อิทธิพล คุณปลื้ม ชี้ถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะภาพยนตร์และคอนเทนต์ดิจิทัล พร้อมย้ำถึงบทบาทของรัฐในการส่งเสริมและบูรณาการนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้นี้นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่เราได้เห็นความสำเร็จของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา มวลมนุษยชาติ ผมจะไม่เรียนว่าเฉพาะประเทศไทยนะครับ เราได้เห็นร่องรอยความเจริญเติบโตตั้งแต่ยุคอารยธรรม ตั้งแต่แม่น้ำไนล์ อียิปต์ กรีก โรมัน จนถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน ก็จะมีเรื่องของการใช้ ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในแต่ละช่วง ในเรื่องของการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ รวมไป ถึงการพัฒนาบ้านเมืองจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น เทคโนโลยีเข้ามาประกอบก็ทำให้อุตสาหกรรมเรียกว่าการใช้ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาเรื่อย ๆ จนสร้างมูลค่าเริ่มจากวิถีชีวิต คิดตั้งแต่เรื่องทำอย่างไรจุดไฟ เราก็ใช้ไม้ ไปปั่นกับหินอย่างนี้เป็นต้น จนเทคโนโลยีเข้ามาถึงในระดับหนึ่งที่มนุษย์นั้นสามารถมีชีวิตที่ สะดวกสบาย มีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวขึ้นก็ทำให้เกิดเรื่องของการสร้างสุนทรียภาพหรือ การหาความบันเทิง ฉะนั้นในเรื่องของอุตสาหกรรมเรียกว่าครีเอทีฟ คอนเทนต์ อีโคโนมี (Creative Content Economy) เป็นเรื่องสำคัญที่เราได้เห็นวิวัฒนาการเริ่มมาตั้งแต่เรื่อง ของการทำนวัตกรรมนะครับ เรื่องของกล้องถ่ายภาพยนตร์ การบันทึกภาพจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องของการใช้ระบบสตรีมมิง (Streaming) เรื่องของไร้สาย ซึ่งในปัจจุบันทางภาครัฐ ผมได้ย้อนไปดูตั้งแต่อดีต นโยบายของทุกรัฐบาลมาก็ให้ความสำคัญกับการใช้ความคิด สร้างสรรค์ไปต่อยอดเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านภาพยนตร์เรามีหลักฐานในเรื่อง ของการเจริญเติบโตทางด้านภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี ๒๔๖๖ ก็เป็นปีที่หนังเรื่องแรกเข้าฉายใน ประเทศไทยนะครับ แล้วก็มีการให้ความสำคัญให้กับอุตสาหกรรมนี้จนถึงในเรื่องของการได้ ต้องเรียกว่าบัญญัติให้ทุกวันที่ ๔ เมษายนเป็นวันภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งวันภาพยนตร์ แห่งชาตินั้นกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีท่านได้ทรงพระราชทานให้ นะครับ หลังจากนั้นในเรื่องของการพัฒนาเรื่องของอุตสาหกรรมนี้จะสอดคล้องไปหมดครับ ผมขออนุญาตเท้าความไล่เรียงให้เห็นถึงตั้งแต่ประเด็นของการพัฒนาโดยรวม ซึ่งในปัจจุบัน จะมีตั้งแต่แผนระดับชาติ เราเรียกกันว่ายุทธศาสตร์ชาติใช่ไหมครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๒) จนมาถึงแผนระดับ ๓ ก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ซึ่งในส่วนของงานทางด้าน เศรษฐกิจสร้างสรรค์นี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลากหลายหน่วยงาน โดยท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ให้ความสำคัญในเรื่องเรื่องของการบูรณาการในแผนพัฒนาที่จะนำไปสู่การสร้างมูลค่า โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ หน่วยงานหลัก ๆ ก็จะมีทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นะครับ ซึ่งเราทั้งหมดนี้รวมตัวกันในนามของทีมไทยแลนด์ ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม นั้นรับผิดชอบเรื่องของงานเลขานุการคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ ซึ่งก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ปี ๒๕๕๑ ซึ่งก็เป็นฝ่ายเลขานุการ ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดีทัศน์โดยเฉพาะ ซึ่งก็มีการดำเนินการ ภายใต้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ แห่งชาติชุดนี้นะครับ ที่ผ่านมานั้นเราได้ดำเนินการตั้งแต่เรื่องของการกำหนดให้เป็นนโยบาย สำคัญของรัฐบาล ที่ประชุมสภาแห่งนี้ตอนนั้นเป็นที่ทีโอที (TOT) ที่ได้มีการแถลงนโยบาย ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ในนโยบายข้อที่ ๕ ระบุไว้ชัดเจนเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจแล้วก็ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน นี่ก็เป็นนโยบายที่ทางรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับ การระดมเอาศักยภาพมาพัฒนาร่วมกันจนถึงในปัจจุบันนี้ เรื่องของประเด็นการสร้าง ศักยภาพในการแข่งขัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสก็เป็น ๓ ประเด็นหลัก ที่อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติในการดำเนินการในการวางรากฐานต่อไปนะครับ เรื่องของ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์นั้นในภาพรวมก็คือเราบูรณาการเป็นแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งก็จะเป็น แผนการดำเนินการภายใน ๕ ปี ซึ่งเราดำเนินการมาแล้ว ๒ ระยะ ปัจจุบันเป็นระยะที่ ๓ ซึ่งกำลังจะเป็นปีท้ายของระยะที่ ๓ เพราะว่าเรื่องนี้ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญร้อยเรียงกัน เป็นต้นมานะครับ ในปัจจุบันนั้นตัวเลขทางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์นะครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะหนัง ละคร แอนิเมชัน (Animation) เรื่องของธุรกิจบอกรับสมาชิกหรือระบบออนไลน์สตรีมมิง (Online Streaming) อยู่ในตัวเลขที่สูงขึ้นตามลำดับ แต่ว่ามันจะมีแนวโน้มของระบบบอกรับสมาชิก นั้นมีมากขึ้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ไปชมภาพยนตร์ในโรงนั้นพบอุปสรรคจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมานะครับ ท่านสมาชิกก็คงจะทราบกันดี กราบเรียนท่านประธานว่า เราก็ได้ทำงานบนสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณายกตัวอย่าง ของหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย (Asia) ก็เป็นพันธมิตรร่วมกันในการทำงาน ตั้งแต่เรื่องที่เรามี ศูนย์วัฒนธรรมไทยอาเซียน ศูนย์วัฒนธรรมไทยร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีที่เมืองปูซาน เราเป็นเอ็มโอยู (MOU) ลงนามร่วมกัน เรื่องของเทศกาลภาพยนตร์ที่เรามีการแมตชิง (Matching) ส่งผู้ประกอบการไปแลกเปลี่ยนตั้งแต่ยุคก่อนโควิด (COVID) ก็คือจะไปออกบูธ (Booth) ก็จะไปแมตชิง (Matching) จับคู่เจรจาในช่วงโควิด (COVID) ๒ ปีที่ผ่านมา เราใช้ระบบออนไลน์ (Online) เทศกาลภาพยนตร์ที่สำคัญระดับโลกนั้นเรายังคงเดินหน้าต่อ ในเรื่องของการให้มีความเชื่อมโยง และที่สำคัญก็คือคอนเทนต์ (Content) ในส่วนของ ภาครัฐที่จะเป็นส่วนส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีความเติบโตเข้มแข็งนั้นเป็นเพียงส่วน ต้องเรียกว่าเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับ เพราะว่าในนโยบายนั้นเราสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ในระดับ ของการเข้าไปเป็นผู้อุดหนุน การเข้าไปเป็นแหล่งทุนนั้นถ้าเทียบสัดส่วนในอุตสาหกรรมนี้ ถือว่าเป็นสัดส่วนยังไม่มากหากเทียบกับในสัดส่วนของประเทศที่เป็นตัวอย่าง ที่ท่านสมาชิก ได้กรุณายกตัวอย่างนะครับ ก็จะมีสัดส่วนในเรื่องของงบประมาณในการสนับสนุนลงไป ค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเรื่องของสภาวะการคลัง อาจจะเป็นเรื่องของแผนพัฒนาของเขา แต่ในเรื่องอุตสาหกรรมคอนเทนต์ (Content) นี้ทางประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในนโยบายรัฐบาลในปัจจุบันก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เรามีตัวอย่าง ความสำเร็จของการอุดหนุนเป็นรายคอนเทนต์ (Content) ก็มี อย่างที่เราสัมผัสกันในอดีต แล้วก็ทำให้เรายังจำได้ในปัจจุบัน อย่างเช่น การสนับสนุนการสร้างหนังที่ไปรณรงค์ในเรื่อง ของความเป็นไทยในหลาย ๆ กิจกรรม อย่างเช่น เรื่องโหมโรงใช่ไหมครับ จนทำให้เด็กไทย เราหันมาเรียนดนตรีไทย มาตีระนาด หนังเรื่องโขนที่เราสนับสนุนไป หนังเกี่ยวกับเรื่องของ วัฒนธรรมศิลปะแม่ไม้มวยไทย แล้วก็จะมีหนังที่เกี่ยวข้องกับการหยิบยกเอาแง่มุมของ วัฒนธรรมที่ดีงามมาเป็นภาพยนตร์ แม้กระทั่งเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์จาก ภาคเอกชนในยุคปัจจุบัน แล้วก็นำแง่มุมเหล่านี้ส่งออกไปเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ (Digital Content) พวกนี้ด้วยนะครับ ผมยกตัวอย่างจำได้ว่าที่ประเทศจีนเราก็มีการแมตชิง (Matching) กันระหว่างสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ทั้ง ๒ ประเทศ ไปร่วมงานทั้งปักกิ่ง ฟิล์ม เฟสติวัล (Beijing Film Festival) เซี่ยงไฮ้ ฟิล์ม เฟสติวัล (Shanghai Film Festival) แล้วก็ มีการลงนามเอ็มโอยู (MOU) ในส่วนของศูนย์วัฒนธรรมจีนในประเทศไทยร่วมกับทาง สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ของทางกระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบอยู่ เรื่องซีรีส์ (Series) เรื่องสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก อย่างนี้เป็นต้น ก็ไปดังในจีน หนังจีนที่มาถ่ายทำในประเทศไทย เช่น ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ (Lost in Thailand) ก็ทำให้ เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย ผมยกตัวอย่างในมุมของที่เราได้ประสบกันมานะครับ แม้กระทั่งดารานักแสดงของเราที่ไปมีโอกาสได้งานในประเทศจีนหลายคน ป้อง ณวัฒน์ ออม สุชาร์ แม้กระทั่งดาราจีนที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่ดูหนังกำลังภายใน มังกรหยก จนวนกลับมาเป็นมังกรหยกยุคปี ๒๐๒๑ อย่างนี้เป็นต้น มันเป็นครีเอทีฟ คอนเทนต์ (Creative Content) ที่สร้างเงินสร้างรายได้จริง ๆ ครับ อันนี้ผมต้องขอขอบคุณ ขอชื่นชม ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้จับเอามาเป็นประเด็นในการถามกระทู้ด้วยนะครับ ก็ขอสรุป สั้น ๆ ในเชิงนโยบายว่าทางรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นอย่างดี แล้วก็มีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด โดยเฉพาะในการประเมินแนวโน้มการสร้าง เครือข่ายในผู้คนในอุตสาหกรรม แล้วก็สร้างแนวร่วมในส่วนของภาคประชาชน ซึ่งในส่วนนี้ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้มีการพบปะกันใน ระดับทวิภาคีของเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ในทุก ๆ การพบปะจะมีการพูดคุยกันเรื่อง ของความร่วมมือ ความสัมพันธ์ทางการทูต การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม แล้วก็มีเรื่องของภาพยนตร์ด้วยในประเทศที่เรามีความร่วมมือ กันอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการสร้างคอนเทนต์ (Content) แล้วก็ที่สำคัญอีกเรื่อง คือการให้ โอกาสคนไทยไปแสดงศักยภาพในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพยนตร์แอนิเมชัน (Animation) หลายเรื่องที่เราส่งไปในงานเอ็กซ์โป (Expo) ต่าง ๆ แล้วก็แม้กระทั่งผ่านกลไก ในการสนับสนุนทุน ขอเรียนตอบคำถามเบื้องต้นว่าเราได้ดำเนินการร้อยเรียงตั้งแต่ ยุทธศาสตร์ระดับชาติลงมาจนถึงยุทธศาสตร์ของการส่งเสริมภาพยนตร์โดยเฉพาะ ขอบคุณครับ เรียนท่านประธานครับ