วิรัช พันธุมะผล กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณของสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นจริง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้ สวทช. ปรับปรุงการสื่อสารและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง รวมถึงเปลี่ยนรูปแบบการรายงานผลจากเอกสารหนาหลายเล่มมาใช้สื่อดิจิทัลเพื่อความประหยัดและยั่งยืน
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ ความจริงผมรับราชการอยู่ ก่อนจะเกษียณผมไปอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมา ๑๐ ปี เป็นนิติกร ๑๐ และเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่ผมอยู่กระทรวงนี้ตั้งแต่สถาบัน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่เกิด ตอนนั้นท่านประจวบ ไชยสาส์น ขอเอ่ยชื่อ ชื่นชมท่านไว้ครับ ท่านเป็นคนเปลี่ยนหน่วยงานที่ผมจำชื่อว่าเอสทีดีบี (STDB) หรืออย่างไร ผมจำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ เรียกอะไรผมจำชื่อไม่ได้นะครับ เป็นหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุน จากอเมริกาให้มาพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยร่างพระราชบัญญัติพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติซึ่งผมมีส่วนในการยกร่างตั้งแต่แรก ตอนนั้นโอนไปเป็น นิติกร ๑๐ ผมเฝ้าดูการเจริญเติบโตของหน่วยงานนี้ ซึ่งเขาแบ่งส่วนงานสำคัญ ๆ คือ ในการพัฒนาและวิจัย คือเอ็มเทค (MTEC) คือเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์ แล้วก็ไบโอเทค (Biotech) แล้วก็เนคเทค (NECTEC) ไบโอ (Bio) ก็คือเรื่องเกี่ยวกับพืช สัตว์ สิ่งมีชีวิต แล้วเนคเทค (NECTEC) ก็คือเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พวกนี้นะครับ กระทรวงนี้ใช้เงินจาก ตัวนี้ไปมากเลยครับ ท่านประจวบส่งนักศึกษา เด็ก ๆ ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ส่งไปเรียน เป็นครั้งแรกที่ส่งนักศึกษาไปเรียนเมืองนอกอย่างมากมายก่ายกองเพื่อกลับมา พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ผมเฝ้าดูมา ๑๐ กว่าปีครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ จนบัดนี้ ปี ๒๕๖๔ แล้ว ตั้งแต่ผมไปอยู่ปี ๒๕๓๑-๒๕๖๔ สถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้เงินมากมาย แต่ผลงานท่านวีระกรท่านแย่งผมพูดไป
เรื่องที่ ๑ ก็คือการวิจัยและพัฒนาไม่ได้ทำในสิ่งที่มันจำเป็นแก่สถานการณ์ แล้วก็ออกมาให้ทันสถานการณ์ เรื่องโควิด (COVID) ที่ท่านพูดไว้เยอะผมก็ไม่พูด เพราะท่าน จบวิศวะท่านรู้เยอะ
เรื่องที่ ๒ ก็เหมือนกับที่ท่านพูด ผลงานการวิจัยของ สวทช. ไม่ค่อยมีใคร รู้จักหรอก ในห้องนี้คนไม่ค่อยรู้จักว่า สวทช. คืออะไร ทำงานอะไร ผลงานคืออะไร ไม่ค่อย มีใครรู้จัก ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ท่านมีศาสตราจารย์ มีดอกเตอร์เยอะแยะเลย เข้าไปนี่ ดอกเตอร์หัวชนกันเลย แต่ขาดการบริหารที่ดีในการที่จะนำสิ่งที่พัฒนามาวิจัยและพัฒนา มาแสดงต่อประชาชน และไม่ได้นำผลของการวิจัยมาทำให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ อย่างเห็นได้ชัด อาจจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่สูงมากที่ท่านวิจัย แต่ว่ามันยังเป็นเรื่อง ความฝันต่อไปในอนาคตก็ได้ แล้วก็ผลการวิจัยท่านไม่ได้นำสู่เชิงพาณิชย์ ทำให้เกิดประโยชน์ อย่างที่ท่านวีระกรพูดไปแล้ว แล้วไม่ได้บอกว่าจะไปทำอย่างไรให้มีรายได้เท่าไร เช่น หนังสือ เล่มเบ้อเร่อที่ท่านทำไว้นี้ครับหนาเบ้อเร่อเลย แค่ค่าทำนี่ผมอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีรับท่านแจกมา ๑๐ กว่าเล่ม ปีละเล่มหนา ๆ ผมก็เอาไปทิ้งเปล่า ๆ ครับ บางที กลัวปลวกขึ้นต้องเอาไปทิ้ง ท่านควรจะรายงานลงในแผ่นดิสก์ (Disk) แผ่นเดียวก็พอ แล้วท่านก็ส่งดิสก์ (Disk) ส่งมาให้สภาเขาดูก็ได้ ประหยัด แผ่นดิสก์ (Disk) แผ่นหนึ่งไม่ถึง บาทเดียว แต่เล่มนี้ ๕๐๐ บาท ท่านทำแจกทั้งประเทศไทยเสียเงินไปเท่าไรครับท่าน ดอกเตอร์ณรงค์ ผมฝากนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฝ้าดูตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ตั้งแต่ดอกเตอร์เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ เริ่มจากท่านประจวบ ไชยสาส์น ที่ไปพัฒนาสถาบัน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปขอที่ธรรมศาสตร์ไปสร้างที่ท่านบอกว่าทำไมเอาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล่ะ ก็อาศัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเปิดคณะวิศวะ คณะวิทยาศาสตร์ จะได้อาศัยอาจารย์จากสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ท่าน เอาเงินส่งไปเรียนเมืองนอกกลับมานะครับ นอกจากนี้ผมไม่อยากจะพูด ท่านได้ดูไหมว่า นักวิจัยของท่านได้ทำงานฟูลไทม์ (Full Time) ให้กับสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอย่างเต็มที่ไหม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยู่กับท่านมา ๑๐ กว่าปี ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ ถึงปี ๒๕๔๖ แล้วผมก็เฝ้า ตามมา ผมพยายามพูดนะครับ พยายามพูดในกระทรวงว่าท่านปลัดไม่เห็นเอามาแสดงเลย ไม่ได้ออกมาหาเงินเลย ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์เลย แต่ผมเป็นนักกฎหมายครับ อยู่ใน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมือนลูกเมียน้อย คุณไม่รู้เรื่องหรอก ผมก็ไม่รู้ จะทำอย่างไร นี่ก็มีโอกาสได้พูดครับ ผมอยากพูดเพราะว่าเผอิญผมอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาก่อน อยู่กับท่านมา ๑๐ กว่าปี เห็นเล่มหนัก ๆ มา ๑๐ กว่าปี จนเดี๋ยวนี้ ท่านก็แจกอยู่ ๒ เล่มนี้หนักเท่าไรครับ ๒ กิโลกรัม นี่เศษกระดาษ ผมถามท่านไบโอเทค (Biotech) เสียพืชไปเท่าไร เสียต้นไม้กี่ต้น เสียความร้อนในการทำกระดาษเท่าไร เสร็จแล้ว ก็เป็นขยะต่อไป แต่ในนี้เป็นตำราที่น่าอ่านไหม อ่านได้ประเดี๋ยวประด๋าวครับ ไม่ได้เป็นตำรา แต่ถ้าเป็นตำราผมไม่ว่าเลย แต่ถ้าตำราก็ควรจะเป็นแผ่นดิสก์ (Disk) หรือแฮนดิไดร์ฟ (Handy Drive) ที่ท่านค้นคิดมา ไม่รู้ท่านค้นคิดหรือว่าต่างชาติค้นคิดมาครับ หมดเวลา ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ