มิ่งขวัญ วิจารณ์การใช้เงินกู้-บริหารโควิด ชี้ล้มเหลว-กระทบเศรษฐกิจรุนแรง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อภิปรายเรื่องเงินกู้ 500,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาและแนวทางการใช้จ่าย โดยวิพากษ์การบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐในการควบคุมการระบาดและการเยียวยา ทั้งในด้านการเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการจริง การจัดสรรวัคซีนที่ขาดความชัดเจนและไม่เป็นธรรม รวมถึงปัญหาการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขและปรับปรุงระบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ผมจะขออนุญาตอภิปรายในหัวข้อเรื่อง เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็พยายามคิดว่า หัวข้อมันก็เหมือนชื่อหนังนะครับ จะเริ่มต้นอย่างไรดี ขอสไลด์ (Slide) แผ่นแรกขึ้นมาเลย ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

โควิด (COVID) เศรษฐกิจ ปากท้องและความตาย ผมยืนยันนะครับ นี่ไม่ใช่ชื่อหนังธรรมดา แต่เป็นชีวิตของคนไทย ในปี นี้ครับ โควิด (COVID) มาเกี่ยวกับเศรษฐกิจทั้งมหภาค จุลภาค มาเกี่ยวกับปากท้อง และที่สำคัญกำลังเชื่อมโยงไปถึงความตายนะครับ หลายท่านคงจำได้ดีเรามีปัญหา เรื่องเศรษฐกิจเพราะเชื่อมโยงไปโควิด (COVID) แต่ปัญหาโควิด (COVID) มาเริ่มต้นเมื่อต้น ปี ๒๕๖๓ ตรงนี้อาจจะตัวเลขเล็กไปนิดหนึ่งนะครับแต่ผมขออนุญาตอธิบายว่าหลังจากที่โควิด (COVID) เข้ามาระบาดในประเทศไทยในปี ๒๕๖๓ ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตัดสินใจประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ แล้วท่านดูให้ดี ๆ เรียงมาเป็นตับ ท่านมีการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉินทั้งหมด ๑๒ ครั้ง รวมครั้งแรกด้วย เป็น ๑๓ ครั้ง ถามว่าท่านต่อมาเพื่ออะไร เพื่อที่จะควบคุม สถานการณ์ บัดนี้รวมสิริเวลาได้ทั้งหมด ๑ ปี ๔ เดือนกับ ๖ วันครับ คราวนี้เราไปดูว่าทำไม ท่านถึงออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผมจะพยายามคิดในแง่บวกก่อนนะครับ แต่ที่แน่ ๆ การที่ท่าน มาขอกู้วันนี้มันต้องมีการตรวจสอบครับ เพราะสภามีหน้าที่ตรวจสอบ เราไปดูครับว่าสาเหตุ ใหญ่อะไรเกิดขึ้นกับประเทศไทยวันนี้ครับ ไปดูกันต่อไป หลายคนคงจะจำได้ดีนะครับ เดือนธันวาคมปี ๒๕๖๒ เกิดโควิด (COVID) ๒๕๖๓ ต้นปี ๒๕๖๓ ประมาณเดือนมีนาคม ต่อเดือนเมษายนเราตัดสินใจปิดประเทศครับ เราควบคุมสถานการณ์ได้ค่อนข้างดีจนได้รับ คำชื่นชมจากทั้งโลก แต่แล้วจุดเปลี่ยนของสถานการณ์โควิด (COVID) ในประเทศไทยเกิดขึ้น จากคำ ๓ คำนี้ครับ มหาชัย บ่อนการพนันที่จังหวัดระยองและภาคตะวันออก และทองหล่อ ผมให้คำจำกัดความสั้น ๆ ผมย้ำนะครับ วันนี้ผมคิดว่าคนไทยทั้งหมดรู้เรื่องราวเหตุการณ์ อยู่แล้ว แต่จะเรียบเรียงว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ เหตุการณ์ที่มหาชัยปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงงาน ต่างด้าวไม่ว่าจะเป็นพม่า ลาว หรือกัมพูชา มาทำงานที่มหาชัย มีกระบวนการขนแรงงาน เถื่อน ผมย้ำนะครับ ทั้งหมดอยู่ภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การขนแรงงานเถื่อนเข้ามาแน่นอนครับ เขาไม่ได้ตรวจสุขภาพ โควิด (COVID) จึงระบาดใหญ่ ตรงนี้ถามว่าเสียหายเป็นหลักเท่าไร เป็นหมื่น ๆ ล้านครับ เพราะตลาดมหาชัยคือตลาดส่งอาหารทะเลออกสู่ทั้งประเทศ กุ้ง หอย ปู ปลา พอมาบ่อนการพนัน มีการจับได้หลายระลอก แต่ที่เป็นข่าวใหญ่เกรียวกราวครับ คือ ที่จังหวัดระยองครับ ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนรับเงินสินบนครับ พอมา ทองหล่อ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นปลายเดือนมีนาคม และเหตุการณ์นี้ได้บานปลายเป็นจุดเปลี่ยน ที่สำคัญ เหตุผลเพราะว่าเจ้าหน้าที่บางตำแหน่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ดูสไลด์ (Slide) แผ่นนี้ ผมเน้นคำเหล่านี้นะครับ การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งสำคัญจึงเกิดการ ระบาดอย่างรุนแรง จุดเปลี่ยนของวิกฤติเศรษฐกิจ โยงไปยังจุดเปลี่ยนของวิกฤติโควิด (COVID) และมาโยงตรงคำว่าการตัดสินใจผิดพลาดครั้งสำคัญจึงเกิดการระบาดรุนแรง การระบาดรุนแรง เพราะอะไร ท่านจำได้ไหมครับ เหตุการณ์ทองหล่อเกิดขึ้นปลายเดือน มีนาคมต่อต้นเดือนเมษายน เรามีวันหยุด พอดีสงกรานต์ ท่านดูปฏิทินผมไม่ได้มาพูดเล่นกับ พวกท่านว่าเอาปฏิทินมากางทำไม ท่านดูวันที่ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ทั้งหมดรวมแล้ววันหยุดติดต่อกันโดยรัฐบาลสนับสนุนให้เป็นวันหยุดพิเศษ คือวันที่ ๑๒ บวกด้วยเสาร์อาทิตย์หน้า เสาร์อาทิตย์หลัง ลาหยุด ๑ วันทั้งหมด ๙ วัน เป็นวันหยุด ที่ต่อเนื่อง สิ่งที่ผมไม่ทราบท่านนายกรัฐมนตรีคิดอย่างนี้หรือเปล่า เพราะท่านเป็นหัวหน้า ศบค. และคณะแพทย์คิดอย่างนี้หรือเปล่า พอผมดูตรงนี้ผมเทียบกับปี ๒๕๖๓ ท่านอย่าลืมนะ พ.ร.ก. ฉุกเฉินออกปี ๒๕๖๓ ห้าม ขอคนอย่ากลับไปบ้านตอนสงกรานต์ แต่ปรากฏว่า ปี ๒๕๖๔ เหมือนรัฐบาลและ ศบค. สนับสนุนให้กลับไปบ้านตอนสงกรานต์ครับ หลังจาก ที่กลับไปเยี่ยมบ้าน ๙ วันนี้นะครับ ท่านเชื่อหรือไม่ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าการติดตามข้อมูลข่าวสาร ปรากฏคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ บอกว่าหลังจากวันที่ ๑๘ เป็นต้นไปของเดือนเมษายน ประมาณ ๑ เดือนถึง ๑ เดือนครึ่ง จะเกิดการระบาด โดยเฉพาะแพทย์ทางด้านระบาดวิทยาบอกว่าจะเกิดการระบาดอย่างใหญ่ หลวงที่สุดครับ เดี๋ยวไปดูว่ามันจริงหรือไม่จริง ท่านไปดูแผ่นต่อไปครับ

ไปดูแผ่นต่อไปครับ นี่คือจำนวนผู้ป่วยในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเราควบคุมสถานการณ์ ได้ดีนะครับ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่าเฉพาะเดือนเมษายนปี ๒๕๖๓ มีผู้ติดเชื้อเพียง ๑,๓๐๓ คน มีผู้เสียชีวิต ๔๔ คน แต่ก่อนเราลุ้น ปีที่แล้วเราลุ้นคนตายอยู่ที่ ๒๐ ๓๐ ๔๐ หรือไม่มีเลย ปรากฏว่าปี ๒๕๖๔ เดือนเมษายนมีผู้ติดเชื้อถึง ๓๖,๒๙๐ คน ถ้าเทียบเป็น เปอร์เซ็นต์นะครับ เหลือเชื่อ ตัวเลขนี้ไม่ผิดพลาด ๒,๖๘๕ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขก้าวกระโดด ขึ้นมา เสียชีวิตจาก ๔๔ คน ขึ้นมาเป็น ๑๐๙ คน ทั้งหมด ๑๔๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านอย่าลืม นะครับว่านี่คือผลที่เกิดจากตัดสินใจผิดพลาดเมื่อกี้ เราย้อนไปดูอีกแผ่นหนึ่งครับ อีกแผ่นหนึ่งจะบอกได้ เมื่อกี้เราบอกว่าเดือนเมษายน เราไปดูเดือนพฤษภาคม ตอนนี้ตรง ๆ นะครับ โควิด (COVID) ได้ออกฤทธิ์แล้วครับ ปี ๒๕๖๓ มีผู้ติดเชื้อ ๑๒๗ คนตลอดเดือนพฤษภาคม เสียชีวิต ๓ คน พอปี ๒๕๖๔ ท่านขยี้ตาตัวเอง ท่านอย่าคิดว่าตาท่านมองตัวเลขเบลอไป นะครับ ๙๔,๖๓๙ คน ตัวเลขเติบโตขึ้นก้าวกระโดด ๗๐,๐๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ นี่คือ การตัดสินใจของผู้นำที่ผิดพลาด แล้วก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง บังเอิญเดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ เสียชีวิต ๓ คน แต่ปี ๒๕๖๔ เดือนพฤษภาคมเสียชีวิต ๘๒๘ คน ๒๗,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเทศไทยสร้างสถิติที่ตื่นตะลึงไปทั้งโลกครับ ท่านเชื่อไหมครับ การเติบโตถ้าผมจำวันที่ไม่ผิด ประเทศไทยก้าวจากอันดับที่ ตรง ๆ นะต้องบอกว่าบ๊วย ๆ คือไม่มีความหมาย ไม่มีนัยที่จะเป็นความเสียหาย วันหนึ่งเราก้าวกระโดดขึ้นไปเป็นอันดับ ๙ ของโลกจากเหตุการณ์ที่ตัดสินใจผิดพลาดในวันนั้นครับ

ไปดูแผ่นต่อไปครับ เรือนจำ ผู้ต้องขัง ผู้ติดเชื้อ ข้อมูลล่าสุดเรือนจำหลักมีอยู่ ๑๔๓ แห่ง ผู้ต้องขังมีอยู่ ๓๑๑,๗๘๕ คน จริง ๆ ผู้ต้องขังน่าจะปลอดภัย เพราะเขาอยู่ข้างใน เขาไม่มีอะไร แต่เนื่องจากข้างนอกเกิดการระบาดอย่างมหาศาล คนไปเยี่ยมจึงเอาเชื้อไปติด มีผู้ติดเชื้อวันนี้ ๑๖,๗๗๕ คน ผมกราบเรียนเตือนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี จะทำอะไรก็ทำครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผู้ต้องขังติดโควิด (COVID) เป็นหมื่นแล้วก็กลายเป็นแสน ทีนี้ท่านเอาไม่อยู่ทั้งประเทศนะครับ

ไปดูแผ่นต่อไปครับ วันนี้ผมนั่งฟังอยู่ทั้งวันตั้งแต่เช้าครับ มีคนนำเสนอ ความเศร้า ความโศก ความเสียใจ ความสูญเสีย ตรงนี้มีสั้น ๆ เพียงแต่บอกว่านายก ของสมาคมเขาออกมาเกี่ยวกับเรื่องคนที่ทำงานอยู่ ปรากฏว่าแรงงาน เนื่องจากธุรกิจสูญเสีย ทางด้านนี้ปรากฏว่าจะมีคนตกงานอย่างน้อย ๕๐๐,๐๐๐ คน ทางด้านประธานชมรม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร

ไปดูแผ่นต่อไปครับ ร้านอาหาร บริษัท ฟู้ดแพนด้า (Foodpanda) ผมไม่ได้ ค่าโฆษณาจากเขานะครับ แต่ผมกำลังจะบอกว่าเขาออกมาเปิดว่าการขี่มอเตอร์ไซค์ ขนอาหารจากร้านอาหารไปส่งยังบ้านลูกค้า ปรากฏว่าในช่วงนี้ร้านอาหารปิดไปถึง ๒๕,๐๐๐ กว่าร้านครับ ท่านว่านี่คือเศรษฐกิจโควิค (COVID) และความหายนะของประเทศ ไหมครับ คราวนี้เรามาดูต่อไปครับ วันนี้เรามาอภิปรายเรื่องอะไรครับ เรามาอภิปรายเรื่อง เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บังเอิญเหลือเกินเดือนมิถุนายนปี ๒๕๖๔ ณ วันนี้ วันนี้วันที่ ๙ ย้อนไปปีที่แล้ว ๑ ปี ๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ รัฐบาลเสนอเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท แล้วก็วงเงินอีก ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าอะไร ท่านบอกว่ามันเร่งด่วนมาก เพราะจะต้องไปแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) นี่ย้ำนะเป็น เงินกู้นอกงบประมาณ ผมเตือนความจำท่านนิดหนึ่ง และเดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูว่าการตรวจ การบ้านเที่ยวนี้ผมหวังว่าทางรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีจะเปิดใจกว้างและรับฟัง ว่าความผิดพลาดและการตัดสินใจของท่านก่อให้เกิดผลอะไรครับ ๑.๙ ล้านล้านบาทคือ วงเงินทั้งหมดในการมาขออนุมัติที่สภาแห่งนี้ และเป็น พ.ร.ก. เงินกู้ตรงสีชมพู ผมจงใจเน้น ให้เห็นว่าสีชมพูคือ ๑ ล้านล้านบาท ท่านบอกว่าจะเอาไปเยียวยา สีเขียว ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ คือไปดูแลธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ครับ ๔๐๐,๐๐๐ ไปดูเรื่องตราสารหนี้และ วงเงินของการเงินการธนาคาร เราจะพูดเฉพาะสีชมพู ๑ ล้านล้านบาทว่าท่านเอาเยียวยา ท่านเอาไปใช้แล้วมันเกิดอะไรขึ้นใน ๑ ปี ท่านดูนะครับ ๑ ล้านล้านบาท ท่านแบ่งเป็น ๓ วงเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท บอกเพื่อการแพทย์ สาธารณสุข และแน่นอนครับ วัคซีนอยู่ตรงนี้ แต่ต่อไป อีก ๖๘๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าจะเอาไปเยียวยาและเอาไปช่วยเหลือประชาชน ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ผมบอกเลยข้อ ๓ ดูลอย ๆ ตรวจสอบไม่ได้ จนถึงป่านนี้ก็ยังตรวจสอบไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ดีท่านสังเกตดูนะครับ ท่านให้ ความสำคัญกับแพทย์ สาธารณสุข วัคซีน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจำไม่ผิดผมลุกขึ้นมา อภิปราย ผมบอกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ไปตรงนั้น เพราะผมเดาว่ามันจะเกิดเรื่องว่าซื้อ วัคซีนพอหรือไม่พอ เมื่อสักครู่นี้ผมขออนุญาตเอ่ยถึง ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้อภิปราย ตอนงบประมาณแผ่นดินบอกว่า เงินซื้อวัคซีนยี่ห้อต่าง ๆ ใช้เงินอยู่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปดูแผ่นต่อไปครับ ตรงนี้ ผมเอาเฉพาะ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท สีเขียวนั้นคือกรอบวงเงินที่ไปใช้การแพทย์กับสาธารณสุข สีชมพูต่อมาตรงโน้นบอกว่าอนุมัติแล้วโครงการ แต่ตัวเลขจากสภาพัฒน์ล่าสุดข้างล่าง แทบไม่น่าเชื่อ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อการแพทย์สาธารณสุข ท่านเบิกจ่ายไปใช้จริงเพียง ๙,๕๔๕ ล้านบาท ๙,๕๔๕ ล้านบาท แปลว่าอะไร ผมจงใจให้เขาทำสีเหลืองเบ้อเร่อเลย เบิกจ่ายได้จริงจาก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ๒๑.๒๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วถาม จริง ๆ เถอะ ท่านดูแลโควิด (COVID) รอดหรือครับ วัคซีนเป็นอย่างไร อันนี้คือเหตุผลที่ผม กำลังจะบอกว่าปีที่แล้วท่านวางวงเงินผิด คิดตรงนี้ผิด วัคซีนจึงผิดด้วยครับ เรื่องเยียวยา และชดใช้กับประชาชน กรอบวงเงิน ๖๘๕,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติวงเงินไปแล้ว เบิกจ่ายไปได้ ๖๐๗,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่ายได้จริง ๘๘.๖๔ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ดูแล้วมาขอ มาอนุมัติ สภา อนุมัติ ท่านเบิกได้ตั้ง ๘๘.๖๔ เปอร์เซ็นต์ แต่มันทำไมถึงมีคำว่า แต่ และมีเรื่องหมายฉงน สนเท่ห์แปลกใจ ท่านไปดูแผ่นต่อไป อันนี้เบิกได้เยอะนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายหลังจาก สไลด์ (Slide) อันนี้ แต่ประเภทที่ ๓ ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม กรอบวงเงินท่านขอกำหนด เอาไว้ ๓ กรอบ กรอบนี้กรอบที่ ๓ จาก ๑ ล้านล้านบาท ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่า ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปดูอันสุดท้ายท่านเบิกจ่ายไปได้เพียง ๗๐,๒๙๔ ล้านบาท ท่านเบิกไป ได้เพียง ๒๖.๐๓ เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่าประเภทที่ ๑ คือการแพทย์สาธารณสุขและวัคซีน ท่านเบิกได้น้อยมาก ๒๑ เปอร์เซ็นต์ ฟื้นฟูตรงนี้เบิกได้ ๒๖ เปอร์เซ็นต์ มันเกิดอะไรขึ้น ที่บอกว่าเบิกได้เยอะคือก้อนที่ ๒ ที่ออกไปเยียวยาประชาชน ผมก็อภิปรายเตือนครั้งที่แล้วว่า เริ่มจากตัวแม่คือแอปพลิเคชัน (Application) เป๋าตังค์ วุ่นวายแทนที่จะจ่ายเงินช่วยเขา จ่าย โดยตรง ผมเทียบอเมริกาเทียบญี่ปุ่นเขาจ่ายโดยตรงหมดครับ ท่านไปแตกเป็นแอปพลิเคชัน (Application) นี่ผมตัดอันอื่นออกไม่ให้มาปวดหัวมาก ท่านดูแต่ละแอปพลิเคชัน (Application) สิครับ มาทั้งหมดเลยคนละครึ่ง เราชนะ ม.๓๓ อะไรก็แล้วแต่ ตัวสุดท้ายยิ่งใช้ยิ่งได้ ผมดูผมก็นั่งนึก นี่เป็นโพรโมชัน (Promotion) โทรศัพท์มือถือหรือเปล่า นี่เป็นการซื้อในห้างสรรพสินค้า หรือเปล่า ยิ่งใช้ยิ่งได้ ถ้าท่านอยากให้เงินหมุนเวียนท่านต้องฉีดเม็ดเงินลงไปที่รากหญ้า ทั้งหมดโดยตรง แล้วตรงนี้ผมบอกเลยนะ ตรงนี้มีเครื่องหมายคำถามเยอะไปหมดเลยครับ คนควรได้ไม่ได้คนไม่ควรได้ ได้เงินออกมาอย่างไร และในที่สุดคำครหาที่ดังที่สุดตรงนี้คือเอื้อ นายทุนแล้วเป็นทุนใหญ่ด้วย คราวนี้มาดูกันว่าวันนี้ท่านมาขอกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๔ ท่านคิดอะไรของท่านบ้าง ผมย้ำนะครับ ก่อนจะไปสไลด์ (Slide) แผ่นหน้า การใช้เงินตลอด ๑ ปี ที่ท่านบอกเร่งด่วนมันเป็นจริงหรือเปล่า เดี๋ยวท่านไป ทบทวนดู แล้วมันใช้ตรงวัตถุประสงค์หรือเปล่า เรามาดูกันหลังจากตรวจการบ้านปี ๒๕๖๓ ต่อปี ๒๕๖๔ คราวนี้มาดูปี ๒๕๖๔ แผ่นต่อไปครับ ผมจงใจให้เขาเขียนคำว่า วัคซีน ใหญ่ ๆ ทิ่มตาคนทั้งประเทศ ท่านอย่าลืมนะอารมณ์ของคนทั้งประเทศวันนี้คืออะไรครับ โควิด (COVID) ระบาด จะไปไหนก็กลัว ขนาดมาที่นี่นั่งกากบาทว่าต้องเว้นห่าง ต้องใส่ หน้ากาก ท่านรู้ไหมครั้งที่แล้วผมใส่หน้ากากหายใจไม่ออก ปึบปับ ๆ วันนี้ผมถึงตัดสินใจมา อยู่ตรงนี้ วัคซีนครับ ตอนนี้ทุกคนมุ่งไปที่วัคซีนว่าตกลงวัคซีนจะมาไหม ฉันจะได้ฉีดหรือเปล่า ไปหมอพร้อม วัคซีนไม่พร้อม ท่านทำไมไม่ออกแคมเปน (Campaign) อย่างนี้ล่ะ หมอพร้อม แต่วัคซีนไม่พร้อม ท่านกล้าออกแคมเปน (Campaign) อย่างนี้ไหมครับ แล้วถ้าเริ่มฉีดปูพรม เมื่อวันที่ ๗ ที่ผ่านมา ถ้าเราทำใจให้เป็นกลางผมนั่งดูข่าวนั่งดูทุกอย่างโรงพยาบาลต่าง ๆ ออกมาประกาศ ปรากฏรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่าใครบอกว่า ไม่พร้อมขอให้ออกมาชี้แจง แล้วรับผิดชอบด้วย แล้วจะเรียกมาสอบ ท่านจ่ายวัคซีนให้เขาได้ จริงหรือเปล่าไปดูแผ่นต่อไป ว่าด้วยเรื่องวัคซีนผมต้องพูดคำนี้ ครั้งที่แล้วเขาพูดโคแวกซ์ (COVAX) แต่มันยังไม่ลึกถึงกึ๋นผมจำเป็นต้องอภิปรายตรง โคแวกซ์ (COVAX) คืออะไรครับ เป็นโครงการที่ว่าพูดง่าย ๆ นะ ขายให้ในราคาพิเศษ ให้ความสำคัญก่อนครับ หรือมีบริจาค หรือมีช่วย ถ้าท่านเป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มโคแวกซ์ (COVAX) ปรากฏว่า ๑๐ ประเทศ ในอาเซียน (ASEAN) มีประเทศเดียวที่ไม่ได้อยู่ในกระบวนของโคแวกซ์ (COVAX) คือ ประเทศไทย ปรากฏท่านนายกรัฐมนตรีลุกออกมาตอบว่าอย่างไร บอกว่าโอ้ย เราก้าวข้าม ความยากจนแล้วครับ ผมถามจริง ๆ เถอะท่านรู้จักเศรษฐศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์หรือเปล่า เขามีรายได้ประชากรต่อหัวต่อคนเท่าไร ท่านรู้หรือเปล่าว่าประเทศบรูไนเคยมีรายได้ต่อ หัวต่อคนของประชากรโลกอันดับ ๑ ครับ ประเทศอินโดนีเซียละครับ ประเทศมาเลเซีย ทุกคนรวยกว่าเราหมดครับ ประเทศพม่าหรือเมียนมาร์ ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศเวียดนามเผลอ ๆ เขาแซงเราไปแล้ว สปป.ลาว ประเทศฟิลิปปินส์ ท่านจะบอกว่า เขารวยกว่าก็ไม่ได้ จะบอกว่าจนกว่า ไม่ได้ สรุปยอมรับเสียดี ๆ กลางสภาแล้วพูดให้คนเข้าใจ ว่าผมผิดไปแล้วครับ ท่านตกขบวนโคแวกซ์ (COVAX) นี่จบไปหนึ่ง เรื่องนี้ไม่พูดชัด ๆ อย่างนี้ เดี๋ยวท่านดิ้นอีก ท่านดูตรงนี้เปรียบเทียบให้เห็นครับ ไหน ๆ ก็พูดเรื่องอาเซียน (ASEAN) ๑๐ ประเทศแล้ว ไทยกับเวียดนาม ท่านจำได้ไหม เมื่อ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้ว ประเทศเวียดนาม แพ้สงครามประเทศเวียดนามครับ แพ้สงครามเวียดนามคือเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ ท่านดูประชากรวันนี้เขามีประชากรเกือบ ๑๐๐ ล้านคน ๙๘.๓ ล้านคน คนไทยมี ๖๖.๑ ล้านคน เรามีประชากรน้อยกว่าเขา ๓๒.๒ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยแล้วเอฟเวอเรจ (Average) ออกมา คนไทยเด็กเกิดใหม่ปีละ ๖๐๐,๐๐๐ คน เขาเกิด ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ตัวเลขเขาคิดง่าย ๆ เขา ๑๐๐ ล้านคน เรา ๖๖ ล้านคน ท่านดูผู้ติดเชื้อในประเทศเวียดนาม ๙,๐๒๗ คน แล้วผลของ การตัดสินใจผิดพลาดตอนสงกรานต์แล้วระเบิดระเบ้อตรงนั้น เราติด อันนี้ตัวเลขจริงนะครับ ผมย้ำ แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ศบค. ผมเตือนท่านนิดหนึ่ง ท่านอย่าทำให้คนงงเล่น ท่านบอกว่า นับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๔ และอีกปี ๓ เดือน ท่านเอาตัวเลขไปทิ้งที่ไหนครับ ตัวเลขจริง ๆ คือ ๑๘๒,๕๔๘ คน ประชากรน้อยกว่าเขาตั้ง ๓๒ ล้านคน เราติดโควิด (COVID) เยอะกว่าเขาขนาดนี้ แล้วท่านจะเอาอย่างไรครับ มาเรื่องเสียชีวิต ประเทศ เวียดนามเสียชีวิต ๕๓ คน เราเสียชีวิต ๑,๒๙๗ คน เวียดนามเราบอกว่าเขากำลังจะแซงเรา เศรษฐกิจการลงทุนกำลังไหลเข้า แล้วโควิด (COVID) ล่ะครับ เขาเมเนจ (Manage) เขาบริหารได้ดีกว่าเราหรือครับ ตรงนี้มาเรื่องของคนไทยกับการฉีดวัคซีนนิดหนึ่ง อายุ ๑๘-๕๙ ปี ๑๐ เดือนมีอยู่ประมาณ ๔๐ ล้านคน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ แต่อายุ ๖๐ ปีบวกขึ้นไป จนกระทั่งถึงเป็น ๑๐๐ ปี ก็แล้วแต่มีอยู่ ๑๑ ล้านคนเศษ ประชากร ๕๑-๕๒ ล้านคน เข้ามาเกี่ยวข้องกับวัคซีน ในแผ่นต่อไปไปดูครับ ตรงนี้รัฐบาลเป็นคนให้ข้อมูลว่าแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) คือ ๖๐ ปีอัป (Up) ๑๘-๕๙ ปี ๑๐ เดือนต้องฉีดซิโนแวค (Sinovac) ผมบอกเลยนะครับ คนไทยทั้งประเทศมีเครื่องหมายคำถามแต่เขาไม่กล้าพูด แต่ในสภา ต้องพูดความจริงครับ รัฐบาลดันซิโนแวค (Sinovac) ขอโทษนะครับ ตั้งแต่ต้นจนจบ คนไทย ไม่มีทางเลือกครับ ทำไมเราต้องฉีดซิโนแวค (Sinovac) เท่านั้น แล้วทำไมเราไม่มีสิทธิฉีด ยี่ห้ออื่นหรือครับ ท่านรู้ไหมคนกล้า ๆ กลัว ๆ นี้แม้กระทั่งเช้านี้ยังมีข่าวผู้หญิงอายุ ๔๗ ปี ฉีดซิโนแวค (Sinovac) แล้วเสียชีวิตในอีก ๑ วันต่อมา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ท่านอย่าเอาความตายของคนไทยมาเป็นเครื่องล้อเล่น ทำไมถึงต้องซิโนแวค (Sinovac) ครับ และที่สำคัญท่านต้องดูข้อมูลข่าวสารให้รอบด้านครับ ซิโนแวค (Sinovac) กับซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ต่างกันอย่างไรครับ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) อุปทูตของจีนมาให้สัมภาษณ์ คุณสุทธิชัย หยุ่น ในรายการกาแฟดำบอกว่าเป็นวัคซีนของรัฐ เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ ในขณะเดียวกันซิโนแวค (Sinovac) เป็นบริษัทเอกชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่รัฐบาล ไม่ติดต่อกับรัฐบาล ท่านติดต่อซิโนแวค (Sinovac) และท่านดันยี่ห้อนี้ยี่ห้อเดียว ท่านรู้ไหมครับ โชคดีเหมือนระฆังช่วย เมื่อวันที่ ๑ ที่ผ่านมานี้ซิโนแวค (Sinovac) เพิ่งได้ผ่านดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือองค์การอนามัยโลก ไม่อย่างนั้นท่านถูกปู้ยี้ปู้ยำจากสภานี้แน่นอนครับ

เรื่องการฉีดวัคซีนนี้ผมพูดจริง ๆ นะครับ ผมนั่งฟังข่าวด้วยความตั้งใจ ปรากฏว่าปวดหัวครับ เพราะอะไรครับ เดี๋ยวก็ให้วอล์กอิน (Walk-in) มาฉีด เดี๋ยวไปแล้วไม่มี ที่ฉีด เดี๋ยวให้ไปลงทะเบียนหมอพร้อม ฉีดหมอพร้อมบอกให้รอไปก่อนผมเอาคนที่ผมรู้จัก อายุ ๖๕ ปีไปฉีดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วย โรงพยาบาลบอกว่าแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ไม่มีแล้ว มีแต่ซิโนแวค (Sinovac) เขาก็ถามหมอบอกว่าก็รัฐบาลประกาศว่า อายุ ๖๕ ปีขึ้นไปต้องฉีดแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เชื่อไหมพยาบาลถามว่ามันไม่มี จริง ๆ คุณจะฉีดไหมซิโนแวค (Sinovac) ในที่สุดเขาก็ฉีดนะครับ แต่ในขณะเดียวกันภาพนี้ ภาพเดียวมันบอกเล่าเรื่องราวอะไรครับ สหรัฐอเมริกานะครับคนขึ้นรถไฟใต้ดินและเดินไป เขาถามบอกว่าขอไอดีการ์ด (ID Card) คุณจะฉีดไหม เขามีวัคซีน ขอโทษนะครับ ตั้งให้ เหมือนขายของ คุณจะฉีดหรือครับ ไฟเซอร์ (Pfizer) คุณจะฉีดจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ฉีดได้ทุกยี่ห้อ แถมยังไม่พอ ถ้าคุณฉีดแล้วคุณได้ตั๋วรถไฟฟรี ๗ วัน ๗ คืน รัฐบาลไทยคิดจะทำอะไรอย่างนี้หรือเปล่า อำนวยความสะดวกอย่างนี้ไหมครับ

พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ผมจะไม่พูดอะไรยาว เพราะมี ผู้อภิปรายไว้อย่างชัดเจนเต็มไปหมดทั้งวัน สาธารณสุข เครื่องมือแพทย์ ยา และวัคซีนท่าน ให้เพียง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนเลยนะครับ ผิดครับ ปีที่แล้วก็ผิด ปีนี้ก็ผิดอีก แล้วท่านจะเอาวัคซีนที่ไหนมาฉีด ท่านจะเอาเงินที่ไหน ท่านจะอ้างบอกว่าไปดึงเงินที่โน่นที่นี่ กลับไปย้อนไปเรื่องทำงบประมาณครับ อาทิตย์ที่แล้วก็นั่งเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่า ทำไมสาธารณสุข ทำไมเรื่องวัคซีนท่านไม่ให้ความสำคัญ พอมาอันที่ ๒ เยียวยาประชาชน และผู้ประกอบการท่านให้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าวิธีแจกยังเหมือนเดิม ไปผ่าน แอปพลิเคชัน (Application) เหมือนเดิมท่านก็จะได้กะปริบกะปรอย คนก็ไม่ได้รับ ความช่วยเหลือ พอมาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมนี้ท่านใส่มา ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็นั่งนึก ตรวจสอบไม่ได้อีกแล้วครับ ตรงนี้อยากจะกราบเรียนว่าอยู่ ๆ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายนผู้อำนวยการวัคซีนแห่งชาติ ถ้าไม่ผิด ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุขออกมาแถลงข่าวบอกว่าเราจะต้องฉีดให้เกิด ภูมิคุ้มกันหมู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปของประชากรภายในปี ๒๕๖๔ เราวางแผนที่จะสั่งวัคซีน ตรงนี้ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผมคิดว่าคงใช่ ซิโนแวค (Sinovac) ใช่ แต่ข้างล่าง ลงมาพูดเรื่องไฟเซอร์ (Pfizer) จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) โมเดอร์นา (Moderna) อะไรก็ไม่รู้ ผมเรียนท่านนิดหนึ่งนะครับ อันนี้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง นายกรัฐมนตรีด้วยความเคารพ อย่ามาพูดเล่นกับคนไทย นี่เรื่องความเป็นความตายนะครับ บางคนเขารอที่จะไม่ฉีดยี่ห้อนี้ เพราะเขาอยากมีทางเลือก ทำไมคนไทยอายุต่ำกว่า ๖๐ ปี ต้องฉีดซิโนแวค (Sinovac) ยี่ห้อเดียว ขอโทษนะครับขออนุญาตชื่อถึงอาจารย์หมอบางท่าน อาจารย์หมอบุญ วนาสิน ประกาศบอกว่าใครอยากฉีดยี่ห้อโมเดอร์นา (Moderna) ให้มาจอง ๓,๙๐๐ บาท ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด ผมก็นึกว่าตั้ง ๓,๙๐๐ บาท ฉีดซิโนแวค (Sinovac) ฟรี ปรากฏว่าอะไรครับ คนไปจองตั้ง ๒ ล้านกว่าคน นั่นแปลว่าอะไร ท่านยังไม่สามารถสื่อสาร ให้คนเชื่อได้ว่าปลอดภัย ผมบอกให้เลยนะครับ ท่านจะบอกว่าผมพูดประชด เปล่านะครับ ผมเป็นห่วงว่ารัฐบาลนี้ ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจการบริหารประเทศเท่านั้น เรื่องโควิด (COVID) ซึ่งเป็นความเป็นความตายท่านมีปัญหาในการสื่อสาร เหมือนถ้าพูดภาษาชาวบ้านนะครับ เป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง เหลือเวลาอีกกี่นาที ประมาณ ๔ นาทีเศษ