อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ อภิปรายรายงานผลการประเมินสถานการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเน้นประเด็นสำคัญ ๒ เรื่องเพื่อให้รายงานสมบูรณ์ ต่อมาอภิปรายปัญหาการจ่ายเงินค่าทดแทนแก่จำเลยที่ถูกยกฟ้อง และเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อขยายสิทธิรวมถึงผู้ต้องหา สุดท้ายอภิปรายปัญหาการขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำความจำเป็นในการประเมินโดยรับฟังความคิดเห็นประชาชน พร้อมทั้งชี้แจงข้อกังวลเรื่องการเก็บ DNA และการลงทะเบียนซิมการ์ดที่ไม่เป็นธรรม
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายรายงานผลการประเมินสถานการณ์ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จริง ๆ แล้วในส่วนของผมเองกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน ประสานกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พอสมควรนะครับ วันนี้จะขออนุญาตอภิปรายในประเด็น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เพื่อที่จะให้รายงาน ฉบับนี้ครบถ้วนสมบูรณ์ในโอกาสต่อไปที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้นำไปพิจารณา และศึกษาต่อไปนะครับ
ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายประกอบด้วยเรื่องของการประเมินด้าน สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หน้า ๗๑ เป็นต้นไปนะครับ จำเลยตามพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าทดแทนจำเลยในคดีอาญา สภาพปัญหาเฉพาะในส่วนตรงนี้ ในส่วนผู้เสียหายผมจะไม่กล่าวถึง แต่ผมจะขออนุญาต กล่าวถึงในส่วนของจำเลยนะครับ ซึ่งตามสถิติในการจ่ายเงินของกรมคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพนั้นจะมีจำนวนที่น้อยมาก ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ร้องขอรับเงินสำหรับบุคคล ที่เป็นจำเลยและถูกปฏิบัติหรือถูกบังคับใช้กฎหมายในระหว่างที่ตัวเองยังเป็นจำเลย จนท้ายสุดศาลพิพากษายกฟ้อง หรือไม่มีการฟ้องเขา เหตุผลเรื่องนี้ผู้ที่อยู่ในแวดวงกฎหมายได้ต่อสู้มาโดยตลอดว่าที่ไม่มีการจ่ายเพราะ ตัวกฎหมายเองเป็นปัญหาอุปสรรค ตัวพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นปัญหาสำหรับถ้อยคำที่ปรากฏไว้ใน กฎหมาย ทำให้การจ่ายเงินให้กับจำเลยนั้นมีปัญหา ที่บัญญัติไว้ว่าจำเลยต้องไม่ใช่เป็น ผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ประโยคเหล่านี้เป็นประโยค ปัญหาที่ทำให้คณะกรรมการไม่จ่าย ไม่จ่ายเงินให้จำเลย ทั้ง ๆ ที่ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะหลักการแล้วนักกฎหมายจะทราบว่าศาลจะพิพากษาในคดีอาญา ศาลจะฟัง พยานหลักฐานโจทก์เป็นสำคัญว่ามีพยานหลักฐานเชื่อได้ จนทำให้ศาลพิพากษาลงโทษ กระทำความผิดจำเลยหรือไม่ ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยศาลจะพิพากษายกฟ้อง ศาลจะไม่ฟังไม่ดู ในรายละเอียดของพยานหลักฐานของจำเลย ฉะนั้นร้อยละ ๙๙ ที่เราซึ่งเป็นนักกฎหมาย ได้เห็นในคำพิพากษาของศาลก็คือหากศาลฟังพยานหลักฐานโจทก์ศาลไม่เชื่อได้ว่าจำเลย เป็นผู้กระทำความผิดแล้วก็จะยกฟ้องเหตุอันควรสงสัย พอเป็นการพิพากษาเช่นนี้แล้ว คณะกรรมการก็แทบจะไม่จ่ายเงิน ทำให้เกิดปัญหาว่าจำเลยไม่ได้เข้าถึงสิทธิที่เขาจะต้อง ถูกขังไว้ระหว่างการต่อสู้คดี ผมในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน ได้พิจารณาศึกษากฎหมายฉบับนี้และมีการปรับแก้เสนอ เราขยายกรอบ ความรับผิดชอบกับบุคคล ก็คือรวมถึงผู้ต้องหา ขยายจากจำเลยเป็นผู้ต้องหาด้วย ก่อนที่จะ ถูกฟ้องคดีนะครับ และให้ถือกลับหลักใหม่ว่าจำเลยที่ศาลพิพากษายกฟ้องจะต้องจ่ายเงิน เว้นแต่คณะกรรมการพิจารณาแล้วไม่จ่ายให้ก็ต้องชี้แจงไป นี่คือหลักที่คณะกรรมาธิการ ได้ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป และได้มีการเสนอ แต่ด้วยความที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วย การเงินจึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณารับรอง แต่ก็ไม่ได้รับการรับรอง จึงฝากให้กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติลองทบทวนมิตินี้ด้วยในโอกาสต่อไปสำหรับกฎหมายฉบับนี้ครับ
เรื่องต่อมาที่อยากจะอภิปรายเพื่อประกอบรายงานฉบับนี้ก็คือเรื่องของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ พ.ร.ก. ประกาศใช้ปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน นับไม่ถ้วน ผมไม่อยากจะจำแล้วว่าเท่าไร การประเมิน ช่วงหลังมีการประเมินก่อนที่จะต่อ พ.ร.ก. ฝากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปดูรายละเอียดการประเมินว่ามีส่วนที่จะได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ในสัดส่วนที่เหมาะสมหรือไม่ในการจะต่อ พ.ร.ก.
อีกประเด็นหนึ่งเรื่องของการจัดเก็บดีเอ็นเอ (DNA) เมื่อสักครู่นี้มีท่านสมาชิก ได้อภิปรายแล้ว กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาระบุไว้ชัดว่าจะเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ได้อย่างไรบ้างเท่านั้นเอง ในกรรมาธิการกฎหมายเคยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ให้ชี้แจงก็ยืนยันว่าเก็บได้เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ในทางปฏิบัติในพื้นที่กลับมีสภาพปัญหา ตรวจเก็บก่อน แล้วก็ให้เซ็นยินยอม นี่คือ ทางปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้ฝากให้ กสม. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องยืนยันในหลักการ ให้กับหน่วยงานในพื้นที่ได้รับทราบ
รวมถึงประเด็นสุดท้าย เรื่องของการลงทะเบียนซิมการ์ด (SIM Card) แล้วก็ ถ้าไม่ลงก็ถูกตัดสัญญาณ เหล่านี้คือสภาพปัญหาที่หน่วยงานของท่านจะต้องกล้าที่จะระบุ ยืนยันว่าหลักการที่ถูกต้องเป็นอย่างไร และเพื่อที่จะได้ช่วยกันยืนยันให้ความเป็นธรรมกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริงนะครับ ปัญหา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คนส่วนอื่น ในภาคอื่นเริ่มมีความรู้สึกเจ็บปวด แต่คนภาคใต้เจ็บปวดมานานแล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ