ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2563 และเรียกร้องให้รัฐบาลฟังและให้น้ำหนักในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่งในเอกสารผมอ่านคร่าว ๆ แต่ก็ จับใจความได้บางประเด็น แล้วก็คงจะไม่ซ้ำกับท่านผู้ทรงเกียรติท่านอื่นนะครับ เบื้องต้นผม ให้ความสำคัญกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะท่านคือองค์กรอิสระที่ถูก บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แปลว่าท่านเป็นองค์กรที่สำคัญมาก ๆ ประชาชนคาดหวัง การทำงานของท่านมากมายมหาศาล แล้วก็ท่านบอกว่าท่านมีกลยุทธ์ ๘ กลยุทธ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๕ นั่นหมายความว่าการทำงานของท่านแม้จะมีการเปลี่ยนแปลง คณะกรรมการเป็นบุคคลหน้าใหม่ แต่แผนกลยุทธ์ของคนเก่าหรือพนักงานประจำ ข้าราชการประจำที่ทำเอาไว้ ท่านเลี่ยงไม่พ้นที่จะปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ที่วางเอาไว้แบบ ดั้งเดิม อย่างไรก็ตามผมเห็นถึงข้อเสนอแนะของท่านที่บอกกระทั่งว่าให้สภาแห่งนี้แก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ ในมาตรา ๒๔๗ (๔) เพื่อท่านจะได้มีอำนาจในการไปไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท ซึ่งเดิมท่านมี แต่ปัจจุบันท่านไม่มี อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ท่านยังมีการรายงานที่ ยังขาดแม้กระทั่งคำว่า คนไทยพลัดถิ่น ท่านอาจจะใช้สถานะคำอื่นเป็นสถานะบุคคลอะไร ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสังคม สิ่งที่เราพูดกันในสภา สถานะของคนไทยพลัดถิ่น ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ผมคิดว่าคำเหล่านี้ต้องปรากฏในรายงานครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา หรืออีกหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้คนที่อยู่ ในพื้นที่เขาน้อยใจครับ มีหลักสูตรอบรมครับ ผมดูรายงานผมดีใจมาก โดยเฉพาะหลักสูตร อบรมที่ ๓ ที่บอกว่าอบรมสิทธิมนุษยชนศึกษาขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมี ผู้พิพากษา อัยการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองอยู่ด้วย นี่ท่านจัดปีหนึ่งกี่ครั้ง ครับอยากรู้จริง ๆ ถ้าท่านจัด ได้ดีคงไม่มีเหตุการณ์ถุงดำ คงไม่มีเหตุการณ์ปรากฏในหน้าสื่อ มากมายขนาดนี้ นั่นหมายความว่าการจัดหลักสูตรอบรมของท่านจะต้องมีการขยายผล ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ให้เจาะลึกไปเลยครับ วันนี้ท่านควรจะเข้าไปอบรมที่โรงเรียน นายร้อย จปร. ท่านทราบไหมครับว่าการปล้นอำนาจประชาชน การปฏิวัติรัฐประหารคือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงครับ เรื่องนี้ผมเสนอเลยนะครับ ขอให้ท่านจัดอบรม นักเรียนนายร้อย จปร. รวมทั้งอดีตด้วยนะครับว่าให้เคารพสิทธิมนุษยชน เลิกคิดปฏิวัติ รัฐประหาร เลิกคิดปล้นอำนาจประชาชน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง แม้กระทั่ง ปัจจุบัน ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างพวกผมยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ยังมีการคุกคาม คนที่โพสต์ (Post) ทางโซเชียล (Social) แค่ตำหนินายกรัฐมนตรีก็ไปคุกคามเขาถึงบ้าน อย่างที่จังหวัด กระบี่บ้านผมหรืออีกหลายจังหวัด พฤติกรรมแบบนี้ล่ะครับที่ผมคาดหวังว่ารัฐบาลจะต้องฟัง และต้องให้น้ำหนักและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยเถอะครับ ช่วยชี้ประเด็น เหล่านี้ให้ถึงรัฐบาล การละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนักเรียนเป็นข่าวมาตลอดไม่รู้กี่ปีมาแล้ว ตั้งแต่รุ่นพ่อผม รุ่นผม นี่รุ่นลูกรุ่นหลานโดนอีก นักเรียน นักศึกษาถูกครู คนใกล้ชิด ถูกบูลลี่ (Bully) ถูกไถหัว ถูกคีบผม ถูกประจาน ถูกทำให้แปลกแยกในโรงเรียนโดยครูอาจารย์ และมีข่าว ในช่วงเปิดการศึกษาทุกปีการศึกษา ยกเว้นปีนี้ครับโชคดีหน่อย เพราะว่าเรียนออนไลน์ (Online) ผมเชื่อเหลือเกินครับ ถ้าเปิดโรงเรียนเมื่อไรก็จะมีเรื่องของการไถหัวนักเรียนโดยครู ซึ่งละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายคนอื่น แปลว่าขาดองค์ความรู้ นี่คือสิ่งที่จะต้องฝาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรุกเข้าไปตรงนี้ด้วย วันนี้ครับ สิทธิคนพิการ ท่าน ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงความเหลื่อมล้ำของเงินรางวัลครับ นักกีฬาคนพิการคนไทยไปแข่งขันในระดับโลก ได้รางวัลเหรียญเงินกลับมา บรรจุเป็นนายร้อยเหมือนกับประชาชนทั่วไปไม่ได้หรอกครับ ได้แค่ ๘๐๐ ครับ เงินรางวัลรัฐมนตรีบอกได้แค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คนทั่วไปได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าอะไรครับ แปลว่ามีการเหลื่อมล้ำ แปลว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนครับเรื่องแบบนี้ ฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยนะครับว่าการติดตามผลการปฏิบัติงาน ของท่านในวันนี้ เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอชื่นชมครับ ขอให้กำลังใจท่านซึ่งมาเป็น ชุดใหม่ เฉพาะชุดใหม่นี้ผมให้กำลังใจนะครับ ชุดเก่าอย่าไปพูดถึง และขอประณามยืนยัน อีกครั้งว่าการปล้นอำนาจของประชาชนโดยการทำรัฐประหารคือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เลวร้ายที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน