กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือเรื่องโรคลัมปีสกิน ระบาดในโค กระบือ จังหวัดมหาสารคาม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือ โดยเน้นย้ำว่าโรคนี้รักษาตามอาการ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อัตราตายไม่สูง และส่วนใหญ่จะฟื้นกลับคืนมา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นเรื่องการหารือเกี่ยวกับเรื่องของโรคลัมปีสกิน ดิซีส (Lumpy Skin Disease) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วก็เป็นไวรัสที่ระบาด ในโค กระบือ แล้วก็โดยเฉพาะภาคอีสานถือว่าเป็นปัญหาหนักมากนะครับ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านได้ไปเยี่ยมที่จังหวัดมหาสารคาม ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ถือว่าแนวทางในการจัดการของรัฐบาลนี้ท่านก็ได้ให้แนวทาง ในการชดเชย ในการที่จะรักษา ในการป้องกันนะครับ ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ถือว่าเป็นโรคระบาดในสัตว์ ก็คือโค กระบือนะครับ จังหวัดมหาสารคาม ของผมนี้มีประชากรโค ๑๙๖,๐๐๐ ตัว แล้วก็เป็นกระบืออยู่ ๕๖,๐๐๐ ตัว ทั้งหมด ก็ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ตัว ป่วยประมาณ ๑๒,๐๐๐ ตัว แล้วก็ตายเป็นตัวเลข ๑,๐๙๑ ตัว อันนี้เป็นตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการนะครับ รอการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรายงาน จากทางผู้ใหญ่บ้าน ทางกำนัน ซึ่งถือว่าชาวบ้านประสบปัญหาเยอะ เพราะว่าอะไรครับ วัว กระบือของเขาแต่ละตัวนี้ต้องไปกู้ ไปลงทุนเอาทรัพย์เอาสินไปจำนองจำนำแล้วเอามาซื้อ เพื่อเป็นการลงทุนให้กับครอบครัว ถือว่าเป็นทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของครอบครัวของเขา เพราะฉะนั้นแล้วการที่โคกระบือได้เสียไปถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องการรักษา ตอนนี้ชาวบ้านก็เหนื่อยครับ เพราะว่า ค่ารักษาโรคนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าแต่ละครั้งเข็มหนึ่ง ๓๐๐ บาทบ้าง ๕๐๐ บาทบ้าง ไม่รู้กี่เข็ม ชาวบ้านก็ไม่มีสตางค์ แล้วก็มาเสียค่ารักษาของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมนี่เป็นหมอคนนะครับ ก็ไปศึกษาเรื่องนี้ครับ ก็มาเป็นสัตวแพทย์จำเป็น ก็ทราบว่าเป็นโรคไวรัส แล้วก็มีระยะฟักตัว ๓๐ วัน แล้วก็รักษานี้ จริง ๆ ถ้ารักษาตามอาการ เพราะว่าไวรัสรักษาตามอาการ แล้วก็ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนนะครับ อัตราตายก็ไม่สูง ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะฟื้นกลับคืนมา ช่วงอาทิตย์แรกชาวบ้านตกใจ เพราะว่า วัว กระบือก็จะซึมนะครับ ตรงนี้ที่เรียกว่าคอกของวัวเลย ซึ่งตอนนี้โรคนี้ปัญหาก็คือว่า อันนี้เป็นรูปท่านประภัตร โพธสุธนไปที่จังหวัดมหาสารคามนะครับ ท่านไปฉีดวัคซีน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
คือจริง ๆ วัคซีนก็เป็นเรื่อง ที่ผมจะอภิปรายต่อไปนะครับ และโรคนี้ในอนาคตอาจจะเป็นโรคตามฤดูกาล เหมือน โรคไข้เลือดออกของคนนี่ล่ะครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเดี๋ยวก็จะหายไป แล้วก็ จะกลับมาเป็นโรคตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นการวางแผนเรื่องวัคซีนนี้เป็นเรื่องสำคัญ วัคซีนตอนนี้อาจจะไม่สำคัญแล้ว เพราะว่ามาไม่ทัน ติดไปแล้ว หรือบางคนมีเชื้อไปแล้ว แล้วไปฉีดวัคซีนยิ่งทำให้โรคยิ่งแย่ลงนะครับ นี่ก็คือเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต ก็คือว่า รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการที่จะเป็นฐานผลิตวัคซีน ซึ่งตอนนี้ได้สนทนากับ ท่านประภัตร โพธสุธน ก็ชื่นชมนะครับ ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้ประเทศไทยของเรา เป็นฐานผลิตวัคซีน ซึ่งโรคนี้ในอนาคตอาจจะเป็นโรคประจำท้องถิ่น แล้วก็เป็นโรคประจำ ฤดูกาล และอาจจะต้องฉีดวัคซีนเป็นประจำ ทีนี้อัตราการชดเชยที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดไว้ ตอนนี้มีกำหนดแค่ไม่เกิน ๒ ตัว แล้วก็อายุน้อยกว่า ๖ เดือน วัวให้ ๖,๐๐๐ บาท กระบือให้ ๘,๐๐๐ บาท ๖ เดือนถึง ๑ ปีได้ ๑๒,๐๐๐ บาท กระบือได้ ๑๔,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปีก็ ๑๖,๐๐๐ บาท กับ ๑๘,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒ ปี ก็ ๒๐,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านประธานครับ ค่าชดเชยนี้ไม่ตรงกับราคาของกระบือ ของโคที่แท้จริง ชาวบ้านก็ต้องขาดทุน แล้วก็ต้องเป็นหนี้เป็นสินกับสหกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ก็นำเรียนรัฐบาล เพื่อจะจัดงบชดเชยเป็นพิเศษ คือว่าตอนนี้โรคคนก็เกิดขึ้นแล้ว เงินกู้ เราก็มากมายนะครับ ขอให้ท่านอย่าช้าเหมือนโรคโควิด (COVID) วัคซีนช้า ทุกสิ่งช้า ทำให้เกิดปัญหาที่ไม่ทันท่วงที ฉะนั้นแล้วโรคนี้ก็เหมือนโรคโควิด (COVID) ของคน ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) อยากให้มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว เพราะว่าตอนนี้ ระบาดไปทั่วแล้ว จังหวัดมหาสารคามของผมตอนนี้ก็ตายไป ๑,๐๐๐ กว่าตัวแล้ว แล้วก็มี อำเภอเมืองป่วย ๕๐๖ ตัว ตาย ๑๐๔ ตัว อำเภอแกดำป่วย ๓,๐๐๖ ตัว ตาย ๑๐๘ ตัว แล้วก็ทางปศุสัตว์ จริง ๆ ผมก็ไปหาท่านปศุสัตว์นะครับ ท่านก็ทำเต็มที่ แต่ว่างบประมาณ น้อย คนน้อย ก็ต้องสนับสนุนเวชภัณฑ์จาก อบต. อบจ. ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็ต้องขอสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวชภัณฑ์ การวางแผนในการที่จะสั่งวัคซีน ตอนนี้เห็นว่าท่านสั่งมา ๓๐๐,๐๐๐ โดส ๖๐,๐๐๐ โดส ตอนนี้ก็อาจจะ ไม่ทันท่วงทีนะครับ แล้วก็เวชภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งคือยาฆ่าแมลง แล้วก็ยารักษาโรค ที่แทรกซ้อน ซึ่งตอนนี้ทางพื้นที่ก็ยังขาดแคลนนะครับ แล้วก็ชาวบ้านเสียเข็มละ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เงินเขาก็จะหมดไป ก็นำเรียนท่านประธานว่าตอนนี้อยากให้รัฐบาลสั่งการ ให้ชัดเจน ท่านประภัตรบอกว่าจะเสนอรัฐบาลให้มีการชดเชยให้เป็น ๒ เท่าของราคาปัจจุบัน แล้วก็ไม่จำกัดจำนวนกระบือ โคที่ ๒ ตัว ก็ฝากรัฐบาลว่าขอให้อย่าจำกัดจำนวนโค กระบือ ๒. ให้ชดเชยให้เร็ว ให้เต็มราคา แล้วก็ต้องแก้ไขปัญหาล่วงหน้า อย่าให้ชักช้านะครับ แล้วก็ในท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประภัตร โพธสุธน อีกครั้งหนึ่งที่ไปเยี่ยมเยือน ที่จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ให้คำแนะนำแล้วก็ให้การสนับสนุนหลาย ๆ อย่าง ขอบพระคุณ มากครับ