ปดิพัทธ์ สันติภาดา ตั้งข้อสังเกตถึงแผนการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่มีประสิทธิภาพในอดีต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแผนการใช้จ่ายอย่างชัดเจนและโปร่งใส ก่อนผ่านงบประมาณ หลังตั้งข้อสงสัยว่าอาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองแทนการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมเรียนท่านประธานแล้วก็ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่อยู่ห้องด้านหลังนะครับว่า ผมขอบคุณที่ท่านเสียสละเวลามา แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่การเสียสละนะครับ อันนี้เป็นหน้าที่ ของท่านนะครับ แล้วไหน ๆ ท่านมาแล้วก็ควรจะมานั่งอยู่ต่อหน้าพวกเราด้วย เพราะจริง ๆ เราอยากจะเห็นว่าความรับผิดชอบของท่าน วิสัยทัศน์ของท่าน และการตอบคำถามของ ท่านนั้น จะทำให้สภาแห่งนี้เชื่อใจท่านและยกมือให้ท่านได้หรือเปล่า แต่ถ้าท่านมาแล้วท่าน ไม่ปรากฏตัว ผมก็คิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร กลับไปก็ได้ ท่านประธานครับ ผมเห็นภาพของ ประเทศไทยเป็นอย่างไรครับ พี่น้องประชากรชนเขารู้สึกอย่างไรเวลาที่เรามาพิจารณาเงินกู้ ก้อนนี้กัน พี่น้องประชาชนเขารู้สึกเป็นฝันร้ายนะครับ เขามีฝันร้ายถึงเศรษฐกิจของเขาไม่พอ เขามีฝันร้ายเกี่ยวกับการศึกษาลูกเขาไม่พอ ตอนนี้เขามีฝันร้ายว่าเขาตายไปแล้วลูกเขายัง ต้องมาตามใช้หนี้ที่รัฐบาลนี้ก่อไว้ด้วย ผมไม่มีปัญหาครับ บ้านผมก็ทำธุรกิจ เงินกู้ถ้ามันเป็น เงินกู้เพื่อแก้ไขวิกฤติเฉพาะหน้าเราเข้าใจ เงินกู้ถ้าเป็นเงินกู้เพื่อการลงทุนที่มันมีแผนชัดเจน มีผลตอบแทนที่ชัดเจน มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน อันนี้เข้าใจแต่เงินกู้ที่ชัดเจนแล้วว่ารอบที่แล้วกู้ แบบนี้มันเจ๊ง ปีที่แล้วกู้ไป ๑ ล้านล้านบาท กระตุ้นอะไรไม่ได้เลย ไม่มีโครงการอะไรที่สำเร็จ เลย สาธารณสุขแบกรับภาระหนักหนาสาหัสเหมือนเดิมแต่ท่านยังกล้าเอาแผนเงินกู้แบบนี้ มาเสนอสภาอีกครั้งหนึ่ง รอบที่แล้วปล่อยได้บ้าง มั่ว ๆ ได้บ้าง เพราะไม่มีใครรู้จัก สถานการณ์โควิด (COVID) ดี แต่วันนี้เราทำเหมือนกับว่าเราไม่มีบทเรียนอะไรเลยในปีที่ผ่าน มาว่าแผนเงินกู้แบบที่ปีที่แล้วทำ ทำได้แต่หนี้เท่านั้นเองไม่สามารถช่วยเหลือประเทศที่เป็น คนป่วยแบบนี้ให้พลิกฟื้นมาได้ แล้วตอนนี้ผมจะบอกว่าถ้าเราไม่ฟื้นปีนี้เราเตรียมตัวตายปี หน้าได้เลยนะครับ ประเทศอื่นเขาฟื้นกันหมดแล้ว วางแผนมาแบบนี้ก็ต้องถามว่าแล้วรู้หรือ เปล่าว่าสถานการณ์ของการฉีดวัคซีนมันวุ่นวายขนาดไหน ที่ท้องถิ่นเขาต้องออกมาเอาเงิน ของตัวเองที่ไม่ค่อยจะมี ปีนี้ก็โดนตัดไปอีกตั้งหลายเปอร์เซ็นต์ ควักกันออกมาช่วยประชาชน ท่านรู้หรือเปล่า แล้วท่านจะผ่านงบวัคซีนหรือสาธารณสุขแค่นี้ได้อย่างไร ท่านรู้หรือเปล่า สภาพัฒน์ทราบหรือเปล่าว่าโครงการแบบรอบที่แล้วมันฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ได้ มีแต่โครงการ ที่เป็นเบี้ยหัวแตกเต็มไปหมดเลย จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร ไปขุดลอกคูคลองกัน ไปสร้างโอทอป (OTOP) กัน และจริง ๆ ท่านก็รู้ว่ามันไม่เวิร์ก (Work) เพราะอะไรครับ มันเบิกจ่ายได้จริงน้อยเหลือเกิน แผนที่มาจากทั่วประเทศ มาให้กรรมการได้กลั่นกรองนี้มัน เบิกออกไปใช้ไม่ได้ ท่านก็รู้ แล้วปีนี้จะใช้วิธีแบบนั้น ท่านคิดอย่างไรกันแน่ แล้วจริง ๆ ที่สภา แห่งนี้ต้องการคำตอบก่อนที่เราจะยกมือกันได้ท่านเอาแผนการใช้หนี้มาคุยกันหรือยัง ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. เขตนะครับ มีคนมาขอยืมเงินเยอะแยะไปหมด มีคนมาขอกู้ เงินเยอะแยะไปหมด เวลามาขอกู้เงินก็พูดอย่างนี้ทุกคนล่ะครับ เดือดร้อน จำเป็น ไม่อย่างนั้นครอบครัวจะตาย ไม่อย่างนั้นจะตกงาน แต่พอถามว่ากู้ไปทำอะไร ตอบไม่ได้ แบบนี้มันต้มตุ๋นนะครับท่าน เอาล่ะครับ ในส่วนต่าง ๆ ที่พวกเราได้อภิปรายกันตลอดทั้งวัน ผมคิดว่าเราชัดเจนแล้วว่าเราไม่มีปัญหาถ้ากู้ไปซื้อวัคซีน กู้ไปโปะให้กับสาธารณสุขที่โดน ตัดไป เราไม่มีปัญหาครับ ถ้าจะกู้แล้วทำได้ดีกว่าใส่กระเป๋าตังค์พี่น้องไปเดือนละ ๒๐๐ บาท เราเข้าใจว่าต้องกู้ไปได้ แต่ในส่วนที่ ๓ นี่ล่ะครับที่มีปัญหา คือแผนการเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ปีที่แล้วตั้งไว้ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติ ใช้จริงไปได้เพียงแค่ ๕๖.๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่บอกว่าเข้าเป้า ๆ คือโครงการที่แจกเงิน ใส่เข้าไปที่กระเป๋าของพี่น้องประชาชน หรือใส่เข้าไปที่ผู้ประกอบการ แต่ที่ไม่สามารถ ยอมรับได้เลยคือแผนที่ ๓ ในหมวด ๓ คือแผนฟื้นฟูประเทศ และถ้าใช้วิธีแบบเดิมนะครับ ผมตั้งข้อสงสัยเลยว่าเจตนาอะไรกันแน่ และงบก้อนนี้ถูกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และอื้อฉาว มากว่านี่คืองบหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าของรัฐบาล หว่านลงไปในจังหวัดต่าง ๆ หว่านลงไป ในหัวคะแนน ติดต่อวิ่งเส้นวิ่งสายเสนอโครงการกัน จะเอาอย่างนี้หรือครับท่าน สภาเรา จะยอมให้เงินแบบนี้เอาไปใช้แบบนี้หรือครับท่าน ไม่ได้กลัวยุบสภาเลยครับ เมื่อไรก็ได้ บอกมาเลย แต่ว่าถ้าทำแบบนี้ แล้วสร้างความได้เปรียบทางการเมือง ผมคิดว่าท่านใจดำ เกินไป ท่านประธานครับ พอเราไล่เลียงดูในหมวดที่ ๓ มันจะแบ่งเป็น ๔ หมวดย่อย ๆ ด้วยกัน หมวด ๑ ที่พูดถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจนี่นะครับเบิกไปได้นิดเดียว ดูภาพรวมก็ได้ ๕๖.๔๐ เปอร์เซ็นต์ รอบที่แล้วที่เบิกไปได้ พอไปดูหมวดที่เบิกได้เยอะมีแค่โครงการ เที่ยวด้วยกัน แล้วก็คนละครึ่งเท่านั้นเอง แต่ส่วนหลักที่ควรจะเป็นการรักษาการจ้างงาน การทำให้เกิดงานใหม่ การฟื้นฟูประเทศให้พร้อมสำหรับเศรษฐกิจในการเปิดประเทศนั้น ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ผลการใส่เงินกู้เพื่อการลงทุน เพื่อฟื้นประเทศด้วยมันสมอง และการบริหารของรัฐบาล ผลออกมาแล้วครับ ธนาคารเอกชนรายหนึ่งศึกษาแล้วนะครับว่า งบการเงินของสถานประกอบการจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ แห่ง ๓๘ เปอร์เซ็นต์จะมีปัญหา สภาพคล่องภายในปี ๒๕๖๔ และ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ มีความเสี่ยงเปราะบางที่จะเลิกกิจการ กิจการโรงแรม ร้านอาหาร ประมง สวนสนุก สถานบันเทิง สถานท่องเที่ยว ลูกจ้างจำนวน ๑๑.๘ ล้านคนมีความเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบ ลดเงินเดือน ตกงาน นี่คือผลงานของการใช้ เงินกู้รอบที่แล้วนะครับ ไม่สามารถฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาของประเทศได้เลย เมื่อวาน ครม. อนุมัติจ้างงานเป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจ ๑๐,๐๐๐ อัตรา ได้เดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท ท่านจ้างได้ ๑๐,๐๐๐ อัตราถือว่าเป็นผลงานหรือครับ คนเสี่ยงตกงาน คนเสี่ยงลดรายได้ ๑๑.๘ ล้านคน ท่านเอาภาครัฐอุ้มในการจ้างงานเขาเฉพาะกิจ ๑๐,๐๐๐ คน ผมว่าตอนนี้ รัฐบาลสำนึกได้แล้วครับว่าการรักษาการจ้างงานนั้นมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นคือการฉีดวัคซีน ให้เร็วที่สุด และอีกเรื่องหนึ่งต้องทำคือช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ ที่จ้างงานตัวจริง ไม่ใช่ไปหวังให้ประชาชนคิดว่าจะสอบเข้าภาครัฐให้ได้และรัฐบาลจะมี การจ้างงาน ท่านจะให้ทั้งประเทศนี้ไปเป็นข้าราชการหรือครับ หวังจะอยู่กันสบาย ๆ ได้เงินเดือน มีบำนาญ ท่านจะเอาประเทศแบบนี้หรือ อันนั้นมันเกาหลีเหนือนะครับ ท่านประธานครับ แต่ละหมวดเบิกจ่ายไม่ได้เลย ๓.๑ พลิกฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ เราได้แต่ โครงการอะไรครับ พัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวด้านสัตว์ป่า ยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่ ยกระดับเกษตรเบิกไป ๖.๒๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นแค่งบเปิดงานเท่านั้นเอง หมวด ๓.๒ พลิกฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน โครงการต่าง ๆ จังหวัดต่าง ๆ ๒๒๐ โครงการ ทำได้จริงแค่ ๑๓๐ โครงการเท่านั้น และหลายโครงการไม่มีการเบิกจ่ายไป แม้แต่บาทเดียว ผมจะเล่าให้สภาแห่งนี้ฟังนะครับว่าในเดือนที่แล้ว ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่กระจายไป แล้วเอารัฐมนตรีไปคุมแต่ละจังหวัด ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่รัฐมนตรีเลยนะครับ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กระจายลงไป แต่ละจังหวัดวิ่งเต้นกันใหญ่เลย หาโครงการมาอุดมาหนุน เพื่อจะได้ไม่ผ่านงบก้อนนี้ไป แล้วเราได้โครงการแบบไหนมาครับ โครงการก็รอบคอบนะครับ ให้มีตัวชี้วัดชัดเจน ให้ไปฟังความเห็นของประชาชนมาก่อน ถ้าเป็นการก่อสร้างให้มี ใบ ปร. ๔ ปร. ๕ ให้เวลาทำ ๒ อาทิตย์ครับ ใครจะไปทำทัน สุดท้ายก็ได้แต่โครงการ ที่มีคุณภาพน้อย โอเค (OK) ล่ะครับ มันเป็นความต้องการของประชาชน แต่มันทำไม่ทัน แล้วมันไม่รอบคอบ งบแบบไฟไหม้ฟางแบบนี้ท่านคิดว่าจะพลิกฟื้นประเทศได้จริง ๆ หรือครับ มันไม่มีทางครับท่าน สุดท้ายก็ต้องไปเอาโครงการเก่า ๆ มาปัดฝุ่นแล้วก็แนบมา ไม่อย่างนั้นงบก้อนนี้ก็จะผ่านไป นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการเสนอโครงการ ถ้าปีนี้ ท่านบอกผมให้มันชื่นใจหน่อยได้ไหมว่ามันจะไม่เหมือนเดิม อันนี้จะได้เข้าใจ แต่ถ้า เหมือนเดิมนะครับ ผมเสนอว่าตัดงบก้อนนี้ทิ้งไปเลย หมวดที่ ๓ ไม่ต้องมีแล้วแล้วครับ แล้วเอาไปใส่เรื่องวัคซีนให้หมด เอาไปใส่เรื่องของ การเยียวยาประชาชนให้มากกว่านี้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไม่ได้แล้ว ไม่เหลือน้ำพริกแล้วครับท่าน ผมได้คุยกับผู้ประกอบการเอกชนหลายท่านนะครับ ตอนนี้ถ้ารัฐบาลทำเรื่องอื่นนะครับ จะไปตัดถนนอีกผมว่าประชาชนรับไม่ได้แล้ว รัฐบาล จะไปทำโคก หนอง นา อีกประชาชนรับไม่ได้แล้ว ตอนนี้เขาต้องการวัคซีนฟรีและ มีประสิทธิภาพ ตอนนี้ความเหลื่อมล้ำด้านวัคซีนนั้นเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย แย่งชิงกัน วันนี้ ก็มีข่าวคนที่เป็นวีไอพี (VIP) นั้นแซงคิวขึ้นไป ประชาชนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้นะครับ และ ทุกท่านก็รู้ว่าวัคซีนเราสามารถจัดซื้อได้ ถ้าเราทุ่มเทโฟกัส (Focus) ลงไปและกระจายให้เร็ว ที่สุด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ชาวพิษณุโลก แล้วก็พี่น้องประชาชนคนไทยต้องการ แผนฟื้นฟูประเทศที่ดีกว่านี้ ฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน และ เตรียมสำหรับระลอกที่ ๔ ด้วย และรอเข็มที่ ๓ เข็มที่ ๔ เอาเงินนี้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ดีที่สุด เรื่องแบบนี้ หลักการแบบนี้เราถึงจะพอรับได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ผมและ พรรคก้าวไกลขอประกาศว่าเราไม่ร่วมทำให้ประชาชนเป็นหนี้ด้วย พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ