ทวี เปิดประเด็นกฎหมายทรมาน-บังคับสูญหาย ชี้สำคัญต่อศักดิ์ศรีมนุษย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔

ทวี สอดส่อง หารือร่างกฎหมายว่าด้วยการห้ามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการขยายขอบเขตกฎหมายให้ครอบคลุมผู้บังคับใช้ทุกฝ่าย และเรียกร้องให้กฎหมายมีความรอบคอบ เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้ผมเชื่อว่าบุคคลที่รอคอยก็คือประชาชน โดยเฉพาะประชาชนผู้สูญเสียและผู้ ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสะท้อนการเสนอกฎหมายก็คือร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้ให้เหตุผลว่าโดยการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหายเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างร้ายแรง ที่ไม่อาจทำได้ในสถานการณ์ใด ๆ แสดงให้เห็นว่ารัฐในปัจจุบันได้ยอมรับว่า การทรมานและการบังคับให้สูญหายได้มีจริง แล้วก็เปิดจั่วของกฎหมายก็รับในสิ่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ผมถือว่ามีความสำคัญ แล้วผมก็ขอบพระคุณ ผู้ได้นำเสนอ แต่ผมอาจจะมีบางแง่มุมเพื่อจะให้กรรมาธิการได้นำไปให้เกิดความรอบคอบ และให้ปราดเปรื่อง และให้เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ท่านประธานที่เคารพ การเกิดเป็นมนุษย์เราไม่สามารถเลือกเกิดเองได้ เราไม่มีสิทธิเลือกเชื้อชาติ เราไม่มีสิทธิเลือก สัญชาติ แต่เรามีสิทธิที่จะมีความอยู่เป็นมนุษย์ คือต้องมีปัจจัยสี่เพื่ออยู่ เราต้องมีสิทธิต้องมี เสรีภาพ เช่น เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก เราต้องมีความ เสมอภาค เราต้องมีความยุติธรรม แล้วที่สำคัญเราต้องมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น ในสิทธิดังกล่าว ๕ ข้อนี้ถ้าใครคนใดคนหนึ่งถูกกระทำ สิ่งที่ตามมาคือความขัดแย้ง นำไปสู่ความไม่สงบและนำไปสู่ความเผชิญหน้า กฎหมายฉบับนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่เราจะมีข้อหาการทรมาน และมีข้อหาการบังคับให้สูญหาย ผมอยากจะให้กฎหมายกฎหมายฉบับนี้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกวงการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองก็ได้ผ่านการเป็นผู้ปฏิบัติในเรื่องใหญ่ ๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ สมัยท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี คือเรื่องแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ที่แม่กับลูกไปถูกขัง ตัวที่โรงแรมที่จังหวัดสระแก้ว แล้วก็ถูกนำไปสังหารเพื่อจะให้บอกสิ่งของบางสิ่งของจากสามี ที่เกี่ยวกับเพชรของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ผมเองได้เคยคลี่คลายคดีระหว่างประเทศคือคดี ฆาตกรรมนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย นักการทูตซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในจำนวนนี้ก็เกิดผลกระทบ จากประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง ในการไปอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็พบว่ากระบวนการ ยุติธรรมเรามีความบกพร่อง เพราะมีคดีที่บุคคลถูกทรมาน บุคคลต้องสูญหายจำนวนมาก พอเรื่องไปสู่ศาลบางเรื่องเหตุที่ต้องคลี่คลาย เช่น ในคดีกรือเซะก็อ้างว่ากลัวจะมืดก็ต้อง เข้าไปคลี่คลาย เมื่อกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือคดีตากใบ คดีไอร์ปาแย คดีวัด พรหมประสิทธิ์ หรือที่ต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ พวกนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สะท้อน แล้วในขณะนั้นเราก็มี การตั้งคณะกรรมการกรณีบุคคลที่สูญหาย ซึ่งจำไม่ผิดก็ประมาณสัก ๓๐ กว่าคน แล้วทุกคน ก็จะติดปัญหาการสูญหาย สุดท้ายไปที่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็บอกปล่อยมาแล้ว ผมอยากให้ กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์ อยากจะยกตัวอย่างว่าต่อไปนี้สำหรับกฎหมายฉบับนี้จะมี ข้อหาอยู่ข้อหาหนึ่งคือข้อหาให้บุคคลสูญหาย ซึ่งการให้บุคคลสูญหายนั้นร่างของกระทรวง ยุติธรรมได้ระบุว่าถ้าบุคคลที่ถูกจับ ถูกขัง ถูกลักพา หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิเสธมิได้กระทำ ร้อยละร้อย ปล่อยตัวมา เช่น คดีคุณบิลลี่ก็ปล่อยตัวออกมาก็จะปฏิเสธ ต่อไปนี้ถ้าการปฏิเสธนั้นจะมี ความผิดฐานทำให้บุคคลสูญหายเมื่อเราไม่รู้ชะตากรรม แต่ต้องขอขอบคุณร่างของ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ประทานโทษที่เอ่ยชื่อนะครับ จริง ๆ การแปลมาเป็นภาษาของ กระทรวงยุติธรรมนี้มันจะถูกตีความไปเฉพาะคนปฏิเสธ คนที่เกี่ยวข้องที่เป็นบุคคลอื่น ๆ เป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้บงการ หรือเป็นผู้ไปจะทำนี่มันเอื้อมไม่ถึง ที่อยากจะฝาก กรรมาธิการก็ลองดูว่าถ้าเอาร่างฉบับไหนเป็นฉบับหลักก็ขอให้เอาร่างที่นำมาประกอบเพื่อจะ ให้กฎหมายฉบับนี้ได้ครอบคลุมไปถึงกฎของสหประชาชาติที่เราไปรับรอง ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมมีเรื่องอยากจะนำฝากซึ่งไม่มีในที่นี้ คือปัจจุบันนี้รัฐบาลยอมรับว่า การทรมานและการบังคับให้สูญหายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เราจะพบว่าการกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนก็จะไปมุ่งที่ตำรวจ จริง ๆ เราต้องใช้ผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็คือใครก็ได้ เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ถ้าทหารโดย กอ.รมน. หรือป่าไม้ แต่สิ่งสำคัญวันนี้คือเรามี กระบวนการ ผมขออนุญาตต่อเวลาสักนิดนะครับท่านประธาน เรามีกระบวนการที่มีการ จับกุมคุมขังบุคคล โดยปกติของตำรวจก็คือจะไปสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กลับกลายว่า มีการจับกุมคุมขังควบคุมบุคคลเพื่อการข่มขู่ เพื่อผลประโยชน์ในการสืบสวน อย่างเช่นคดี ของแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ข่มขู่เพื่อลงโทษหรือข่มขู่ในข้อหาที่คุณเป็นปรปักษ์ต่อผู้มี อำนาจ ดังนั้นสิ่งที่อยากจะกราบเรียนคือว่าการทรมาน การบังคับให้สูญหาย หรือการกระทำที่เกิดในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีอยู่ก็คือ ในเรือนจำ ท่านจะต้องพัฒนาเรือนจำที่ไม่ให้เป็นแหล่งทรมานที่ใหญ่ที่สุด ที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งท่านก็ย่อมจะรู้ดีว่า เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนว่า ศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด จะปฏิบัติเหมือน นักโทษไม่ได้ วันนี้ท่านโกหกตัวเอง เพราะทุกคนอยู่ในเรือนจำเหมือนกับนักโทษหมด เพราะเรือนจำของท่านบรรจุได้แค่ ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่มีนักโทษไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน และที่สำคัญอย่างยิ่ง อยากจะให้เอื้อมไปถึงว่าการกล่าวหากันในทางลับ หรือการกระทำ อื่น ๆ จะต้องหมดไป ท้ายที่สุดครับ กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมาผมเชื่อว่าจะมีการพัฒนา กระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม ในอดีตที่จะไปทรมานต้องหยุดลง พนักงานสืบสวน สอบสวนหรือบุคคลต่าง ๆ ต้องใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวน ที่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็ใช้นิติวิทยาศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเป็น ข้อสังเกต ผมอาจจะแปรญัตติเพื่อจะให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมก็ขอสนับสนุน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณมากครับ