อภิชาติ ศิริสุนทร ตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ใช้งบประมาณสูงแต่เบิกจ่ายได้น้อย และมีปัญหาทั้งด้านคุณสมบัติผู้เข้าร่วมที่เข้มงวด ขั้นตอนที่ล่าช้า รวมถึงการออกแบบโครงการที่ไม่สอดคล้องกับบริบทจริง จนส่งผลให้เกษตรกรเข้าร่วมต่ำกว่าเป้าและเกิดคำถามเรื่องประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส ทบทวนความเหมาะสมของโครงการ และพิจารณาการใช้เงินกู้ 5 แสนล้านบาทอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวซ้ำรอยและคุ้มค่ากับภาษีของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอท่านประธาน อภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ประเทศไทยรับผลกระทบ จากโควิด (COVID) ทำให้เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจต่อพี่น้องประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ร้านค้าต่าง ๆ ทยอยปิดจำนวนมาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจที่มาจาก มาตรการการแก้ไขปัญหา การรับมือโควิด (COVID) ของรัฐบาล ท่านประธานครับ แรงงาน จำนวนมากที่อยู่ในกรุงเทพมหานครไม่มีงานทำ จึงกลับบ้านหวังเพียงว่าบ้านเขายังพอที่จะมี ข้าวในการที่จะเลี้ยงชีวิตของเขาได้ สิ่งที่เขาคาดหวังหลังจากกลับบ้านก็คือรัฐบาลก็ต้องควร พื้นฟูภาคเกษตรเพื่อรองรับเขาเหล่านั้น แต่เท่าที่ผ่านมารัฐบาลก็ปล่อยให้ประชาชนเหล่านั้น เคว้งคว้าง หลายโครงการที่รัฐบาลดำเนินการไม่ตอบโจทย์กับพวกเขาเหล่านั้น ในจำนวน หลายโครงการนั้นก็มีการออกแบบโครงการด้านการเกษตรและการอนุมัติงบประมาณ ผ่าน ๒ หน่วยงานคือสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลโครงการ ๑ ตำบล เกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้งบประมาณ ๘,๓๓๙ ล้านบาท และกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยก็ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบทฤษฎีใหม่โคก หนอง นา โมเดล โดยใช้งบประมาณ ๔,๗๘๐ ล้านบาท โดยเป้าประสงค์ของโครงการทั้ง ๒ นี้มีจำนวนต้องการ ที่จะจ้างแรงงานในจำนวน ๔๐,๐๐๐ คน ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไร่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ๓ เท่าใน ๒ ปี เพิ่มพื้นที่ปลูกป่า ๑๐ ล้านต้น เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำ ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เกิดพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ นี่คือเป้าหมายครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน ๑ ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นทำให้ ๒ โครงการที่เคยตั้งวงเงินไว้สูงถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทถึงเบิกจ่ายได้เพียง ๑,๓๘๐ ล้านบาทเท่านั้น คิดเป็นร้อยละ ๑๐ ที่เบิกจ่ายได้จริง เรียกว่าแรงงานที่ตกงานแล้วไปอยู่บ้านกลับไปหลายรอบก็ยังไม่ได้เข้าร่วม โครงการนี้ เกิดปัญหาอะไรขึ้นครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมคงไม่ได้มาบอกว่าโครงการเหล่านี้ดีหรือไม่ดี เพราะนั่นเป็นเรื่อง ของวิชาการ เพราะนั่นเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์การเกษตร แต่คิดนะครับ ผมมีหน้าที่ ที่จะตรวจสอบรัฐบาล ถ้ารัฐบาลอ้างว่าโครงการเหล่านี้จะนำไปสู่การฟื้นฟูการแก้วิกฤติ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรก็จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้มีประสิทธิภาพคุ้มเงิน ภาษีของราษฎร ให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ท่านประธานครับ ผม และ ส.ส. ทวีศักดิ์ ทักษิณ นั่งอยู่ข้างผมรวมถึง นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ สมาชิกพรรคก้าวไกล ได้ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคามเพื่อร่วมคุยกับพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ คุยกับ ข้าราชการที่ดำเนินโครงการ คุยกับผู้รับจ้าง ก็พูดง่าย ๆ ละครับ ลงพื้นที่เพื่อคุยกับทุกฝ่าย พบปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายและติดขัดจริง ๆ ครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะเริ่มจากภาพใหญ่ ก่อน ประเด็นแรก ทั้ง ๒ โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณล่าช้า รัฐบาลไปทำอะไรอยู่ ต้องดีเลย์ (Delay) โครงการไปถึง ๒-๓ เดือน ต่อมาการเริ่มโครงการก็มีมาตรการที่กำหนด ขึ้น ที่มีคุณสมบัติที่ทำให้เกษตรกรเข้าถึงโครงการได้ลำบาก เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้อง มีอายุไม่เกิน ๖๐ ปี ต้องยินยอมให้หน่วยงานราชการเข้าใช้พื้นที่ ๗ ปีหรือกำหนดว่าต้อง ขุดสระ อันนี้สำคัญครับ ขนาด ๔,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ก็ทำให้เกษตรกรที่เขามีสระน้ำ บ่อน้ำอยู่แล้วไม่อยากเข้าร่วมโครงการเพราะเสียดายพื้นที่การเกษตรของเขา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านประธาน เกษตรกรที่มีที่ดินทำกินน้อยอยู่แล้วไม่สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เหล่านี้ได้ ดังนั้นทำให้เขาเสียโอกาสครับ ส่วนเกษตรกรอีกจำนวนหนึ่งก็บอกว่าไม่มั่นใจกับ โครงการว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ซึ่งเขาไม่อยากเสี่ยงเอาที่ดินของตัวเองไปทดลองโครงการ เดิมทีตั้งเป้าหมายว่าเกษตรกรต้องเข้าร่วม ๖๔,๐๐๐ ราย แต่จริง ๆ มาสมัครแค่ ๒,๑๐๐ ราย ไม่ถึง ๑ ใน ๓ ด้วยซ้ำไป
ประเด็นต่อมาการออกแบบแปลนโครงการที่ออกไปจากส่วนกลางนี่เป็น ปัญหาสำคัญ ออกแบบแปลนจากส่วนกลางไป แต่การปฏิบัติจริงไม่สอดคล้องกับพื้นที่ ไม่สามารถที่จะทำโครงการให้ราบรื่นไปได้ ตอนแรกก็ว่าจะขุดคลองไส้ไก่ยาว ๑ กิโลเมตร เป็นพื้นที่ ๓ ไร่ แต่ว่าจนแล้วจนรอดผู้รับเหมาก็โวยวาย มันเป็นไปไม่ได้ ขุดอย่างไรตั้งใจขุด อย่างไรมันก็ไม่ถึง เพราะมีพื้นที่แค่ ๓ ไร่ จะไปขุดคลองไส้ไก่เป็นกิโลเมตร นี่เป็นความ บิดพลิ้วของแบบแปลนที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งปริมาณ คิวดินที่บอกว่าต้องขุดให้ได้ ๔,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร หรือ ๔,๐๐๐ คิวดิน แต่ความเป็นจริง ขุดอย่างไร เราไปดูในพื้นที่อย่างไรก็ขุดไม่ได้ อย่างไรก็ขุดไม่ถึง ทำให้ผู้รับเหมาทั้งหลาย ทั้งปวงในพื้นที่ที่เราสอบถามมาเขากระซิบเพื่อนว่าอย่าไปร่วม อย่าไปเซ็นสัญญาโดยเด็ดขาด เพราะโครงการนี้แบบแปลนมันปฏิบัติไม่ได้จริง ขั้นตอนเยอะแยะมากมาย ซับซ้อน เบิกเงิน ก็ช้า นี่เป็นข้อเท็จจริงครับท่านประธาน อย่างกรณีที่ผมไปเจอมาในลักษณะของการขุดคลอง ถ้าจะทำให้ถูกสเปก (Spec) ต้องขุดลึก พอผู้รับเหมาขุดลึกไปเจอดินดานที่ไม่สามารถขุดได้ พอไม่สามารถขุดได้ก็ขอเสนอแก้แบบ แก้แปลน ก็โยนกันไปโยนกันมาระหว่างหน่วยงาน ราชการ โยนกันไปโยนกันมาระหว่างผู้รับจ้างกับหน่วยงานราชการ ถึงที่สุดแล้วไม่รู้ว่าใครจะ มีอำนาจในการแก้ไขแบบแปลนนั้น สุดท้ายถึงที่สุดแล้วก็ต้องปรับแบบแปลน ลดแบบแปลน ลง อีกกรณีหนึ่งที่ผมไปเจอมาก็คือพยายามขุดให้ได้สเปก (Spec) ขุดลึก พอขุดลึกก็ไปเจอ สายแร่เกลือหรืออะไรบางอย่างผมไม่แน่ใจ ต้องรอการตรวจสอบอีกที ปกติผมมีสไลด์ (Slide) แต่สไลด์ (Slide) ไม่ขึ้น เพราะว่ารู้สึกอาจจะไม่ได้รับอนุมัติ พอเจอดินที่มันมี ความเป็นดินเค็มปลาก็ตาย คาดว่าดินนั้นน่าจะขุดไปแล้วถึงชั้นเกลือทำให้เจอดินเค็ม น้ำก็ละลายเกลือออกมาทำให้เกิดน้ำเค็ม แล้วน้ำลักษณะอย่างนี้ก็ไม่สามารถที่จะเอาไปใช้ เพื่อทำการเกษตรได้ ทำให้สุดท้ายบ่อที่ขุดก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เสียดายพื้นที่ดินทำกิน ของชาวบ้านอีกต่างหากหน่วยงานเองที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ พยายามจะชี้ให้เห็นว่าหน่วยงาน ที่ได้รับผิดชอบโครงการทั้ง ๒ โครงการนี้ไม่มีความพร้อม ไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่ดีพอที่จะไปปรับใช้แบบแพลน (Plan) ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ไม่นับว่าก่อนหน้านี้กลุ่มผู้รับเหมาเขาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ว่ามีขบวนการเรียกร้องหัวคิวด้วยนะครับท่านประธาน ใครอยากได้งานต้องถูกหักหัวคิว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไปให้นายผม ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับท่านรัฐมนตรีว่านายคนนั้น เป็นใคร ขออนุญาตท่านช่วยไปตรวจสอบด้วยนะครับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่ก็มีการ ยืนยันแล้วล่ะว่าไม่มีเรื่องอย่างนี้ แต่ถึงที่สุดก็ยังสงสัยอยู่นะครับ คณะรัฐมนตรีช่วย ไปตรวจสอบให้ผมด้วยนะครับ ปัญหาขวากหนามเยอะแยะทั้งหมดทำให้ผู้รับเหมาเอง ชาวบ้านเอง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เอง ก็ไม่อยากจะดำเนินโครงการต่อ ท่านประธานครับ โครงการโคก หนอง นา และเกษตรทฤษฎีใหม่เหล่านี้หากทำให้สำเร็จดี ๆ มันต้องใช้ความ พยายามอย่างสูง ต้องใช้ทรัพยากรสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เงินทุนในการปรับแต่งพื้นที่ ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่มีความรู้ความสามารถในการใช้ทรัพยากร ขนาดนั้นจึงต้องหวังรัฐบาล แต่สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่เหมือนกับเล่นกับความรู้สึก ความคาดหวัง ของพี่น้องประชาชน เพียงต้องการผลาญเงิน กู้เงินให้หมดเป็นวัน ๆ หรือเปล่า นับแต่จะกู้ เงินหรือผลาญเงินให้หมดเป็นวัน ๆ ก็ยังไม่มีความสามารถที่จะเบิกจ่ายได้ นี่เป็นข้อเท็จจริง นะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน เอกสารฉบับนี้ที่ผมถือ เป็นเอกสารหนังสือท้วงติงจาก สตง. ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแนะนำตักเตือนการใช้ งบประมาณ งบประมาณทั้ง ๒ โครงการนี้ สตง. เข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีความเสี่ยง ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่คุ้มค่า ไม่สอดคล้อง ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แล้วอย่างไรครับ ก็เริ่มโครงการ ๑ ตำบล ๑ เกษตรทฤษฎีใหม่ มีการตั้งวงเงินเกือบหมื่นล้านบาท จริง ๆ แล้ว ปรับลดลงมาเหลือแค่ ๓,๕๕๐ ล้านบาท สตง. พูดเลยนะครับท่านประธาน สำนักงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขาดความพร้อมที่จะดำเนินโครงการ อย่างที่เล่าไปแล้ว นะครับ คนสมัครเข้าร่วมโครงการน้อย ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ ถึงแม้จะปรับลด โครงการแล้ว มีเกษตรกรที่ขอยกเลิกโครงการจำนวนมาก การปรับลดโครงการลงมาหลังจาก ที่ตั้งโครงการไว้ว่า ที่จะดำเนินงานต้องมีหนอง มีโคก มีนา มีคลองไส้ไก่ แต่ตอนนี้ปรากฏว่า โครงการลดลงเหลือหนองธรรมดาแล้วครับท่านประธาน ลดหนองลงมาอย่างเดียวไม่พอ ยังไปลดขนาดของหนองอีก นั่นก็หมายถึงว่าทำทุกอย่างล่ะครับเพื่อให้โครงการดำเนินการ ต่อไปได้ ไม่ดูข้อเท็จจริงว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ สุดท้ายลดทุกอย่างแล้วเกษตรกรก็ไม่สมัคร เข้ามาตามเป้าอยู่ดีครับท่านประธาน ท่านประธานครับ พอลดลงมาแล้วต้องลดจำนวน เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ จาก ๑๖ รายต่อตำบล เหลือ ๒ รายต่อตำบล ลดลงมาเรื่อย ๆ แถมไม่พอครับ ไประดมเอาเกษตรกรที่ร่วมโครงการอื่นมาใส่ พอเอามาใส่แล้วปัจจัยการผลิต ก็ไม่ให้เขา ให้แต่หนองเพียงอย่างเดียว อย่างนี้มันจะทำให้โครงการดำเนินการไปได้สำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ เห็นชัด ๆ ว่าสำนักงานปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ หรือแม้แต่กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ไม่มีความรู้ ความสามารถเข้าใจในโครงการนี้พอ ดังนั้นคณะกรรมการกลั่นกรองการจ่ายเงินกู้เมื่อรู้ว่า ๒ หน่วยงานนี้ไม่สามารถที่จะปฏิบัติให้ไปบรรลุตามวัตถุประสงค์จริง ๆ แต่ท่านก็ยังอนุมัติ งบประมาณให้ ท่านต้องรับผิดชอบนะครับ สำหรับคณะกรรมการกลั่นกรองการจ่ายเงินกู้ที่ ได้อนุมัติโครงการเหล่านี้ไป ท่านประธานครับ สุดท้ายผมขอฝากอยู่ ๒ ประเด็น ฝากคำถามดัง ๆ และให้รัฐบาลตอบผม ให้ชัด ๆ ๒ ประการ
ประการที่ ๑ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทฉบับนี้ เรากำลังพิจารณา อยู่นี้มันมีโครงการทำนองนี้อีกหรือไม่ แล้วถ้ามีจริง ๆ ตั้งใจจะทำต่อ ท่านจะแก้ไขปัญหาที่ คาราคาซังมา ๑ ปีได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวกู้มาอีกก็เจ๊งอีกเหมือนเดิมล่ะครับ
ประการที่ ๒ ในเอกสารของ สตง. มีข้อเสนอแนะว่าสำหรับโครงการที่ ไม่มีความคืบหน้าหรือมีความพร้อมในการดำเนินการ แม้การดำเนินการต่อไปก็มีแนวโน้มว่า จะไม่บรรลุไปตามวัตถุประสงค์ ควรเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณายุติโครงการ เพื่อนำเงินกู้ ที่เหลือจ่ายไปใช้ดำเนินการโครงการอื่นที่มีความพร้อม มีความจำเป็นเร่งด่วน อันจะช่วยให้ การใช้จ่ายเงินกู้เกิดประโยชน์สูงสุด อยากถามทางคณะรัฐมนตรี อยากถามท่าน นายกรัฐมนตรีชัด ๆ ว่าท่านได้พิจารณาข้อตักเตือนเหล่านี้หรือไม่
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมหวังว่าการอภิปรายในสภาเพื่อตรวจสอบ ความคืบหน้าและความมีประสิทธิภาพของโครงการเหล่านี้ในสภาของผมจะเป็นประโยชน์ กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายประชาชนที่รอความหวังที่จะกลับไปอยู่บ้าน และมีโครงการดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้างที่ถอดใจไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่รู้ว่าจะผิดพลาด ตอนไหน อยู่ดี ๆ จะไปติดคุกติดตะรางหรือเปล่า โครงการเหล่านี้ก็พูดกันตรง ๆ ครับ คือโครงการที่สืบสาน ต่อยอด ประยุกต์แนวพระราชดำริ แต่รัฐบาลเอามาทำเล่น ๆ ไม่จริง ไม่จัง ไม่ระมัดระวังรอบคอบกันแบบนี้ ผมเกรงว่าจะไม่ส่งผลดีต่อใครครับ ผมฝาก ทางคณะรัฐมนตรี ผมฝากนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ผมฝากแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ