ปดิพัทธ์ สันติภาดา หารือปัญหาการระบาดของโรคในสัตว์โดยเฉพาะลัมปีสกินและแอฟริกันฮอร์สดีซีสในจังหวัดพิษณุโลก โดยชี้ให้เห็นถึงต้นตอจากความหละหลวมในการนำเข้าสัตว์ผิดกฎหมายและการบริหารที่บกพร่องของรัฐ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ โปร่งใสในการเปิดข้อมูล และแก้ไขปัญหาการจัดสรรวัคซีนที่ไม่เพียงพอและอาจไม่เป็นธรรม รวมถึงความเสี่ยงจากวัคซีนเชื้อตายที่ผลิตใหม่ พร้อมเน้นย้ำให้รัฐบาลรับผิดชอบโดยตรงในการจัดหาวัคซีนและยา แทนการผลักภาระไปยังท้องถิ่น และเร่งจัดทำแผนการจัดการโรคระบาดอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันวิกฤตในอนาคต
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จังหวัดพิษณุโลกของผมเองก็เหมือนที่ท่านนพพลได้พูดไปว่าก็มีการระบาด ของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เช่นกัน โดยเฉพาะที่อำเภอเนินมะปราง แล้วก็ อำเภอวังทอง แล้วก็ตอนนี้มีการพบเป็นฮอตสปอต (Hotspot) เกิดขึ้นมาที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากอภิปรายนอกจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเข้าไปที่หัวใจของการระบาดเลย คือข้อสังเกตของผมที่พบว่าในรอบ ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโรคอุบัติใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่เคยเจอนะครับ ตอนที่ผมเรียน สัตวแพทย์ผมไม่เคยเจอโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มาก่อนเป็นโรคในตำรา ตอนที่ผมเรียน สัตวแพทย์ผมไม่เคยเจอนะครับ แอฟริกันฮอร์สดีซิส (African Horse Disease) หรือกาฬโรคม้า นี่ก็โรคในตำรา นั่นแปลว่าอะไรครับท่านประธาน นั่นแปลว่าโรคนี้ไม่ได้ เกิดขึ้นตามธรรมชาตินะครับ แน่นอนโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นได้เพราะโกลบอไลเซชัน (Globalization) แต่เกิดจากการหละหลวมครับ เกิดจากกระบวนการทำผิดกฎหมายของ การนำเข้าสัตว์หรือเปล่า เรื่องนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้คิดให้ไตร่ตรองให้ดี และ ท่านน่าจะเข้าใจปัญหานี้ดีที่สุด เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ครับ แอฟริกัน ฮอร์ส ดิซีส (African Horse Disease) ที่เป็นโรคที่อยู่ในแอฟริกาจะมาระบาดทำให้ม้าในประเทศไทยตายเป็น จำนวนมาก อัตราตายมากกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ม้าในประเทศไทยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องนี้เลย และเราไม่มีวัคซีน จะมีข่าวลือเป็นจำนวนมากว่าประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการนำเข้า สัตว์จากแอฟริกาและส่งต่อไปที่ประเทศอื่นหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว เกิดขึ้นมาแป๊บเดียว แล้วก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น ปีนี้ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เป็นโรคใน แอฟริกา แน่นอนมันมีการทยอยติดไปที่อินเดียมาที่เซาท์อีสต์เอเชีย (Southeast Asia) แล้ว ก็มาที่เวียดนาม แต่ในประเทศไทยเมื่อมีการอุบัติใหม่เกิดขึ้น และระบาดไปทั่วประเทศก็ แสดงว่ามันมีการนำเข้าสัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการกักกันและการตรวจสอบโรค เรื่องนี้ เกษตรกรไม่ผิดนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นการรับผิดชอบของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ แอฟริกัน สะไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) ที่ทำให้หมูจำนวนมากตาย โดยเฉพาะ ในชายแดน จนถึงวันนี้ก็ยังประกาศกันว่าไม่ใช่แอฟริกัน สะไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) แต่เป็นพีอาร์อาร์เอส (PRRS) การปิดบังข้อมูลเหล่านี้ การที่ไม่ทำข้อมูล อย่างตรงไปตรงมา และการปล่อยให้มีช่องว่างของการนำเข้าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย และส่งออก สัตว์ที่ผิดกฎหมาย ประเทศไทยจะต้องเจอโรคอุบัติใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมไม่ได้เอาการเมือง มาพูดถึงเรื่องโรคระบาดนะครับ แต่เพราะการเมืองที่ไม่ดี การบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่ดีนี้ ล่ะครับเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดโรคระบาดขึ้น เราเรียนรู้จากโควิด (COVID) แล้วว่าทุกประเทศ ที่เจอโควิด (COVID) เหมือนกัน แต่บริหารราชการไม่เหมือนกันนั้นจัดการโรคได้ต่างกัน โรคระบาดในสัตว์ก็เช่นเดียวกัน
ท่านประธานครับ การกระจายไปทั่วประเทศตอนนี้พวกเรามีความรู้ชัดเจน แล้วว่าพาหะของโรคนี้นั้นเป็นแมลงดูดเลือด แต่แมลงดูดเลือดนั้นบินไปไม่ได้ไกลมาก หรอกครับ ๓๐ กิโลเมตรเป็นอย่างมาก แล้วก็มีการพ่นทำลาย แต่มันแปลว่าตอนนี้ เราไม่มีประสิทธิภาพในการกักกันโรคของสัตว์เลย และผมเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า ถ้ามีการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะโคในระลอกใหญ่ที่จะไปถึงภาคใต้ในเดือนกุรบานนี้ ถ้าเรายังไม่มีกระบวนการกักกันที่ดีและยังปล่อยให้มีการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย อย่างไร โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะไปทั่วประเทศได้ในเวลาที่รุนแรง รวดเร็วและทำความ เสียหายได้มากกว่าที่เราคิดไว้
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากให้สภาแห่งนี้รับทราบคือเรื่องของวัคซีน วัคซีนโควิด (COVID) โกลาหลอย่างไรนี่วัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็คงจะโกลาหล อาจจะน้อยกว่า แต่ก็จะโกลาหลเหมือนกัน เพราะตอนนี้ก็เป็นโจทย์เดียวกัน คือวัคซีนน้อยแต่มีปริมาณ สัตว์เยอะ ของจังหวัดพิษณุโลกได้มาหลักพัน แต่ว่าจำนวนโคในจังหวัดพิษณุโลกก็มีเป็น หลักแสน เพราะฉะนั้นการที่จะฉีดเป็นวงรอบให้สามารถปกป้องสัตว์ที่ยังไม่ติดเชื้อให้มี ภูมิคุ้มกันได้ อย่างไรวัคซีนในระลอกแรกก็ไม่พอ คำชี้แจงจากกรมปศุสัตว์ว่าตอนนี้กำลังจะมี การผลิตวัคซีนเชื้อตายเป็นอินแอกทิเวเทดวัคซีน (Inactivated Vaccine) ตอนนี้จะพร้อมใช้ ในเดือนสิงหาคม ผมเกรงเหลือเกินว่าถ้ารัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนก็จะเกิดสภาวะ ของมือใครยาวสาวได้สาวเอา นักการเมือง ผู้มีอิทธิพลเจรจาดึงวัคซีนไปในจังหวัดในพื้นที่ ของตัวเองและนักการเมืองหลายท่านก็เป็นเจ้าของวัวที่ปริมาณมหาศาล สิ่งนี้เองเกษตรกร รายเล็กรายย่อยเป็นกังวลมากว่าจะมีความเป็นธรรมในการกระจายวัคซีนหรือเปล่า และเขา ต้องการแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลตั้งแต่วันนี้เลย เพราะว่าวัคซีนจะมาในเดือนสิงหาคม แล้วยังเป็นวัคซีนในระยะที่เรายังกังวลอยู่ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า เพราะว่ามีรายงาน ในบางประเทศว่ามีการระบาดจากการใช้วัคซีนในสภาวะที่ฉุกเฉินแบบนี้
อันต่อมาประเด็นที่เราต้องคุยกันให้จริงจังก็คือตอนนี้ภารกิจไม่สามารถ จะเป็นของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลำพังได้หรอกครับ เขาขาดแคลนกำลังมาก ยาปฏิชีวนะ ที่ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นออกซีเททราไซคลีน (Oxytetracycline) เป็นเพนิซิลลิน (Penicillin) หรือเป็นกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) ตอนนี้ ขาดแคลนทั้งหมดเลย ไม่ได้มีกำลังเสริมเลยนะครับ ใช้ของในสต็อก (Stock) ปกติ ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาทำแผล ทุกอย่างตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนจริง ๆ แต่พวกเขาต้องถูก ส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกันที่เราไม่สามารถจะโยนความรับผิดชอบไปที่ เจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นได้ และถ้าเรื่องของการเยียวยาเราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องวัคซีนโควิด (COVID) ก็โยนให้ท้องถิ่นซื้อ เรื่องวัคซีน ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะโยนให้ท้องถิ่นซื้อ สุดท้ายรัฐบาลมีไว้ทำอะไรครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วท้องถิ่นแบกภาระเรื่องนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลกใช้เงิน ๑๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท เพื่อจะซื้อวัคซีนโควิด (COVID) ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเขาต้องมารับเรื่องของวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไปอีก ผมเกรงเหลือเกินว่าพวกเขาจะขาดแคลนกำลัง แล้วก็อยู่ในสภาพที่น่าหดหู่จริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมคิดว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็จำเป็นที่จะต้อง ตระหนักในเรื่องนี้ว่า ถ้าเราแก้ปัญหาเพียงแค่เยียวยา เยียวยาเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ถ้าเรา แก้ปัญหาเพียงแค่จะเอาวัคซีนมาฉีดให้ได้เป็นปริมาณเพื่อลดแรงกดดัน แต่เรายังไม่มี แผนการกระจายวัคซีนที่เป็นธรรม เรายังไม่มีแผนการผลิตวัคซีนที่ชัดเจนว่ากำลังการผลิต และกำลังฉีดเป็นเท่าไร สุดท้ายในช่วงกลางปีหรือปลายปีนี้ผมคิดว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถ จะจัดการโรคระบาดนี้ได้ และประเทศไทยก็จะซวยซ้ำซวยซ้อนจากโควิด (COVID) แล้วก็ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จากการบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลวแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ