ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมโดยไม่มีแผนจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเสนอให้รัฐลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนโดยการงดหรือลดค่าเช่าที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคแทนการกู้เงินเพื่อเยียวยา
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต่อกรณีที่รัฐบาลได้เสนอในเรื่องของการออกพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสังคมจากการระบาดของโรคเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ให้สภาแห่งนี้เพื่อที่จะให้ความเห็นชอบ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึง ประเด็นที่ลงไปในรายละเอียด ที่ว่าพวกเราไม่สามารถที่จะให้ความเห็นชอบได้ เพราะเหตุ ที่ว่าการเสนอ เสนอเพียงแต่หลักการและเหตุผล ไม่ได้มีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการที่จะ นำเม็ดเงินงบประมาณไปใช้จ่ายแต่เพียงอย่างใด เมื่อสักครู่ตอนประมาณ ๖ โมงครึ่ง ในสภา แห่งนี้เรารู้สึกตื่นเต้นที่นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้นำของประเทศได้มาตอบคำถามตอบข้อสงสัย กับเพื่อนสมาชิกว่าการที่ท่านขอกู้เงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม การเยียวยาช่วยเหลือ ชดเชย หรือแม้แต่ด้านการ สาธารณสุข ท่านประธานครับ ต่อให้ท่านกู้อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ ล้านล้านบาท หรือ จำนวนเท่าไรก็ตามแต่ แต่ถ้าท่านยังหาวิธีการในการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ได้มันก็ไม่มีประโยชน์ครับ การที่เราจะมุ่งหวังในการที่จะ ทำให้เศรษฐกิจฟื้น จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ลืมตาอ้าปากได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ถ้าเรายังหยุดยั้งเรื่องของการแพร่ระบาด เรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ได้ ผมยืนยัน กับท่านประธานว่า ถึงแม้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบในการที่จะให้กู้เงินไปจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ก็แทบจะไม่มีประโยชน์ เปรียบเสมือนกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ท่านประธานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ใช้ชีวิตอยู่ ในกรุงเทพมหานครเหมือนกับผมที่เป็นผู้แทนของกรุงเทพมหานคร ถ้าท่านประธานได้ดูสถิติ แม้แต่รอบบ้านท่านประธานเอง ซึ่งบ้านของท่านประธานอยู่ซอยหมอเหล็ง เขตราชเทวี ผม เป็นผู้แทนเขตดินแดง ห้วยขวาง เขตรอยต่อติดกับบ้านท่านประธาน พี่น้องชาวแฟลตแถว นั้นยังติดเชื้อกันเกือบทุกวัน กระบวนการในการหยุดยั้งขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปตามที่ ผู้มีอำนาจได้ออกมาพูดเลยท่านประธานครับ แม้แต่เรื่องของการตรวจเชิงรุก ในกรุงเทพมหานครตอนนี้ ท่านประธานลองถามดูสิว่าเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบันนี้มีการตรวจเชิงรุกให้กับคนไปจำนวนมากน้อยแค่ไหน ถ้าเทียบกับจำนวน ประชากรที่มีอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก การตรวจแต่ละครั้ง มาตรวจ ๓ วันเชิงรุก วันละ ๕๐๐ คน จำกัดเฉพาะคนที่เป็นคนไทย ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างอย่างเขตดินแดง ห้วยขวางผม มีชาวต่างชาติเยอะแยะมากมาย ไม่มีโอกาส ได้ตรวจ เมื่อวานนี้ผมก็ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติเป็นผู้ใหญ่ ๕ คน เด็กอายุ ๒ เดือน ๑ คน เด็กอายุ ๗ เดือน ๑ คน ติดเชื้อโควิด (COVID) อยู่ในชุมชนเดียวกัน และยังมีคนต่างชาติอีก จำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจ ถามว่าแล้วอย่างนี้การใช้ชีวิตเขาก็มาปะปนอยู่กับพวกเรา คนไทย แล้วมันจะหยุดยั้งเรื่องของการระบาดเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างไร ในขณะที่เรายังรอความหวังในเรื่องของการที่จะต้องใช้วัคซีนมาเป็นตัวช่วยในการที่จะแก้ไข ปัญหา ฉะนั้นผมมองว่าการกู้ครั้งนี้ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าหากว่าเรามีวิธีอื่นในการที่จะ แก้ปัญหาไหม ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีและผมเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ ภายใต้ หน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐบาลที่ไปเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน มีมากมายหลายหน่วยงานที่ไปเก็บเงิน เก็บค่าเช่าจากพี่น้องประชาชน ถามว่าแล้วทำไม รัฐบาลไม่ทำนโยบายในเรื่องการที่จะช่วยประชาชน ยกตัวอย่างว่าการเคหะแห่งชาติมีพื้นที่ ในการให้เช่า ผู้ค้าทำเป็นตลาด ยกเว้นค่าเช่าให้เขาสิครับ ลดค่าเช่าให้เขาสิครับ ผู้พักอาศัย ที่อยู่ในพื้นที่แฟลต บ้านเอื้ออาทร ลดค่าเช่าให้เขาสิครับ งดเว้นการเก็บค่าเช่าครับ ไม่จำเป็น จะต้องไปกู้เงินมาเยียวยาเลย ไม่ต้องไปเสียภาษี ไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ย แค่นี้พี่น้องประชาชน เขาก็สามารถที่จะยืนอยู่ได้ในระดับหนึ่งแล้วครับท่านประธานครับ แต่รัฐบาลไม่เคยพูด ออกมาจากปากแม้แต่คำเดียวว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมไม่ทราบนะครับว่าทำไมท่านจะต้องมา ขูดเลือดกับปู ถึงเวลาที่ท่านหยุดได้ ท่านก็หยุด ค่าน้ำ ค่าไฟ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เขาไม่ต้องจ่ายเขาก็เอาเงินตรงนี้ไปซื้อไปใช้จ่ายในการที่จะดูแลคุณภาพชีวิตของเขา ฉะนั้น ตรงนี้ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานสรุปว่ากระบวนการถ้าเรายังไม่สามารถที่จะหยุดยั้งใน เรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้การกู้เงินไปก็ไม่มีประโยชน์ ฝากในเรื่องของการบริหาร จัดการ ในเรื่องการตรวจเชิงรุก ในเรื่องของการที่จะสกัดกั้นโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้ได้ อย่างจริงจัง ตรวจแล้วต้องเอาไป ไม่ใช่ตรวจแล้วให้กลับไปอยู่ที่เดิม ๓ วัน ๕ วัน ถึงมาเอาตัว ไป อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ครับท่านประธานครับ เชื้อไม่สามารถหยุดได้ เศรษฐกิจก็ไม่สามารถ ที่จะเดินได้ ขอบคุณท่านประธาน ฝากถึงนายกรัฐมนตรีด้วยครับ