วิสาร แจงที่มาบัตรทอง ชูรวมกองทุนสุขภาพ-ป้องกันทุจริตฮอสพิเทล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ชี้แจงที่มาโครงการหลักประกันสุขภาพโดยอ้างอิงบัตรทองปี 2544 ยกย่องผู้ริเริ่มและย้ำภาพลักษณ์นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตเป้าหมายงบประมาณของ สปสช. ที่อาจเกินจริง เสนอส่งเสริมการป้องกันโรค เร่งแก้ปัญหาการบริหารสุขภาพในกรุงเทพฯ ที่ขาดประสิทธิภาพช่วงโควิด-19 และเสนอรวมกองทุนสุขภาพทั้งสามภายใต้การบริหารเดียวกันเพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมแจ้งปัญหาการทุจริตในโครงการฮอสพิเทลช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะการเรียกเก็บเงินเพิ่มจาก สปสช. และการหักเงินจากโรงแรม ระบุจะส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ผู้เกี่ยวข้องต่อไป

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ต้องกราบเรียนท่านประธานไว้เป็น เบื้องต้นก่อนนะครับว่าเรื่องรายละเอียดของทางการแพทย์นี่คุณหมอทั้งหลายท่านได้พูดจา ไปแล้วนะครับ สิ่งที่ผมจะขออนุญาตเรียนเท้าความให้พี่น้องประชาชนได้รำลึกนึกถึงว่า โครงการหลักประกันสุขภาพว่ากันตามจริงมันก็มาจากทางบัตรทองเมื่อปี ๒๕๔๔ คงต้องขอ ยกย่องรำลึกถึง โดยเฉพาะคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นคนต้นคิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ และในนั้นเองก็มีท่านคุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้เอานโยบายต่าง ๆ มามอบให้ท่านทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นนโยบายที่ติดหูติดตา ไม่ว่าคุณจะไปเลือกหลักประกันสุขภาพอะไรก็แล้วแต่ แต่ทุกวันนี้เขาก็ยังรู้ว่าคือโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค

ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตชื่นชมเอกสารที่ท่านได้กรุณาทำมา แล้วก็ผมเคยประชุมร่วมแล้วท่านก็มาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ โดยเฉพาะทางท่าน เลขาธิการ คุณหมอจเด็จ ทีมงานทั้งหมดดีมาก แล้วก็ผมชื่นชมจริง ๆ แต่สิ่งที่อยากจะขอ เสนอเป็นข้อคิดเห็น แล้วก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางสำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ในหน้า ๑๐๒ ท่านทำไว้ดี แต่ว่าผมเห็นว่ามันน่าจะเกินความเป็นจริง เพราะทุกสิ่งที่ท่านประเมินท่านคิดว่าปี ๒๕๖๕ ท่านจะทำให้มันได้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อเท็จจริงผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นจริงตามที่ท่านได้ บอกไว้นะครับ ขออนุญาตท่านเลขาธิการได้กรุณาเปิดไปหน้า ๑๐๒ นะครับ เขาบอกตัวชี้วัด ๑๐ ตัวชี้วัด ภายในปี ๒๕๖๕ ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ท่านตั้งเป้าไว้ได้ แต่ว่าการกระทำมันคงไม่จริง อย่างที่ท่านว่า เพราะมีข้อบกพร่องหลายเรื่อง สิ่งแรกที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการก็คือว่าตอนนี้เราก็มีแต่ตกใจเรื่องโควิด (COVID) ตกใจ เรื่องเงินกองทุน ปี ๆ หนึ่งเพิ่มขึ้นมาเป็น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนว่าสิ่งหนึ่ง ที่ทางท่านเลขาธิการกับสำนักงานลืมไปก็คือว่าตอนนี้เรามีเหมือนกับเงินจ่าย แต่ว่าเราไม่ได้ มีการประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรง งบประมาณในการที่จะใช้จ่ายในเรื่อง การรักษาพยาบาลก็จะน้อย ตอนนี้ต้องเรียนท่านเลขาธิการว่าท่านมุ่งไปถึงเรื่องการ รักษาพยาบาลมากกว่าการป้องกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนฝากไว้ก็คือ เรื่องแรกท่านจะต้องส่งเสริมเรื่องการออกกำลังกายเพื่อที่จะทำให้ร่างกายพี่น้องประชาชน คนไทยเข้มแข็ง แข็งแรง แล้วก็จะได้ปราศจากโรค สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อมาก็คือว่าสิ่งที่ อยากจะนึกถึงเกี่ยวกับเรื่อง ๑๓ เขตของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในต่างจังหวัดผมคิดว่าหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าท่านเหมาจ่าย แล้วก็ให้แต่ละโรงพยาบาลมีการบริหารจัดการเอง แต่ส่วนหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมเห็นว่า มันเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราเห็นชัด ๆ ก็คือช่วงที่มันมีการระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานจะเห็นว่าในกรุงเทพฯ เป็นแหล่งแรก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องคลัสเตอร์ (Cluster) ทองหล่อ คลัสเตอร์ (Cluster) สนามมวย คลัสเตอร์ (Cluster) คนงานต่างด้าว บ่อนการพนัน ทุกอย่างมาจากกรุงเทพฯ แต่ว่า สปสช. ไม่มีโอกาสที่จะมา บริหารเขต ๑๓ ของกรุงเทพฯ เท่าที่ควร สาเหตุคืออะไรครับท่านประธาน นั่นหมายถึงว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐ โรงพยาบาลใหญ่ ๆ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ใน กองทุนที่หลักประกันสุขภาพจะต้องเป็นคนจ่าย ผมกำลังนึกถึงว่าทำไมไม่ให้หลักประกัน สุขภาพเข้าไปมีบทบาทกับโรงพยาบาลเหล่านี้ ในกรุงเทพฯ เองผมต้องเรียนว่ามีปัญหาที่มัน เริ่มระบาดของโควิด (COVID) ไปทั่วประเทศก็เพราะว่ามันมีหน่วยงานที่คร่อมกันไปมา หลายเรื่องครับ สำนักงานแพทย์ของ กทม. ก็ไม่ยอมรับ สปสช. เราเองก็อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายว่าแพทย์ชนบทก็เอาอย่างหนึ่ง ถึงเวลาขึ้นมาองค์การเภสัชกรรมก็จะเอาอีก อย่างหนึ่ง ก็กลายเป็นว่าระดับนโยบายทะเลาะเบาะแว้งกันไปหมด สิ่งที่ผมจะต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานอีกอันหนึ่งก็คือว่าตัวนี้ครับ ผมมานั่งนึก ๆ สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติก่อนหน้านี้เราได้รับการยกย่องทั่วโลกบอกว่าประเทศไทยมีเรื่องการ รักษาพยาบาลดีอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ว่าถึงขณะนี้มันเป็นการผิดพลาดของฝ่ายนโยบายที่ ทำให้มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไปที่ ไหนคนก็ไม่ให้เข้าครับ ประเทศจีนก็ไม่ได้ ประเทศอังกฤษก็ไม่ได้ ประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ให้เข้า ซึ่งตรงนี้มันเป็นเรื่องที่น่าขายหน้า น่าอับอาย แล้วก็น่าสลดหดหู่แทนข้าราชการในกระทรวง สาธารณสุขจริง ๆ ผมมั่นใจแล้วก็ดูประวัติของท่านเลขาธิการจเด็จกับทีมงานนะครับผมเชื่อ แต่ว่าท่านเองมีบอร์ด (Board) หลักประกันสุขภาพซึ่งคอยควบคุมอีกทีหนึ่ง สิ่งที่ผมอยากจะ ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติผมถือว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทำไมท่านไม่เอามารวมกัน ให้ทั้งหมดครับ บริษัทหลักประกันสุขภาพเหมือนกับการประกันชีวิต ใครที่ทำดี ป่วยน้อย รักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพก็ควรจะต้องให้รางวัล แต่ขณะนี้ก็แยกกันไป กลายเป็นว่า กองทุนประกันสังคมก็ไปที่หนึ่ง การเบิกจ่ายของข้าราชการก็ไปที่หนึ่ง ทำไมไม่เอา ๓ หน่วยงานนี้มารวมที่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วก็ให้บริหารทีเดียวเลยครับ

ท่านประธานครับ ท้ายสุดผมขออนุญาต มีเวลาจำกัด สิ่งที่ผมจะต้องเรียนให้ ท่านเลขาธิการได้รับทราบคืออะไรครับ ที่ผ่านมาเมื่อเดือนเมษายนมันเริ่มมีคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ระบาด และมีผู้บริหารของรัฐบาลนี้บอกว่าต้องเอาคนที่ป่วยออกต่างจังหวัด เดี๋ยวนี้แพร่ระบาดเป็นสายพันธุ์เดลตา (Delta) ทั่วประเทศเลยครับ ประเด็นตามมาคือ อะไรครับ เรามีหมอ แต่โรงพยาบาลเราไม่มีห้อง เสร็จแล้วท่านก็เลยเอาห้องเหล่านี้ ไปให้กับฮอสพิเทล (Hospitel) ผมเรียนท่านเลขาธิการว่าขณะนี้มีการทุจริตคอร์รัปชันฮอสพิเทล (Hospitel) โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ในต่างจังหวัดทุกที่ ท่านให้ ๑,๒๐๐ บาท ต่อ ๑ หัว ๑ วัน ๑ คน ทั้งอาหารการกิน หมอ โรงพยาบาลไปดูแล แต่โรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ มีโรงพยาบาลบางแห่งคอร์รัปชันและไปเรียกเก็บเงินกับฮอสพิเทล (Hospitel) ๑,๒๐๐ บาท บอกว่าจะจ่ายให้ติดกัน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท เบิกเงินจาก สปสช. มาแล้วและไม่เอา ไปให้ครับ ผมขออนุญาตจะไม่เอ่ยในที่นี้นะครับ แต่ว่าเดี๋ยวผมจะขอยื่นเอกสารให้ ท่านเลขาธิการได้รับรู้เลยครับว่า สปสช. จ่ายเงินไปแล้ว แต่ว่าโรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ ไปขอหักเงินอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากโรงแรมเหล่านั้น ซึ่งตรงนี้ผมว่าผิดชัด ๆ ขอบพระคุณ ครับท่านประธาน