ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้ถึงความสำคัญของการให้เกียรติและรักษาวินัยในสภา พร้อมแสดงความเสียใจต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมระหว่างการประชุม ขณะเดียวกันได้ชี้แจงการบริหารประเทศภายใต้ความท้าทายจากโควิด-19 เศรษฐกิจที่หดตัว และการใช้จ่ายงบประมาณกู้กว่า 1 ล้านล้านบาท โดยย้ำถึงความรอบคอบในการบริหารจัดการ มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และการเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตในทุกมิติ รวมถึงการใช้จ่ายด้านสาธารณสุข การจัดหาวัคซีน โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ การช่วยเหลือผู้ประกอบการและเอสเอ็มอี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งในนโยบายการเงินและการแก้ปัญหาหนี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่รักทุกท่านนะครับ ผมก็ได้ติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่เช้า เนื่องจากผมมีภารกิจสำคัญ ที่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีหลายงานที่ผมในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องทำหลายงาน แล้วบางงานก็มีการบริหาร มีคณะทำงานทำอยู่แล้ว แล้วก็จำเป็นต้องตัดสินใจในหลายเรื่อง ด้วยกัน ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เมื่อเย็นนี้ก็ไปเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผมแต่งชุดขาวมาสภาเมื่อกี้นี้ ผมให้ความสำคัญกับสภา ในระบบรัฐสภา ให้เกียรติท่านเสมอ แต่ทุกคนก็ต้องรู้ว่าการให้เกียรติมันต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผมฟังมาเมื่อเช้านี้ ผมก็สะท้อนใจนะ การใช้คำพูด การใช้วาจาอะไรต่าง ๆ ผมขออนุญาตบ่นสักหน่อยเถอะ มันควรจะเกิดขึ้นในสภาไหม ไม่ว่าจะเรื่องการฉีกกระดาษ ฉีก พ.ร.บ. ฉีกอะไรพวกนี้ โน่นข้างล่าง ผมว่าใช้ทำข้างล่างโน่นไป มันไม่สมควร ผมไม่เคยเห็น ในยุคที่ผ่านมามันดีขึ้น หรือมันแย่ลง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ แต่ผมก็เคารพอยู่ดี วันนี้ก็กลับมาตอบคำถามเดิม ๆ ฟังข้อมูลเก่า ๆ ไม่ว่าจะ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๕ ไม่ว่าจะ พ.ร.ก. เงินกู้ เดี๋ยวก็อภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ข้อมูลอันเดิมนั่นล่ะ ชี้แจงไปแล้วก็ไม่ฟัง ผมก็อยากจะ กราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชน ติดตามด้วยแล้วกันนะครับ ว่าอะไรที่เราตอบไปแล้ว แล้วอะไรที่ท่าน ส.ส. บางท่านพูดออกมามันใช่ข้อเท็จจริงหรือไม่ ผมฝากกราบพี่น้อง ประชาชน ผมคิดว่าอย่าดูถูกประชาชนนะครับ วันนี้รับรู้รับทราบเยอะพอสมควรแล้ว จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันวันนี้ ผมก็คงเกริ่นไว้ได้เท่านี้ก่อนนะครับ
ในกรณีโรคระบาดนี่ ท่านก็พูดมาว่ามีระยะ ๑ ระยะ ๒ ระยะ ๓ ผมถามว่า วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด (COVID) มันจะจบเมื่อไร มันจะจบได้ไหม ก็ไม่มีใคร ตอบได้ รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมไหม ก็ต้องเตรียม งบประมาณภาครัฐมีไหม การจัดเก็บรายได้เพียงพอไหม ก็ไม่พอ การบริหารราชการในงบเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ถ้าใครเคยเป็นรัฐบาลก็จะรู้ว่ามันยากง่ายแค่ไหนในการที่จะเบิกจ่ายอย่างที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ได้พูดไปแล้ว แต่ก็พยายามเร่งอย่างเต็มที่ ไม่ใช่อนุมัติเข้า ครม. แล้ว แล้ววันรุ่งขึ้นเบิก วันมะรืนจ่าย มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างอีกเท่าไร ท่านไม่เคยทำหรืออย่างไร ก็แสดงว่าแต่ก่อนท่านไม่ต้องทำสิถึงได้เร็ว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ จำเป็นต้องพูดลักษณะนี้บ้าง ให้ท่านเข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรด้วยความไม่ละเอียด รอบคอบ ประชุมไม่รู้กี่ประชุม คณะทำงานไม่รู้กี่คณะทำงาน พอประชุมทบทวนท่านก็ว่าช้า ไม่ทบทวนท่านก็บอกทุจริต ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรมนะครับ ผมยืนยัน ก็โชคดี ที่ในสภานี้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าพูดข้างนอกก็มีปัญหาเหมือนกันล่ะ ไอ้พวกชอบพูดข้างนอก ระวังด้วยแล้วกัน ผมเอาข้อเท็จจริงมาสู้ท่าน ผมไม่ได้เอาเรื่องโกหกบิดเบือนมาสู้ท่าน ผมพูด ไม่ได้ ผมเป็นคนหนึ่งที่ถวายสัตย์ปฏิญาณไว้แล้วว่าผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือผม ในเรื่องของจีดีพี (GDP) มันหดตัว มันก็หดตัวมันก็หดลงล่ะครับ มีประเทศไหนมันไม่หดบ้างล่ะ สถานการณ์อย่างนี้ มันก็หดทุกประเทศ มากน้อยบ้าง เราก็กำลังสร้างเศรษฐกิจใหม่ของเราขึ้นมา เพื่อจะให้มี รายได้ในอนาคต รู้จักคำว่า อนาคตไหม เคยทำบ้างไหม อนาคตนะ แล้วรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านก็อยู่ในรัฐบาล ท่านทำบ้างไหมแบบวันนี้ที่ทำ ถนนหนทาง การลงทุน การทำอีอีซี (EEC) โครงสร้างพื้นฐาน ระบบดิจิทัล การใช้ข้อมูล ทุกอย่างทำมา ๕ ปีบวก ๒ ปีนี้ทั้งนั้นล่ะ ผมจำได้เหมือนกันว่า ผมเข้ามาผมเจออะไรบ้าง ผมคงต้องไม่มาพูดทั้งหมด รู้แน่แก่ใจกันทั้งหมด การอนุมัติ งบประมาณเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทก็มีอยู่ ๓ ยอด ก็พูดไปหลายครั้งแล้ว งบสาธารณสุขก็ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท งบที่ ๒ งบที่ ๓ เป็นงบฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งสามารถสลับงบตรงนี้ได้ เพื่อให้ มันสามารถจะหมุนจ่ายได้คล่อง งบสาธารณสุขผมไม่เคยไปตัดท่านเลย แต่การจัดซื้อจัดหา ต่าง ๆ มันต้องเข้ากระบวนการ ทุกอันล่ะครับเข้ากระบวนการหมด หรือสมัยรัฐบาลท่านไม่มี ก็ไม่รู้เหมือนกัน กระบวนการตรวจสอบ ท่านก็พูดแต่ว่ารัฐบาลนี้ไม่มีการตรวจสอบ ทำไม มันจะไม่มี ผมไม่ถูก ป.ป.ช. ไม่ถูก สตง. ไม่ถูกอะไรเขาตรวจสอบมาบ้างหรืออย่างไร ผมก็ ชี้แจงไป ผมพูดหลายครั้งแล้ว เว้นแต่บางคนที่มันชี้แจงไม่ได้นั่นล่ะ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจ ลดลงแน่นอน ปี ๒๕๖๓ ลดลงร้อยละ ๖.๑ แต่ลดน้อยกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดการณ์ไว้ที่ ๘.๑ ตัวเลขมันแสดงให้เห็นได้ชัดว่า ๘.๑ กับ ๖.๑ ถ้ามันคาดการณ์ไว้แล้ว มันไปโน่น ไป ๑๐.๑ ก็ว่ากันอีกอย่างหนึ่ง เราก็พยายามทำกันอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ด้วยการ ช่วยเหลือประชาชน มีประชาชนกี่คน กี่กลุ่ม กี่พวก ท่านบอกเรื่องการจ้างงาน วันนี้มีมาตรา ๓๓ ไปดูไหม กระทรวงแรงงานเข้าไปดูไหม เคยคุยกับสมาคมแรงงานเขาไหม ผมต้องทำงาน กับสมาคมแรงงาน กองทุนประกันสังคม ช่วยไหม และรัฐบาลอีกหรือเปล่าล่ะ ก็รัฐบาลอีก นั่นล่ะ วันนี้ก็ดีใจที่ได้รับความร่วมมือจากสมาคม จากกองทุนต่าง ๆ เขาพร้อมที่จะมาช่วย รัฐบาล เขารู้ว่ารัฐบาลนั้นหนักพออยู่แล้ว มีหลายคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่นี่ล่ะ พูดกลับไป กลับมาจนสับสนอลหม่านไปหมด ผมไม่อยู่ ท่านก็บอกว่าผมไม่ฟัง แต่เวลาผมพูด ท่านก็ ไม่อยู่ พูดแล้วพูดอีก พูดแล้วพูดอีก คำเดิม ผมจำได้เข้ามา จีดีพี (GDP) ลดลง ไอ้นี่ลดลง ไอ้นั่นลดลง หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น หนี้สาธารณะก็เพิ่มตามอะไร ตามเงินกู้ ผมถามว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันกู้ทีเดียวหรือเปล่า ทยอยกู้ใช่ไหม ดอกเบี้ยมันก็ขึ้นตามนั้นใช่ไหม วงเงินมันก็ขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม มีกฎหมายทุกตัว ผมคงไม่โง่กู้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์โดยที่ มันผิดกฎหมายหรอก
เรื่องระบบสาธารณสุข จ่ายเงินไปทั้งหมด ๔๔,๔๗๙ ล้านบาท ทั้งค่า วัคซีนด้วยอะไรด้วย ค่าวัคซีนไม่ต้องกลัวหรอก มันจะตั้งไว้ที่ไหนก็แล้วแต่ รัฐบาลหาให้ ได้เสมอ ผมยืนยัน ท่านเป็นคนบอกผมเองว่าครั้งที่แล้ว ท่านบอกงบประมาณ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เอาไปเลย งบบุคลากร ที่เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์พอ แล้ววันนี้ท่านมาบอกเอานี่ ไปดูนั่น เอานั่นไปดูนี่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของท่านเอามาจากไหน พอไหม ผมพูดผ่าน ท่านประธานนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปชี้อะไรใครอีก แต่พอท่านชี้ผมก็โดนเหมือนกันล่ะ ผมจำเป็นต้องพูดบ้าง เพราะว่าผมฟังท่านถล่มมาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ท่านไม่เคยฟังผม เดี๋ยว ท่านก็ไป ค่าเสี่ยงภัยก็ให้ ค่าวัคซีน สาธารณูปโภคก็มีไว้ให้ เดี๋ยวไม่มีมันก็งวด ๒ ไม่มีก็ปรับ งบอื่นมาให้อีก เพราะมันปรับได้ พอปรับไปซื้อวัคซีน ท่านก็บอกดูแลคนได้น้อย ท่านรู้ ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน ขออนุญาตเอ่ยนาม มันมีผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ สักเท่าไร ท่านรู้ไหมว่าเอสเอ็มอี (SMEs) มีเท่าไร ๕ ล้านกว่าราย ผมจะช่วยทุกคน ๕ ล้าน รายได้เท่ากันหมดไหม มันก็ต้องมีกติกา วันนี้ก็ใช้กลไกต่าง ๆ ที่บริหารให้ได้ ให้ร่วมมือกัน ให้ลดปัญหาหนี้สิน ในส่วนของเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยก็เป็นการบริหารเงินของ ธนาคารพาณิชย์เขา ไม่ได้กู้ การเข้าถึงตรงนี้ท่านรองอธิบดีก็ชี้แจงไปแล้วว่ากำลังจะปรับ หลักเกณฑ์ให้ง่ายคือ ผมถามว่าคนที่จะมากู้เงินกับท่านมันมีหลักทรัพย์อะไรให้เขากู้ไหม ผมจะให้เขาไปกู้กับท่าน นี่กำลังจะปลดว่าไม่มีหลักทรัพย์แล้วจะทำอย่างไร กระบวนการประนอมหนี้ทำอย่างไร คลินิกแก้หนี้ทำอย่างไร ถ้าท่านบอกว่าเอาแต่เงิน เงิน เงิน อีกทางหนึ่งบอกกู้ไม่ได้ อันนั้นก็ไม่ได้ ภาษีก็ไม่ให้เก็บ มันย้อนแย้งไปหมด ใครก็ทำ ไม่ได้ ถ้าท่านทำได้ก็เข้าเป็นรัฐบาลได้ ท่านทำได้ก็ทำไป ค่าเครื่องมือแพทย์กว่า ๓๐,๐๐๐ รายการ ปรับปรุงก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์อีก ๗๘๖ แห่ง ทำไมผมไม่ให้ความสำคัญล่ะ ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะพร้อมไหม โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลเตรียมไว้สำหรับใคร โรคปกติ มันทยอยป่วย ทยอยเข้ารักษาพยาบาล วันนี้ป่วยเท่าไร มันเคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ในโลก ไหม ผมเห็นทุกประเทศผู้นำโดนหมด แต่ผมไม่เห็นใครมันชิงชังรังเกียจเท่าประเทศไทยนี้เลย