่เป็นพรรคพวกผม ทีมงาน อสม. ส่งข้อมูลมาทั้งหมด บอกว่าวันนี้จะพูดเรื่องมาตรการโควิด (COVID) ฝากมาหลายเรื่อง แล้วก็ทุกอย่างเป็นเรื่อง ดี ๆ ทั้งนั้นที่จะต้องเร่งแก้ไข

ท่านประธานครับ ขณะนี้ประเทศไทยเมื่อวานนี้เราอยู่ลำดับที่ ๗๓ ของโลก ถ้าลำดับที่ ๑ คือติดเชื้อมากที่สุด แต่เมื่อวานนี้อยู่ลำดับที่ ๗๓ วันนี้เชื่อไหมครับท่านประธาน ลำดับเราขยับมาเป็น ๗๒ แล้วครับ แค่วันเดียวเราลำดับขึ้นมาแสดงว่าเชื้อเรามากขึ้น การบริหารจัดการน่าเป็นห่วงมากขึ้น เมื่อระบาดระลอกแรกนั้นเราอยู่ลำดับที่ ๑๗๐ กว่า พวกเราชื่นชมกับคณะทีมงานนักรบชุดกาวน์ (Gown) แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็พวกเราที่ช่วยกัน แล้วก็ที่สำคัญก็คือ ฝ่ายกระทรวงมหาดไทยที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ มีคนหลายคนบอกว่าท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด ท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ท่านปลัดทำงานหนัก แต่ว่าไม่มีใครพูดถึง เราก็เห็นแล้วว่านี่คือสิ่งซึ่งเราได้ชื่นชม แต่ขณะนี้ผมก็ยังคิดว่าเราก้าวมาแบบมาถึงวันนี้ได้อย่างไร วันที่มีคนติดเชื้อสูงสุดถึง ๕,๕๓๓ รายและอันดับโลกเราขึ้นมาถึงเป็น ๗๒ เราเดินมาได้อย่างไร รู้สึกเสียใจกังวลเป็นห่วงรันทด โดยเฉพาะพี่น้องที่ติดเชื้อ เขาติดเชื้อตัวเขาญาติเขาครอบครัวเขา บางท่านรอเตียง ๔-๕ วัน ไม่รู้จะไปไหน ชีวิตว้าเหว่อ้างว้างไปไหนก็ไม่ได้ ตรงนี้คือจุดที่อยากให้พวกเราได้เร่งแก้ไข เยียวยาเขาโทรศัพท์ไปก็บอกว่าเดี๋ยวจะมา ๆ รอไป ๓ วันรถก็ยังไม่มารับ ตรงนี้ต้องเรียนว่า เป็นจุดที่ต้องเร่งแก้ไขด่วน ฮอตไลน์ (Hotline) ต้องรีบดำเนินการถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ รีบดำเนินการให้เขารับดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ส่วนถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ให้มีศูนย์คอนเซาท์ (Consult) จากโรงพยาบาล จากหมอ จากโรงพยาบาล รพ.สต. ให้เขาเห็นว่าถ้ากลับมาหรือ อยู่ที่ไหนพี่น้องคนไทยโดยเฉพาะญาติพี่น้อง อ้าแขนรับ แพทย์สาธารณสุขทุกคนยินดีต้อนรับ ทุกคน ท่านเป็นคนสำคัญของครอบครัวไม่ต้องอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดายแล้วไปคิดกังวล ให้กลับมา ถ้าคิดว่าเรายังมีพี่น้องอยู่ เรามีครอบครัวและสถาบันการแพทย์ที่เข้มแข็งอยู่ ท่านประธานครับ ลำดับของอาเซียนมาเราเป็นลำดับ ๔ ลำดับที่ ๑ อินโดนีเซีย ลำดับที่ ๒ ฟิลิปปินส์ ลำดับที่ ๓ มาเลเซีย แล้วก็ ๔ เป็นระดับที่เมื่อก่อนเราอยู่ท้าย ๆ เดี๋ยวนี้ขึ้นมาแบบ นี้ก็น่าเป็นห่วง การที่รัฐบาลได้ประกาศโดยมีหนังสือแบบเข้มงวดอย่างที่ท่านคุณหมอชลน่าน ได้กล่าวไปสักครู่ ว่าหนังสือนั้นลงวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เข้าใจว่า ตอนเที่ยงคืน ตอนตีหนึ่ง วันที่ ๒๘ มีผลใช้คือการควบคุมเข้มงวดใน ๑๐ จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคใต้ ๓ จังหวัด รวมทั้งสงขลา เป็น ๑๐ จังหวัดเรื่องนี้เป็น เรื่องที่มีคนพูดกันมาก และวันนี้ถ้าผมไม่พูดไม่ได้เลยจริง ๆ ครับ เพราะนี่คือกระแสที่พี่น้อง เพื่อนแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลที่ภูเวียง ที่อะไรต่าง ๆ ส่งกระแส มาหมดเลยว่าต้องบอกกับรัฐบาลให้รู้ว่านี่คือการทำงานที่ถือว่าผิดพลาด ผิดพลาดอย่างไร ครับ ๑. ถามว่าการปิดแคมป์ (Camp) คนงานถึง ๕๕๗ แห่งในกรุงเทพมหานครนั้นมีความ จำเป็นไหม ถ้าปิดท่านมีมาตรการรองรับเยียวยาให้เขามั่นใจได้แค่ไหน ๒. เรื่องนี้คือเรื่อง หลักและการกำหนดทั้งแคมป์ (Camp) คนงานกับร้านอาหารไม่อยู่ในฉบับเดียวกัน ก็ยิ่งเป็น เรื่องที่ผิดใหญ่เลย เพราะมันอยู่คนละบริบท คนละเรื่อง ผิดฝาผิดตัว คำสั่งต้องออกมาคนละฉบับ และการดำเนินงานก็ต้องมีห้วงเวลาที่แตกต่างกัน เรื่องที่จะบอกก็คือเรื่องแคมป์ (Camp) คนงานที่เกิดขึ้นมานั้น พอประกาศแต่ก่อนนั้นวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ เขาก็รู้วันที่ ๒๗ ก็มีโอกาส กลับมาแต่ท่านไม่ได้ให้ความมั่นใจว่าเขาอยู่คนร้อนอยู่ในแคมป์ (Camp) สังกะสี มีงานไม่ทำ ถึงรัฐบาลกระทรวงแรงงานบอกจะเยียวยา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา ๑ เดือนก็จริง แต่อยู่แต่ ละวันไม่ได้ทำอะไรก็ต้องกลับมาหาครอบครัวโดยที่เขาไม่รู้หรอกครับว่าตัวเขานั้นติด หรือเปล่า เพื่อนที่ภูเวียงจังหวัดขอนแก่นบอกนั่งรถมา ๒๓ คนติดเชื้อ ๑๘ คน ตรวจรอบแรก อาจจะยังไม่เจอ ต้องรอวันที่ ๕ ถึงจะต้องตรวจอีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื้ออาจจะน้อยหรือพึ่ง ระยะฟักตัว นี่คือเป็นปัญหาที่จังหวัดร้อยเอ็ดก็มี ที่จังหวัดศรีสะเกษ ผมวันที่ ๒๘ ๑๒ คน วันที่ ๒๙ ๑๗ คน และ ๑ กรกฎาคม วันนี้ ๑๓ คน หลักฐานเชิงประจักษ์ถ้าจากตัวเลขของ ประเทศไทย ก็เชิงประจักษ์ชัดเลยครับว่าวันที่ ๒๕ นี้มีแค่ ๓,๖๔๔ พอวันที่ ๒๖ ได้ขึ้นมา ๔,๑๐๐ วันที่ ๒๗ ๓,๙๙๕ วันที่ ๒๘ ๕,๔๐๖ วันที่ ๒๙ ๔,๖๑๒ วันที่ ๓๐ ๔,๗๘๖ แล้ว วันนี้ ๕,๕๓๓ นี่คือที่ตรวจอย่างที่คุณหมอชลน่านพูด ที่ไม่ได้ตรวจอีกผมเชื่อว่าจะมีอีกมาก อาจจะรักษา ตามอาการ อาจจะเชื้อน้อย อาจจะมีร่างกายที่ภูมิต้านทานแข็งแรง เพราะฉะนั้นการปิด แคมป์ (Camp) คนงานนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าผิดฝาผิดตัวไม่ถูกอย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วเราควรจะ ระดมตรวจคัดกรอง แล้วคัดคนที่ป่วย ผมเห็นใจว่ากรุงเทพมหานครบอกเตียงเต็ม ปริมณฑล ก็เหนื่อย คุณหมอก็เหนื่อย โรงพยาบาลจากต่างจังหวัดพร้อม เขาพร้อมที่จะรับคนไข้ แต่ให้ รับแบบมีการรับ มีการส่ง มีการตรวจ เพื่อให้รู้ว่าเพื่อให้รู้ว่าเป็นคนป่วยเขาจะได้ไม่ต้องเสี่ยง ครอบครัวจะได้ไม่ต้องเสี่ยง แต่ปล่อยให้กลับไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว คนไข้ก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น นั่งรถกันมาติดกันทั้งหมด มันเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก ทำไมรัฐบาลถึงไม่วางแผน ตรวจให้ครบ ระดมทั้งหมดเลย นี่คือเรื่องแรกที่เมื่อวานที่ผมหนักใจแล้วก็อัดอั้น ตันใจมาก ต้องวางแผนสิครับ ว่าอยู่ ต้องอยู่ ประกาศแล้วก็ต้องอยู่เลยไม่ใช่มีช่องว่าง ถ้าจะกลับตรวจดูให้พบ เขาก็จะได้รู้ว่าเขาป่วยหรือไม่ป่วย ถ้าป่วยติดเชื้อก็ไปหาเตียงสนาม เตียงโรงพยาบาลปริมณฑลหรือส่งไปยังจังหวัด แล้วมีรถรับส่ง เราก็ส่งไปโดยที่เชื้อก็ไม่ ระบาด พี่น้องก็ไม่ต้องกังวล รัฐบาลก็ไม่ต้องเสียเงิน ตอนนี้เท่ากับกลายเป็นเชื้อสเปรด (Space) ไปทั่ว เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ของแคมป์ (Camp) คนงานทั่วประเทศ แล้วเป็น อย่างไรครับ บุคลากรสาธารณสุขเหนื่อยหนักแสนสาหัส เขาเหนื่อย เขาอยากจะช่วยเต็มที่ แต่เหนื่อยทำงานหนัก แล้วก็บางครั้งก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าเกิดเจอโดยที่ไม่ได้บอกข่าว ไม่ได้ปิดบัง โอกาสสัมผัสเชื้อก็ยิ่งเสี่ยงสูง เขามีครอบครัวอยู่น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นจริง ๆ ต้องมี การตรวจเพื่อให้รู้ว่ามี ถ้ามีก็นำส่งไปตามจุดต่าง ๆ ไม่มีก็ให้เขาทำงานไป ตอนนี้สมาคม อสังหาริมทรัพย์ธุรกิจก่อสร้างรับวิกฤติต่อเนื่องทั้งหมดหยุดหมด ๓๐ วัน ผมว่าสาหัสสากรรจ์ จนเขาต้องออกมาร้องว่าเขาเดือดร้อนมาก จริง ๆ คิดว่าแค่หยุดเฉย ๆ แต่ทำงานได้ แต่อันนี้ หยุดหมดเลย เพราะฉะนั้น ๓๐ วันนี้จะยาวเกินไปหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะเยียวยาเขาจริง ถ้าเราไม่ใช้ระบบว่าให้คนไหนที่พร้อม ที่ไม่ป่วยก็ให้เขาทำงานไป ธุรกิจก็เดินได้ เพราะเศรษฐกิจมันต้องไปคู่กันกับทางด้านการสาธารณสุข นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ร้านอาหาร ร้านอาหารเขาเตรียมข้าวเตรียมของไว้หมดทุกอย่าง การจัดการมีการจองอะไรทั้งหมด แต่ว่าให้เวลาระยะสั้น ๆ เพียงแค่วัน ๒ วัน แล้วเจอแบบนี้ เขาก็บอกเหมือนฟ้าผ่ามากลางธุรกิจร้านอาหารที่ต่อเนื่องทั้งหมด เดือดร้อนกัน การเยียวยา ก็มีประกันสังคม กับไม่มีประกันสังคม ถ้าประกันสังคมจะได้เยอะหน่อย ก็จะได้ไม่เกิน ๗,๕๐๐ บาท ได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน แล้วก็ทางเจ้าของก็ได้ส่วนหนึ่ง ไม่มีประกันสังคม ก็ไม่ได้ นี่ก็เป็นการเหลื่อมล้ำ เรื่องเงินประกันสังคม ก็มีคนพูดว่าเงินแสนล้านที่รัฐบาลเอาไป ใช้ตั้งแต่รอบแรก ใช้เงินไป ๑๐๐,๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วคราวนี้จะใช้อีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปใช้ในเรื่องเยียวยา ในเรื่องของการบริหารจัดการ มันเป็นเงินของเขา ดั่งที่หลายคนกังวลว่าเงินเขาเก็บหอมรอมริบไว้ใช้ในยามที่อยู่ในช่วงที่เขาอายุมาก เกษียณแล้วเขาจะมีเงินเหลือใช้ไหม ผมเคยดูงานประกันสังคมว่า ปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๘๖ ถ้าเกิดเป็นแบบนี้เงินจะไม่เหลือให้เขาใช้ แล้วเขาจะอยู่กันอย่างไร เรื่องของงานประกันสังคม ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบ และต้องชี้แจงให้คนที่อยู่ในระบบ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ซึ่งไม่มีมาตรา ๔๐ ที่ไม่มีนายจ้าง มาตรา ๓๙ ที่ออกจากงานแล้ว แล้วก็มาตรา ๓๓ มีนายจ้าง เขารับทราบทั้งหมดนี้ ๑๔-๑๕ ล้านคน ประกันสังคมส่วนนี้ ช่วงเยียวยารอบแรกเขาก็ได้น้อยกว่าธรรมดา ๕,๐๐๐ บาท ก็มาร้องกับผมบอกว่าเขา เงินเดือน ๓,๐๐๐ บาท ให้เขา ๓,๐๐๐ บาท แต่ทั่วไปได้ ๕,๐๐๐ บาท แล้วกว่าจะได้ ก็ยากเย็นแสนเข็นนี่ก็เรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าวันนี้หลายจังหวัดในต่างจังหวัด อย่างเช่นที่จังหวัดขอนแก่น วันเดียว ๓๓ ราย ที่โรงพยาบาลสีชมพู ที่กลุ่มของโควิด (COVID) เป็นกลุ่มของเด็ก แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่า จากคนงานหรือเปล่า แต่ว่าเป็นการติดเชื้อในกลุ่มเด็กแล้วก็อายุน้อย คุณหมอหนักใจ ผมก็ เป็นกำลังใจให้ ติดเยอะมาก นี่ก็เป็นห่วงที่จะต้องบอกกันนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ เราต้องเรียนว่ามาตรการป้องกันเยียวยา ๑. ก็คือการควบคุมระงับเชื้อ ไม่ให้เชื้อกระจาย เราเข้าไปแอตแทก (Attack) ให้มากที่สุด เข้าไปตรวจให้ได้มากที่สุด แล้วรีบรักษา รีบมี มาตรการชัดเจน โรงพยาบาลสนาม ถ้าอาการไม่มากก็อยู่สักระยะหนึ่งหรืออย่างไรก็ให้มี มาตรการที่ชัดเจนให้เขารู้ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของวัคซีน ท่านประธานครับ วัคซีน ตอนแรกผมก็ดีใจว่ารัฐบาลประกาศวัคซีนเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ว่าสิ้นปี ๒๕๖๔ จะมีวัคซีน ๑๐๐ ล้านโดส (Dose) ปี ๒๕๖๕ จะมีอีก ๕๐ ล้านโดส (Dose) เป็น ๑๕๐ ล้านโดส (Dose) จะต้องมีการฉีดวัคซีนให้ครบสิ้นปีนี้ ๑๐๐ ล้านโดส (Dose) ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ ล้านคน ตีเสียว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยทั้งประเทศ ดีใจว่าอย่างน้อยรัฐบาลก็ยังเห็นว่าวัคซีน จากที่เดิมช้ากว่าปกติ แต่มาวันนี้ค่าเฉลี่ยที่ฉีดกันจริง ๆ เราเหลือเวลาอีกแค่ ๑๘๕ วัน ฉีดวัคซีนไปได้ ๙ ล้านโดส (Dose) กว่า ๆ ตีสัก ๙ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกประมาณ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ ต้องฉีดอีกวันละ ๔๘๐,๐๐๐ คนต่อโดส (Dose) ต่อวัน ทางแพทย์ พยาบาล สาธารณสุขเขาพร้อม ผมมีพรรคพวกทีมงานที่เป็นญาติพี่น้อง เขาบอกว่าพร้อม ถึงเหนื่อย แค่ไหนขอให้ได้วัคซีนมา เขาพร้อมจะฉีดให้เลย ทำงานหนัก บางวันต้องฉีดติดต่อกัน อย่างไร ก็ขอเถอะ เพราะนี่คือเป็นความรับผิดชอบเป็นความภูมิใจร่วมกัน แต่วัคซีนก็มาไม่ถึง ฉีดได้ จริง ๆ เฉลี่ยแล้วประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าโดส (Dose) ต่อวัน ยังเหลืออีกนะครับ ช่วงนี้ แก็ป (Gap) รัฐบาลต้องเร่ง ถ้าไม่ครบตามเป้าที่วางไว้ วัคซีนที่มาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะ ตอนนี้ความมั่นใจในการได้รับวัคซีน ต้องสร้างความมั่นใจ ท่านประธานครับ วัคซีนมันมีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือเชื้อที่ตาย เชื้อที่ตายแล้วก็คือกลุ่มซิโนแวค (Sinovac) กลุ่มที่ ๒ ก็คือ เชื้อที่เป็นไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) คือ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และกลุ่มที่ ๓ คือเอ็มแอนด์เอ (M&A) คือกลุ่มไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) กลุ่มของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) แต่ละอย่างมีภูมิต้านทานอะไรต่างกัน ทีนี้ประชาชนสงสัยว่าเขาจะได้วัคซีนวันไหน กลุ่มไหน และอย่างที่คุณหมอชลน่านพูดว่า วัคซีนนั้นจริง ๆ ผมอยากว่าเป็นพื้นฐานที่ประชาชนจะได้รับ เพราะฉะนั้นถ้าเราได้วัคซีนโดย ที่เปิดกว้างทุกตัว ยิ่งมีงานวิจัยจากออกซฟอร์ดมาว่าถ้ามีฉีดวัคซีนตัวนั้นบวกตัวนี้ภูมิต้านทาน จะมากขึ้นอะไรต่าง ๆ การสลับหรือแม้กระทั่งเข็มที่ ๓ ขณะนี้เชื้อเดลตา (Delta) อินเดียบุก กรุงเทพฯ เชื้อแกรมมา (Gramma) จากแอฟริกา ภาคใต้บุกเข้ามา อังกฤษ อัลฟา (Alpha) ถูกทดแทนหายไป เพราะเชื้อกลุ่มหลังนี้รุนแรงกว่าติดง่ายกว่า มีการกลายพันธุ์ เพราะฉะนั้น กังวลว่า ๓ เดือน ๖ เดือน ไม่ถึงปีประเทศไทยเราจะต้องมีเสริมอีกวัคซีนหนึ่ง และเราก็ต้อง เร่งให้มีการพิจารณาว่าการใช้วัคซีนจะใช้เมื่อไร ซึ่งจะต้องเร่งไป ก็ดีใจว่าประเทศไทยมี หน่วยงาน มีองค์กรที่ทำงานวัคซีนถึง ๕ แห่ง อย่างที่คุณหมอชลน่านพูดว่าเรามี หน่วยงานที่ทำตรงนี้ ก็อยากให้กำลังใจ ให้วิจัยตรงนี้และสนับสนุนว่าจะใช้อย่างไรในเรื่อง ของวัคซีน

ท่านประธานครับ ถัดมาก็คือเรื่องที่เราจะต้องกังวลก็คือกังวลว่า ศบค. จริง ๆ ผมกังวลว่าน่าจะให้กระทรวงสาธารณสุขนำด้วยซ้ำไป ไม่ใช่หมายความว่าผมเป็นแพทย์ ผมจะเชียร์ว่าแพทย์จะต้องมานำ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่ว่ามีความมั่นใจมั่นคงในเรื่องของ ภาคสาธารณสุข คุณหมอที่ดูแลตรงนี้ เพราะฉะนั้นฝ่ายความมั่นคงน่าจะปล่อยให้ ถ้าบริหาร จัดการในเรื่องของการแก้ปัญหาก็ต้องให้สาธารณสุขนั้นต้องฟังความเห็นต่าง ๆ นะครับ

เรื่องถัดมาก็คือบุคลากรที่อยู่พื้นที่ ท่านต้องเติมกำลังใจเติมขวัญ แล้วก็ ที่สำคัญก็คือวัคซีนที่เขาได้นี้เขาก็ได้พื้นฐานเหมือนผม ผมก็ฉีดซิโนแวค (Sinovac) ๒ เข็ม เขาก็ได้กัน แต่ถ้าเกิดมีโอกาสเสี่ยงเพราะเจอเชื้อที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น เดลต้า (Delta) อินเดียบุกนี่ เขามีโอกาสเสี่ยงสูงเพราะว่าภูมิต้านทานมันไม่ได้เยอะ มีโอกาสที่จะเติมวัคซีน ตัวอื่นอย่างไร รัฐบาลต้องเร่งไปดำเนินการเพื่อเร่งแก้ไขตรงนี้เข้าไป ท่านประธานครับ เมื่อสงกรานต์คราวที่แล้วก็รอบหนึ่งแล้ว คนกลับจากสงกรานต์ ไม่มีมาตรการเยียวยา ก็ไประบาดทำให้พ่อแม่เสียชีวิต ผมพูดไปแล้วในการประชุมครั้งที่แล้ว ผมอยากให้ไปดูสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ก็คือตัวเลขการระบาดระลอกแรก กับการระบาดระลอก ๒ และระลอก ๓ คราวที่แล้วเมื่อประมาณ ๑ เดือนที่แล้ว เราดูระลอกแรกไปแล้วนะครับ ซึ่งตอนนั้นเราก็ดีใจ ว่าเราคุมได้อยู่มาก ก็คือเราคุมได้ ระลอกแรกมีแค่ ๔,๒๓๗ ราย ระลอก ๒ ๒๔,๖๒๖ ราย เป็น ๖ เท่าของระลอกแรก แต่ระลอก ๓ วันนี้ขึ้นไป ๒๓๕,๙๗๑ ราย เป็น ๕๐ กว่าเท่า ๕๕ เท่านะครับ สะสมยิ่งหนักเข้าไปเลยครับ ๒๖๔,๘๓๔ ราย แล้ววันต่อ ๆ ไป ผมไม่อยาก คิดว่าวันพรุ่งนี้มันจะขึ้นไปเท่าไร มะรืนขึ้นไปเท่าไร ถ้าขึ้นเป็นเลขยกกำลัง ยิ่งหนักเข้าไปเลย นะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งระดมฉีดวัคซีนให้เร็ว ค้นหาให้เร็ว ตรวจให้มาก ดูแลให้ พร้อมให้เต็มที่ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง คุณหมอชลน่าน ผม ท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ก็มารับหนังสือจากสมาคมธุรกิจบันเทิง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมาคมภาคกลางคน ซึ่งเขาเหนื่อย เป็นปีแล้ว ยังไม่ได้รับการเยียวยา เขามายื่น ๘ ข้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็เข้าใจว่ายื่นใน ส.ส. หลาย ๆ พรรคช่วยกัน ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้รัฐบาลเร่งดูแลเขา โดยเฉพาะอันที่ ๑ เขายื่นมา ๘ ข้อ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือจะปิดก็อย่าเหมารวม ๒. จัดวัคซีนให้เขาและ บูรณาการต่อเนื่องของเขาให้ได้มากที่สุด และสุดท้ายคืออะไรครับ เยียวยาเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย พักชำระหนี้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะธุรกิจนี้อย่างเดียวนะครับ เป็นทุกธุรกิจ เป็นทุกกลุ่ม ผมนั่งแท็กซี่ ถามแท็กซี่ เหลือวันละ ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว กลุ่มที่เขาจะต้องดู กลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นอาชีพอิสระ ทั้งหมดหรือแม้กระทั่งขนส่ง หรือแม้กระทั่งในส่วนโรงแรมที่มีความจำเป็น ท่านจะต้องเร่ง เยียวยาให้กับเขาทั้งหมดนะครับ

ถัดมาก็ต้องเรียนว่าวันนี้มีการพูดถึงเรื่องการรักษา นอกจากวัคซีนแล้ว การรักษานอกจากยาที่เราใช้อยู่นะครับ แล้วก็จะมีการพูดถึงในเรื่องของมียาตัวใหม่ขึ้นมา ชื่อไอเวอร์เม็กติน (Ivermectin) ร่วมกับฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งตรงนี้มีคนสนใจว่า เป็นยาที่ใช้รักษาในเรื่องของสัตว์ ซึ่งผมก็ดีใจว่าทางท่านอาจารย์หมอก็บอกว่าให้เร่งทำ การวิจัยด่วนใน ๔ เดือนนี้ว่ายาตัวนี้มันจะเสริมฤทธิ์กันในการทำให้โอกาสติดเชื้อ โอกาสเข้า ไอซียู (ICU) กับตายลดลงหรือไม่อย่างไร ก็ต้องเร่งทำไป ต้องให้กำลังใจภาควิจัยที่ทำงานได้ ทั้งวัคซีนทั้งยารักษา รวมทั้งกลุ่มของสมุนไพรพื้นบ้าน เขาก็วิจัยว่าเอาน้ำขิงกับน้ำมะนาว เพื่อให้ลดเสลด เพื่อกัดไม่ให้เชื้อเพราะเชื้อเข้าไปในคอก็จะฟักตัวอยู่ ๔-๕ เขายังไม่ลงปอด ทันที เขามีสไปก์ (Spike) มีหนาม มีปุ่มเข้าไปถึงจะลงปอดได้ แต่ถ้าเราเอาเชื้อออกได้ ให้เสลดแห้ง ให้น้ำออกขับพิษ น้ำเยอะ ๆ อะไรนี้ อันนี้ก็ต้องเป็นฝ่ายที่ทำงานวิจัยก็ต้องบอกพี่น้องประชาชนให้รับทราบว่าเราจะช่วยเขา อย่างไรในการรักษานะครับ การดำเนินการตรงนี้ผมเข้าใจว่าภาคธุรกิจก็ต้องเดิน เรื่องของ สาธารณสุขก็ต้องเดินให้ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องไปร่วมกัน จะได้วินวิน (Win win) ทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นจะทำอะไรขอให้ยังตามมติว่า ๑. ต้องอย่าให้มีความเหลื่อมล้ำ ต้องให้ ทุกกลุ่มทุกคนได้ การที่รัฐบาลจะให้เป็นแอป (App) ต่าง ๆ ผมว่าไม่มีใครรู้ดีเท่ากับ ตัวประชาชนหรอกว่าเงินเขาอยากได้เขาจะเอาไปทำอะไร เขาจะไปใช้หนี้ จะไปให้ลูกไป เรียนหนังสือ จะไปอะไร ขอให้เขาได้ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นเป็นเงินดีที่สุด เป็นแอป (App) ไปอย่างอื่นต่าง ๆ เขาไม่ต้องการ แต่ว่าได้ส่วนที่ลดราคามา แต่ถ้าเป็นเงินได้เยียวยาได้ก็จะ เกิดผลประโยชน์ให้กับเขาได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ท่านประธานครับ ต้องเรียนอีกเรื่องหนึ่งว่าการเปิดประเทศ ๑๒๐ วันนับตั้งแต่วันนี้ไปถึงเดือนตุลาคม รัฐบาล เตรียมพร้อมหรือยังครับ วัคซีนที่จะสั่งมาอีก ๕๐ ล้านโดส (Dose) การฉีดวัคซีน การดูแลทำ อย่างไร ควบคุมแล้วก็สร้างเกราะกำบังให้กับพี่น้อง ซึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งดูให้ครบว่าการจะ เปิดประเทศที่ทำไว้จะต้องเร่งทุกอย่างนะครับ

สุดท้ายเรื่องที่ผมจะเรียนนะครับว่า วันนี้เรามาถึงจุดนี้ได้เมื่อคนป่วย เขาป่วยเขาเจ็บเรานึกถึงหัวอกเขา เวลาเขาป่วย เขาเจ็บ ถ้าไม่มีใครดูแลเขาไม่มีใคร อ้างว้าง ไม่มีใครเจอกับตัวเองไม่รู้หรอก ถ้าคนในครอบครัวล้มคนเดียวล้มทั้งบ้าน ป่วยคนเดียว ป่วยทั้งบ้าน ครอบครัวล่ม ธุรกิจการงานต่าง ๆ เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีกำลังใจยืนยันให้เขา นะครับ ใครที่มีกำลังแรงสูงกว่าก็ช่วย เรื่องของสาธารณสุขคุณหมอนี่เต็มที่ช่วยอยู่แล้ว และในเมื่อเขาไม่มีที่จะดูแลอ้าแขนกลับบ้าน พี่น้องประชาชนคนของเรากลับบ้าน สาธารณสุขคุณหมอพร้อมที่จะช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ผมเคยพูดไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าในเมื่อเราดูแล ในเรื่องทั้งหมดแล้ว สุดท้ายที่เกิดว่าเขาไปไม่ไหวจริง ๆ ชีวิตจะต้องจากไปจริง ๆ ครอบครัว ไม่มีโอกาสได้เจอเก็บกระเป๋าไปโรงพยาบาล แล้วไม่คิดว่าเก็บกระเป๋าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้าย ที่ออกจากบ้านไม่มีโอกาสกลับมาบ้าน ครอบครัวไม่ได้สั่งลา อยู่กับแพทย์แพทย์ก็ต้องช่วย โดยเฉพาะคุณหมอพยาบาลนั้นก็ต้องส่งให้เขาให้ไปในสิ่งที่เขาสบายใจ ตรงนี้ก็ฝากว่า หลาย ๆ โรงพยาบาลมีคุณหมอหลายคนทำ เช่น เขาอยู่คนเดียวอ้างว้างไม่รู้ว่าจะไปไหน จิตใจต้องสงบ แล้วก็มีงานวิจัยท่านประธานว่าชีวิตก่อนตายและหลังตาย ๒๐ นาที ใจยังอยู่ที่ตรงนี้ ถ้าใจเขาสงบมีมือมาจับก็คือถุงมือใส่น้ำจับวางไว้ให้เขารู้ว่ามีคนคอยอยู่ มีโทรศัพท์ให้เขาฟังได้ว่ารักนะ ไม่ต้องเป็นห่วงชีวิตครอบครัวทางนี้จะอยู่ดูแลให้เขาไปได้ จะเป็นสิ่งซึ่งเป็นคุณูประโยชน์คุณูปการให้กับเขาและ ๒๐ นาทีหลังจากนั้นสมองเขายังอยู่ให้ เขาไกลได้ดีก็จะช่วยครอบครัวให้เขามีความสุขว่าคนในครอบครัวจากไปด้วยสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องของหลังความตายและก่อนความตาย ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องเรียนว่า วันนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะต้องเรียนรู้ปัญหาข้อแก้ไขและสิ่งที่คิดว่าอะไร ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ความผาสุกให้กับพี่น้องคนไทยให้ได้มากที่สุด สิ่งใดที่คิดว่า จะช่วยเหลือเยียวยาเพราะเพื่อนมนุษย์นั้นถ้าเขาไม่มีกินไม่มีใช้ไม่มีจริง ๆ เงินแต่ละบาท แต่ละสตางค์หาไม่ได้คือไม่ได้จริง ๆ กินข้าวเหนียวจิ้มกับปลาร้าถ้วยหนึ่งกินทั้งครอบครัว นี่คือความยากลำบาก ดังนั้นช่วยแบ่งเบาอย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำให้เขามีอยู่มีกินได้พ้นจาก หนี้สินแล้วก็ครอบครัวมีความสุขนะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรสาธารณสุข และทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ