ผ่องศรี หารือวิกฤตโรคระบาดโคกระบือ ขอเร่งเยียวยาและจัดการวัคซีนชัดเจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔

ผ่องศรี แซ่จึง หารือปัญหาการระบาดของโรคในโคกระบือที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในศรีสะเกษ เรียกร้องให้รัฐเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งกรณีสัตว์ป่วยและตาย ปรับปรุงระเบียบที่ล้าสมัย และเร่งสนับสนุนวัคซีนพร้อมชี้แจงแนวทางการกระจายอย่างชัดเจน รวมถึงเตรียมความพร้อมบุคลากรในการรับมือโรคระบาดอย่างทันท่วงที

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขออนุญาตอภิปรายกับเพื่อน ๆ ในญัตติของท่านนิยม เวชกามา ท่านประธานคะ หลายท่านก็ได้อภิปรายไปเยอะแล้ว ข้อมูลก็ น่าจะไม่ต่างกันมาก แต่ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ การเลี้ยงวัว เลี้ยงควายมัน เป็นวัฒนธรรม มันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะคนอีสาน ถ้าท่านได้ไปเห็นไปรู้ว่าพวก เราอยู่กันอย่างไร ใต้ถุนบ้านของแต่ละคนก็จะมีวัว มีควายเลี้ยงไว้บ้านละ ๓ ตัว ๔ ตัว ๕ ตัว เมื่อก่อนนี้จะมีเป็ด มีไก่ด้วยนะคะท่านประธาน เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เช้า ๆ ก็ไป เก็บไข่มาให้ลูกต้มกินไปโรงเรียน ทอดกินไปโรงเรียน วันนี้วัฒนธรรมเหล่านั้นหลายอย่าง มันเปลี่ยนไป เป็ด ไก่แทบไม่ได้เลี้ยงแล้วค่ะ กินเป็ดซีพี (CP) ไปแล้วค่ะ หมูก็แทบไม่ได้เลี้ยง เลยค่ะ นิดเดียว แต่อันหนึ่งที่มันยังเหลืออยู่ก็คือเลี้ยงโค เลี้ยงกระบือค่ะท่านประธาน เลี้ยงใต้ถุนบ้าน อันนี้มันเป็นอนาคต มันเป็นความหวัง ถ้าจะสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ขายวัวสัก ๒ ตัวนะ จะแต่งงานลูกขายวัวตัวนี้นะ อย่างนี้มันเป็นชีวิต มันเป็น ความหวัง มันเป็นสมบัติ วันนี้โควิด (COVID) ก็เหลือเกินแล้วนะคะท่านประธาน พี่น้องไม่มี จะกินแล้ว หนี้นอกระบบนี่ไม่รู้ว่าจะใช้กันได้หมดเมื่อไร ไปทำงานก็ไม่ได้ ขายของก็ไม่ได้ ของที่เคยมีก็ขายไม่ได้ มะม่วงนี่เกลื่อนเลยค่ะ ไม่ได้ขายเลย หอม กระเทียม บ้านดิฉันนี่ ขายหอมแล้วยังถูกโกงค่ะท่านประธาน ไม่ได้เงินนะคะ ไม่ได้เงินเลย ยืม ธ.ก.ส. มาลงทุน วันนี้ยังไม่ได้เงินหลายล้านบาท ลูกเต้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ กลับมาบ้านมาจุ้มกันอยู่ ภาษาอีสานใช้คำว่า จุ้ม กันอยู่ มาอยู่ร่วมกันเพราะว่าไม่มีอะไรจะทำ ไม่มีอะไรจะกินแล้ว ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเหลือวัวก็ยังมาเป็นแบบนี้อีก จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งที่ ล้มป่วยเยอะมาก เอาแค่อำเภอราษีไศลของดิฉันนะคะ วันนั้นมีโอกาสไปต้อนรับ ท่านรัฐมนตรี ต้องชื่นชมนะคะ ท่านประภัตรท่านเร็วมาก ตอนหมูป่วยท่านก็ไปถึง จังหวัดศรีสะเกษ ไปประชุมเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง พอวัวปุ๊บท่านก็บอกว่าท่านลง ปั๊บ ๆ เลย ก็ถือว่าเป็นกำลังใจ เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชม ไปต้อนรับท่านดิฉันมีข้อมูลในมือ ก็คือ อำเภอราษีไศลวันนั้น ๒,๒๐๐ กว่าตัว วันนี้เพิ่มขึ้นเยอะมาก เรามีไลน์ (Line) ปกครอง ที่จะแจ้งกัน เดี๋ยวก็ไลน์ (Line) มาบอกบ้านนั้นตาย บ้านนี้ตาย บ้านนี้ป่วยเพิ่ม ท่านคะ แล้วรูปภาพที่เราเห็นมันสะเทือนใจ พี่น้องก็ไลน์ (Line) มาบอก คุณป้า ส.ส. เงินก็ไม่มี ค่าหยูกค่ายาก็ต้องหาเอง เงินก็ไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ช่วยพูดให้หน่อย เพราะฉะนั้นอันนี้เป็น สิ่งที่มันสะท้อนถึงความหมดหวัง ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่เกิดกับคน โรคร้ายที่เกิดกับสัตว์ วิถีชีวิตที่มันเหลืออยู่อันสุดท้ายนี้ดิฉันอยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีได้ช่วย เขาด้วย การช่วยเหลือนั้นต้องช่วยให้เหมาะสม มี ๓-๔ ประเด็นที่ฉันอยากเสนอ ก็คือกรณีที่ วัวตายมีระเบียบให้ช่วยเหลือเยียวยา แต่ระเบียบนั้นล้าหลังมาก ไม่ทันสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วดิฉันจะไม่พูดถึง เพราะว่ากรณีที่วัวตายนั้นมันหมายถึงความสูญสิ้นความหวังสุดท้ายของเขา หมดเลยค่ะ ที่เช้า ๆ เคยจูงไป ไล่ไป ๔-๕ ตัว หมดไปทีละตัว ๒ ตัว หยูกยาที่หาช่วยเหลือตัวเองไม่มีแล้ว ไม่มีปัญญา เอาไม่อยู่ และที่น่าตกใจมากก็คือข้อมูลที่ท่าน ส.ส. สกุณาได้พูดเมื่อเช้านี้ น่าตกใจนะคะ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ที่มันจะป่วย แล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่มันจะตาย แล้วที่น่ากลัว มากกว่านั้นก็คือวัวที่เจ็บป่วยแล้วมันจะไม่สามารถที่จะทำเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ได้เลย อันนี้ น่าวิตกกังวลมากเลย เป็นข้อมูลที่เราจะต้องตระหนักว่าจะต้องรีบเร่ง เพราะฉะนั้น ๓-๔ ประเด็นที่ดิฉันอยากเสนอก็คือการช่วยเหลือเยียวยา ๑. ต้องรวดเร็ว ๒. ต้องพอเพียง ให้เขาอยู่ได้ โควิด (COVID) เป็นโรคระบาดในคน รัฐบาลก็ใช้จ่ายเงินไปในการซื้อวัคซีน ในการเยียวยาคนละครึ่งบ้างอะไรต่ออะไรบ้าง วัวนี้มันก็เป็นทรัพย์สินของคน มันก็เป็น โรคระบาดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกฎกติกาต่าง ๆ ที่มันล้าสมัย วัวตายชดเชยได้ ๒ ตัว แล้วราคาก็สมัยดึกดำบรรพ์มาก วันนี้มันไม่ใช่แล้ว วัวที่ไม่ตาย ที่ป่วยแล้วเขาดูแลรักษา เยียวยาได้ไหมคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ผ่านท่านประธานไป ช่วยเหลือเขาได้ไหมคะ แต่ดิฉัน ได้ฟังท่านพูดนะคะ การประชุมคราวที่แล้วท่านบอกว่าท่านจะไปปรึกษาหารือ จะไปหา ทางออกร่วมกันเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรเหล่านั้น ในเรื่องของการรักษาพยาบาล หยูกยาต่าง ๆ ที่วัวไม่ตาย กรณีที่วัวตาย ถ้าไม่ลงทะเบียนเกษตรกร ถ้าไม่ลงทะเบียนสัตว์ไว้ ลงทะเบียนเกษตรกรได้ไหม กรณีที่ไม่ลงทะเบียนเลยอะไรเลยจะให้เขามีความหวังได้ไหมคะ เรื่องนี้ดิฉันขอร้องว่าต้องช่วยเหลือ ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนก็ต้องช่วยเหลือ แต่ดิฉัน คิดว่าท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ท่านมีวิสัยทัศน์ ท่านเห็นใจชาวบ้าน เพราะว่าท่านก็ เลี้ยงควายเหมือนกัน ท่านเลี้ยงควาย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน จะต้องได้รับการเยียวยา จะต้องได้รับการช่วยเหลือ ควาย วัวจะตายหรือไม่ตาย ค่ารักษาพยาบาลก็ควรจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เพราะมันก็หมายถึงความหวัง ความสูญสิ้นเหมือนกัน เขาไม่มีเงินไม่มีทองแม้แต่จะหาแล้วนะคะตอนนี้

อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการที่จะได้วัคซีนมา จังหวัดศรีสะเกษทราบว่า จะได้มาประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าโดส ทีนี้การบริหารจัดการวัคซีน การกระจายวัคซีน จะทำอย่างไร เอาแค่อำเภอราษีไศลบ้านดิฉันนะคะ ทั้ง ๑๓ ตำบลเลยค่ะ วัวที่ป่วยทั้ง ๑๓ ตำบล เพราะฉะนั้นจะกระจายอย่างไร แล้วก็ได้รับข้อมูล อันนี้ไม่แน่ใจ เรียนถามท่าน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่า วันนั้นฟังข้อมูลว่าถ้าพื้นที่ใดมีวัวที่ป่วยจะฉีดวัคซีนไม่ได้ อันนี้ดิฉันขอถามเป็นความรู้ด้วยว่า ถ้าได้วัคซีนไปแล้ว เพราะมันมีป่วยทุกตำบลเลย จะทำอย่างไรกัน จะปล่อยให้ตัวที่มันยังไม่ป่วยติดเชื้อไปด้วยกันหรืออย่างไร ปัญหาการใช้ วัคซีนตรงนี้ต้องชัดเจน

สุดท้ายแล้วนะคะท่านประธาน ก็คือว่าท่านต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับ ประชาชน ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เป็นธรรม แล้วก็เจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์น้อยมาก เพิ่มเจ้าหน้าที่ได้ไหมคะ อาสาสมัครให้ความรู้ให้เขาทำงานได้ไหม เพราะว่าปศุสัตว์ มีเจ้าหน้าที่น้อย ทำงานไม่ทัน แล้วก็กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมที่จะ รับมือกับโรคระบาด ไม่ใช่แต่โรคคน โรคสัตว์ ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เพราะมันมาเร็ว แล้วก็มา น่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากความหวังทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้อง ประชาชน หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้นำไปพิจารณาและหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ทันใจ ทันเวลาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ