สุเทพ อู่อ้น วิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายเงินกู้ 5 แสนล้านบาทที่ขาดความทั่วถึง ทำให้แรงงานและประชาชนจำนวนมากตกหล่น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพต่ำและใช้งบประมาณจริงต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนงาน ผลักดันการเยียวยาอย่างเป็นธรรม การดูแลแรงงานข้ามชาติ การปรับปรุงค่าจ้างขั้นต่ำ ปฏิรูปประกันสังคม และผลักดันระบบสวัสดิการถ้วนหน้า เพื่อสร้างความมั่นคงให้ผู้ใช้แรงงานทั้งในและนอกระบบ โดยเน้นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สัดส่วนแรงงาน วันนี้จะขออภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลนำเสนอ ประเด็นแรกเรื่องของการเยียวยาที่ไม่ถ้วนหน้า ประเด็นที่ ๒ เรื่อง ของการสร้างงานใหม่ จากการกู้เงินปีที่แล้ว ๑ ล้านล้านบาท ใช้เยียวยาประชาชน ไม่ถ้วนหน้า การฟื้นฟูเศรษฐกิจสร้างงานใหม่อย่างไม่มีประสิทธิภาพ โครงการเราไม่ทิ้งกัน ทำให้พี่น้องประชาชนตกหล่นจำนวนมาก ทำให้มีคนตกหล่น เดือดร้อน ต้องไปเรียกร้อง หน้ากระทรวงการคลังในการทบทวนสิทธิ จึงมีคำพูดว่าไวรัสไม่กลัวแล้ว กลัวอดตายมากกว่า ประชาชนแรงงานต้องไปเข้าแถวขอความช่วยเหลือต่าง ๆ นานา ผมในฐานะที่เป็นแรงงาน เป็นผู้แทนจากแรงงาน ได้มีการนำเสนอความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานในระบบมาตรา ๓๓ ในคราวที่แล้ว ของชีวิตคุณดวงพร เพื่อนร่วมงานที่ทำงานได้ค่าจ้างรายวันและมี ผลกระทบจากเศรษฐกิจ ๒๕๖๒ ตก กระทบจากโควิด (COVID) และการใช้มาตรการของ กระทรวงแรงงานที่ทำให้ไม่ได้รับเงินและเงินน้อยลง ๆ และโดยเฉพาะพี่น้องแรงงานข้ามชาติ ไม่ได้รับการดูแลเยียวยาจากรัฐบาลชุดนี้เลย สภาพการทำงานของพี่น้องแรงงานที่ทำอยู่ ในโรงงานอุตสาหกรรม ชีวิตต้องทำงานมากกว่า ๘ ชั่วโมง ต้องทำล่วงเวลา ๑๐ ชั่วโมง ๑๒ ชั่วโมง ถึงจะมีเม็ดเงินที่เพียงพอกับการดำรงชีพจากค่าจ้างที่ได้รับจากค่าจ้างขั้นต่ำนั้น น้อยมาก ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต้องรีบดำเนินการแก้ไข ค่าจ้างขั้นต่ำโดยด่วน โดยเฉพาะใน ๘ ชั่วโมงที่ทำงานต้องมีค่าจ้างที่เพียงพอกับการดำรงชีพ ดูตัวอย่างจากข้าราชการก็เห็นได้ว่าทำงานแค่ ๘ ชั่วโมง แล้วทำไมแรงงานในภาคเอกชนทั้ง ในระบบ นอกระบบ ๓๐ กว่าล้านคน จึงไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตแบบนั้นได้ ต้องใช้แรงงานอนาคตมา พอเกษียณไปไม่กี่ปี ด้วยการตรากตรำก็เสียชีวิตลงด้วยความ รวดเร็ว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นนานาสากลเองกำหนดว่า ๘ ชั่วโมงของการทำงาน ๘ ชั่วโมง ที่ ๒ พัฒนาเรียนรู้ตนเอง และ ๘ ที่ ๓ ของวันหนึ่งก็คือการพักผ่อน สำคัญยิ่งการเปิดสิทธิ ในเรื่องการรวมตัว อนุสัญญาไอแอลโอ ๘๗๙๘ (ILO 8798) เพื่อให้แรงงานได้มีการรวมตัว ก็ไม่เคยจะหยิบยื่นเข้าไปสู่กระบวนการ ประกันสังคมต้องมีทั่วหน้า มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๐ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องแรงงาน นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่รัฐบาล ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับไปเยียวยาทุนผูกขาดที่สนามบิน ขายภาษี และโดยเฉพาะ เรื่องของโครงการลดค่าสัมปทานอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำกับประชาชนคนแรงงาน อย่างนี้หรือครับ ใช้เวลาในการพิสูจน์หลายเดือน เป็นปี และสิ่งที่ได้ก็คือเศษเนื้อข้างเขียง อย่างที่หลายท่านอภิปรายไปแล้ว และพี่น้องแรงงานข้ามชาติด้วย เขาเหล่านั้นมาสร้าง มูลค่าเพิ่ม มาทำงานให้ประเทศไทย แต่ทำไมไม่ดูแล ดังนั้นชนชั้นแรงงานโปรดจำไว้นะครับ เราชนชั้นกรรมาชีพ ใครกระทำกับพวกเราอย่างไร ในการที่จะใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นตัวชี้วัด ผมมาเป็นผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่สู่พรรคก้าวไกลได้รับ การมอบหมายให้เป็นประธานกรรมาธิการการแรงงาน มีเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาบเร่ แผงลอย มอเตอร์ไซค์วิน แท็กซี่ พี่น้อง ที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมถูกเลิกจ้าง ถูกปฏิบัติกับการกดขี่ด้วยกฎหมายที่มีอยู่ และขาดประสิทธิภาพของการทำงานจากภาครัฐที่ไม่เยียวยาเขาเหล่านั้น ไม่ดูแลให้ได้ ค่าชดเชย ตั้งแต่ที่เริ่มต้นมาเกิดวิกฤติจะ ๒ ปี เข้าปีที่ ๓ แล้ว ยังไม่ได้รับค่าชดเชยเลยครับ แบบนี้ประชาชนจะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายใช้สอย ชีวิตนะครับ บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน พ่อแม่ก็ต้องเลี้ยง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงาน พี่น้องประชาชน หนำซ้ำ เรื่องของการอุดหนุนเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่ได้เยียวยา แล้วเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่มีทุนที่จะ เยียวยาประกอบธุรกิจ จะนำเงินตรงไหนมาจ้างแรงงาน เมื่อแรงงานไม่ได้รับค่าจ้าง ไม่มีเงิน ดำรงชีพ ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว ปัญหาเหล่านี้ก็กดทับพี่น้องประชาชน ทำไมครับ ไม่เลือก ปฏิบัติกับการดูแลประชาชน โดยเท่าเทียมกัน สิ่งเหล่านี้คิดสิครับ ทำให้กับพี่น้องประชาชน เขาจะได้มีเงินดำรงชีพต่อสู้และให้ความร่วมมือกับรัฐบาล หนำซ้ำการเยียวยาโครงการ เราไม่ทิ้งกัน กระทรวงแรงงานมีการจัดจ้างเจ้าหน้าที่อีก ๒๓,๐๐๐ กว่าคนเพื่อไปตรวจสอบ ผู้ที่มาลงทะเบียนเยียวยา แสดงว่าไม่เชื่อใจประชาชน แล้วประชาชนจะเชื่อใจรัฐบาลชุดนี้ ให้บริหารแล้วจะมากู้เงิน กู้ กู้ กู้ กู้เพิ่มอย่างนี้ สิ่งเหล่านี้ประชาชนที่ผมลงไปพบก็ฝาก สะท้อนมาจากพรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกลเราเองก็พยายามนำเสนอว่าให้มีการเยียวยาแบบ ทั่วหน้า มีสูตรต่าง ๆ นำเสนอไป แต่ไม่ได้รับการพิจารณา ตอนนี้นะครับพี่น้องประชาชนของ ผมจะอดตายกันทั้งประเทศแล้วนะครับ มันเป็นสิ่งที่ท่านผู้นำประเทศรับฟังข้อมูลที่เท็จ ๆ มี การรายงานที่มีการแต่งเติมภาพเข้าไป ไปดูสิครับประชาชนตัวจริงเขาเดือดร้อนขนาดไหน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเยียวยา
มาดูประเด็นเรื่องการจ้างงานใหม่อีกสักนิด จากการกู้เงินไป ๑ ล้านล้านบาท ใช้จ่ายไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ณ ข้อมูลวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ สำคัญยิ่งกว่านั้น งบในเรื่อง การจ้างงานที่จะบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอ ครม. อนุมัติ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้จริง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ถึงครึ่งอนุมัติเลยครับ แล้วจะเกิดการจ้างงานได้อย่างไร การรักษางาน การสร้างเศรษฐกิจใหม่มีความจำเป็นครับ ถ้าไม่ดำเนินการ เศรษฐกิจ ไม่หมุนเวียน การจ้างงานไม่เกิดขึ้น งบ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะนำมาลงทุน ทำได้จริง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่าย ๑๘ เปอร์เซ็นต์ แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจตั้งงบไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลสัญญาว่า จะจ้างงาน ๔๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ทำได้จริงแสนต้น ๆ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น โครงการเรื่องของ การนวดอาชีพแผนไทย ตั้งงบไว้ ๙ ล้านบาท ทำจริงใช้ไป ๙,๐๐๐ บาท ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วมันจะได้รับการพัฒนาได้อย่างไร โคก หนอง นา โมเดลก็เช่นกัน งบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ใช้จริง ๘๗๐ ล้านบาท แล้วก็ไปทำอย่างที่คุณณัฐชาบอก อยู่ในค่ายทหาร ประชาชนจะได้ อะไรจากการกู้เงินไป โครงการอาสาสมัครท้องถิ่นดูแลผู้สูงอายุที่พึ่งพิงจ้างงาน ๒๐ วัน วันละ ๘ ชั่วโมง จ้างเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท พอจ้างจริง ๆ กันใน ๑ เดือน ลาออกหมดครับ เพราะเงินไม่เพียงพอกับการดำรงชีพของคนที่จะไปทำงาน โครงการโค-เปเมนต์ (Co- Payment) คุยนักคุยหนา ๒๖๐,๐๐๐ อัตรา ทำเข้าจริงไม่ได้ต้องถอยไปตั้งเป้าหมายที่ ๕๐,๐๐๐ อัตรา แล้วปัจจุบันนั้นได้เพียง ๒๐,๐๐๐ อัตราเท่านั้น มันเจ็บช้ำจริง ๆ ครับ สำหรับพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ผมเป็นตัวแทน ซึ่งเรื่องของซีเอสอาร์ (CSR) หยุดเถอะครับ การสร้างภาพ ประชาชนไม่ได้อะไรกับการที่ไปถ่ายรูปสร้างภาพ บีบให้จนแล้วแจก กดให้โง่ แล้วปกครอง ปล่อยให้ป่วยแล้วรักษา ใช้ภาษีรีดมาแล้วสร้างบุญคุณ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการ บริหารจัดการ ผมเองได้ข่าวในวงในว่ารัฐบาลจะมีโครงการเพื่อรักษางานคล้าย ๆ กับที่เคย เสนอไป พ.ร.ก. ปีที่แล้ว แต่ท่านประธานครับ สายเกินไปหรือเปล่าครับ และพูดได้เลยว่าจาก ผลงาน ๑ ปีที่ผ่านมาทำให้ผมไม่เชื่อใจในการบริหารของรัฐบาลที่จะทำได้สำเร็จ รัฐบาลจะ ขอกู้มีเอกสารมาเพียงน้อยนิด ทีประชาชนจะกู้ธนาคารมีสเตตเมนต์ (Statement) มีทำแผน ตรวจเครติดบูโร (Credit Bureau) แต่ประชาชนจะอนุมัติให้รัฐบาลมีเพียงเอกสารไม่กี่แผ่น ได้อย่างไร โดยสรุปนะครับ รัฐบาลควรกลับไปทำแผนมาใหม่ให้ประชาชนเห็นรายละเอียด มากกว่านี้เหมือนที่หลาย ๆ ท่านพูด ขออีกนิดหนึ่งนะครับ จะเห็นได้ว่าการจัดสวัสดิการที่ ไม่ถ้วนหน้า การจัดสวัสดิการแบบสงเคราะห์ ตกหล่นแค่ไหน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า อนาคตประเทศไทยต้องมีระบบรัฐสวัสดิการ สุดท้ายนี้ผมขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี โปรดเห็นแก่ประชาชน ปลดล็อกตัวเองให้คนที่มีความรู้ความสามารถที่มีความเข้าใจ ประชาชนมาบริหารประเทศ อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องลำบากอีกเลยครับ รัฐสวัสดิการ ถ้วนหน้า มวลประชาเป็นสุข หมดทุกข์ทั้งแผ่นดิน ขอบคุณมากครับท่านประธาน สวัสดีครับ