กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่กำลังระบาดในประเทศ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน รวมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นคือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) คือบททดสอบ ขีดความสามารถของระบบราชการต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน สิ่งที่เราต้องการคำตอบมากที่สุดในขณะนี้ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มีสาเหตุมา จากอะไร ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าเป็นไวรัสที่ผ่านแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุง แต่นั่นก็เป็นการ คาดการณ์เบื้องต้น สิ่งที่เราต้องการก็คือการใช้ความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่แท้จริง ในการที่จะให้คำตอบนี้ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์ สัตวบาลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแม้กระทั่งของมหาวิทยาลัยจะต้องเร่งทำความร่วมมือในการที่จะหาคำตอบต่อคำถาม เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และในเวลาเดียวกันมาตรการของการแก้ไขวันนี้ที่ผมตั้งใจใช้คำว่า วิกฤติโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพื่อต้องการที่จะบอกท่านประธานครับว่ามันเป็นเรื่อง เร่งด่วน นั่นหมายความว่าการกระจายยา การกระจายการรักษา แม้กระทั่งการชดเชย ช่วยเหลือจะต้องถึงพื้นที่ ถึงพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทั่วถึง ที่ผมจะต้องพูดเช่นนี้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าผมลงไปทำงานในพื้นที่ที่จังหวัดสกลนคร และผมเห็นว่า วัวที่จังหวัดสกลนครนั้นที่ติดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มีจำนวนมาก และยิ่งไปกว่านั้น ผมก็พบว่าในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ก็มีสถานการณ์ที่มีการแพร่กระจายโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ไปถึงภาคใต้แล้ว เช่นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดสุราษฎร์ธานี สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากกว่านั้น ก็คือว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้จะกลายพันธุ์และทำให้สัตว์ชนิดอื่นติดอีกหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของภาคใต้ ถ้าติดแพะผมคิดว่าพี่น้องมุสลิมในภาคใต้ก็จะเดือดร้อนมาก จังหวัดกระบี่ที่เราไปทำโครงการเรื่องแพะก็จะเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง จากตัวอย่างดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน แน่นอนครับการแก้ไขปัญหาด้านหนึ่งคือการให้เงินชดเชยครับท่านประธาน การให้เงินชดเชยนั้นเป็นส่วนหนึ่งนะครับ แต่ไม่ใช่เป็นมาตรการในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด สิ่งที่เกษตรกรต้องการอย่างยิ่งครับท่านประธาน ขออนุญาตเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตร สิ่งที่เกษตรกรต้องการไม่ใช่เงินชดเชยเท่านั้น เราต้องการชีวิตวัวของเราให้อยู่รอดครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กรุณาให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเลี้ยงวัวที่จังหวัดสกลนคร แล้วก็คนเลี้ยงแพะที่จังหวัดกระบี่ ที่ผมทำงานอยู่ กรุณายืนยันกับเราว่าจะรักษาชีวิตวัว ชีวิตแพะให้ได้ เพราะวัวนั้น เป็นเงินออมที่สำคัญมากของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนภาคอีสาน ซึ่งสมาชิก หลายท่านได้พูดไปแล้ว สำหรับในการจ่ายเงินชดเชย ท่านประธานครับ มันมีเรื่องของ กฎระเบียบของทางราชการ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กระบวนการของระเบียบราชการนี้จะต้องมีการพิสูจน์ซาก ผมถามว่าถ้าวัวตายนี้ต้องให้เก็บ ซากไว้ แล้วก็รอให้กรมปศุสัตว์ไปพิสูจน์หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นการระบาดก็จะ มากยิ่งขึ้นไปอีก ผมจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว เราลงไปทำงานที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็เกิด โรคใบด่างขาวของมันสำปะหลังครับ ในขณะนั้นพื้นที่ที่จังหวัดนครราชสีมามีเพียงประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่เท่านั้น แล้วเราก็รายงานอย่างรวดเร็วไปที่กระทรวง กระทรวงก็บอกว่า จะรีบดำเนินการแก้ไขครับท่านประธาน แต่ปรากฏว่าใช้เวลาอีกหลายเดือนมากกว่าจะแก้ไข วันนั้นโรคใบขาวของมันสำปะหลังมันแพร่กระจายไปกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ครับท่านประธาน ผมไม่อยากเห็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งวันนี้ตัวเลขในภาคอีสานตายไปประมาณ หลายหมื่นตัว ผมไม่อยากที่จะได้ยินว่าถึงวันที่วัวในภาคอีสานตายหมดแล้ว เงินเยียวยา ก็ยังไปไม่ถึง นั่นหมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์จะต้อง นั่งลงกับกรมบัญชีกลาง พูดกันให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการเยียวยานี้ให้กับเกษตรกร อย่างรวดเร็วและทั่วถึงอย่างไร อย่าใช้กฎระเบียบที่เป็นราชการปกติมาแก้ปัญหาที่เป็น เรื่องวิกฤติ ซึ่งอันนี้เราได้พูดกันเยอะแล้วสำหรับโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่าให้ปัญหา โควิด-๑๙ (COVID-19) มาเกิดขึ้นกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ครับ ท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธาน คำถามก็คือว่าการเกิดครั้งนี้ถ้าเราแก้เป็น ครั้ง ๆ ไปก็จบไป แต่ท่านประธานครับ ไม่มีใครประกันได้นะครับว่าปีหน้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ความรู้เบื้องต้นทางไวรัสวิทยาบอกกับเราว่าการเกิดโรคระบาดนี้มันมีวงจรของมัน แล้ว ๑ ปี โดยประมาณมันจะกลับมาอีก นั่นก็หมายความว่าในปีหน้า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะกลับมาอีกครับท่านประธาน เราก็ไม่อยากเห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหา ด้วยวิธีการเดิม ๆ ต้องให้ท่านนิยม เวชกามา ลุกขึ้นมาหารือในวาระเร่งด่วน แล้วก็แก้ แจกเงินไป แล้วก็จบไป เราไม่อยากอย่างนั้นครับท่านประธาน เราอยากเห็นการแก้ไขปัญหา ที่เป็นระบบมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าเราจะทำอะไร และทำอย่างไรกับโรคระบาดอันนี้ ตั้งแต่เรื่องของการป้องกัน การรักษา ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนสัตว์จะมีได้ไหม ยารักษาโรค จะมีได้หรือไม่ นั่นหมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะต้องจัดงบวิจัยให้กับ กรมปศุสัตว์ ผมเชื่อว่าตรงนี้เป็นเงินไม่มากเลย โดยเร่งด่วนเพื่อทำการวิจัยไวรัสโรคนี้ และหาทางแก้ให้ได้ และจะช่วยให้องค์ความรู้นั้นนำไปสู่การแก้ไขสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ ของประเทศอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นเรายังจะสามารถขายวัคซีนสัตว์ที่เราพัฒนาได้อีกต่อไป นั่นก็เป็นประโยชน์ของทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือเยียวยา ให้กับเกษตรกรดังที่ผมได้กล่าวแล้ว ผมขออนุญาตฝากนะครับว่าให้คิดทางบัญชี บอกกับ กรมบัญชีกลางว่าให้คิดทางบัญชีของราคาปัจจุบันของโคนั้น ไม่ใช่ชดเชยตามตัวเลข ที่เขียนในกฎระเบียบ เราต้องการราคาความเป็นจริง เพราะนั่นก็คือการสูญเสียจริง ของพี่น้องเกษตรกรของผม ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดสกลนคร หรือในอนาคตที่หวังว่า จะไม่เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดสงขลา เป็นต้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ฝ่ายเลขาธิการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกรุณาบันทึก เรื่องราวนี้ส่งไปยังรัฐบาลว่าขอให้มีการถอดบทเรียนวิกฤติลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพื่อที่เราจะได้เฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่อยากเห็นปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราคิดว่าคนไทยมีสติปัญญา มีความรู้พอที่จะสรุป บทเรียน และป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตได้ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ