ทวี สอดส่อง อภิปรายร่างแก้ไขกฎหมายการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบเชิงลบจากคำสั่ง คสช. ที่ทำให้ระบบการศึกษาถดถอย พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกการผูกอำนาจการศึกษาไว้กับฝ่ายความมั่นคง และผลักดันการปฏิรูปที่แท้จริงเพื่อคืนความรู้และคุณภาพการศึกษาให้ประชาชน.
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม การปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับสิ่งที่ เราพูดในวันนี้ผมถือว่ามีเรื่องที่เป็นความสำคัญยิ่ง โดยปกติในความคิดของผมเขาบอกว่า คนอยู่ ๓ จำพวก คนกลุ่มที่ ๑ คนยากไร้ คนยากจน คนกลุ่มที่ ๒ คือคนเจ็บป่วย คนกลุ่มที่ ๓ คือคนไม่มีความรู้ ในคน ๓ กลุ่มนี้เราต้องช่วยเหลือ แต่ถ้าเรามีความจำเป็น ที่จะต้องเลือกจะช่วยเหลือได้อย่างเดียวก่อน จะช่วยอันไหนก่อน คือก็ต้องช่วยคนไม่มีความรู้ ให้มีความรู้เพราะความรู้จะสามารถไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการศึกษาในความหมายของผมมันเป็นเรื่องการเปลี่ยนจากคนไม่รู้ให้กลายเป็นคนที่รู้ การเปลี่ยนจากคนป่าเถื่อนให้กลายเป็นคนที่มีคุณธรรม เป็นการทำลายนิสัยไม่ดีมากมายด้วย การแทนที่ด้วยนิสัยที่น่ายอมรับและมีคุณธรรมและอยู่ร่วมในสังคมได้ แต่สิ่งที่เรามาอภิปราย วันนี้อาจจะต้องสะท้อนความรู้สึกก็คือเรากลับย้อนไปก่อนวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ ในการอภิปรายวันนี้ก็คือมาขจัดมรดกของ คสช. ก็ว่าได้ เนื่องจากในยุคที่มีการรัฐประหาร จะมีคำสั่งของ คสช. ซึ่งเป็นทั้งคำสั่ง เป็นประกาศของ คสช. และหัวหน้า คสช. อยู่ ๕๕๙ ฉบับ ใน ๕๕๙ ฉบับนี้ เราถูกยกเลิกไปประมาณ ๔๑๕ ฉบับ เท่าที่ตรวจตัวเลขเมื่อเช้า เหลือประมาณ ๑๔๔ ฉบับ แต่ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มาตราสุดท้าย มาตรา ๒๗๙ เราได้ระบุว่าคำสั่งประกาศของ คสช. หัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ ชอบด้วยกฎหมายการยกเลิก การแก้ไขประกาศคำสั่งดังกล่าวจะกระทำโดยพระราชบัญญัติ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราต้องมาทำพระราชบัญญัติ มาแก้ไข แล้วพระราชบัญญัติ ที่เรามาแก้ไขนี้เราได้ย้อนกลับไปเรื่องเดิม และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือคำสั่งดังกล่าว มันเป็นคำสั่งที่มาจัดการเรื่องการศึกษา การทำลายประเทศใดประเทศหนึ่ง การทำลาย ประเทศนั้นสูงสุดคือทำลายให้คนโง่ ให้คนไม่มีความรู้ให้คนมีการศึกษาด้อยคุณภาพ เราจึงสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ หรืออำนาจเผด็จการไม่สามารถ แก้ปัญหาของชาติได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนปัญหาและ ข้อเสนอแนะที่มีคุณค่าและมีประโยชน์มากมาย แต่ผมเองผมคิดว่าผมสนับสนุนให้มีการแก้ไข เนื่องจากว่าเท่าที่ได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกและที่ได้รับการตรวจสอบ หลังจากมีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ขึ้นมา การศึกษาเรามีแต่ทรุดกับทรุด กับทรุด กับทรุด ระบบต่าง ๆ ไม่มีการพัฒนาเลย ถ้าผมพูดในที่นี้ก็เหมือนประจานประเทศไทย ท่านรัฐมนตรีคงทราบดี ตัวเลขต่าง ๆ เรื่องการศึกษาเราถอยหลังหมด ถอยหลังทุกด้าน วันนี้จึงเห็นว่าการที่จะมา แก้ไขในครั้งนี้ ผมจึงเห็นด้วย อย่างน้อยที่สุดก่อนที่วันศุกร์จะมี พ.ร.บ. ปฏิรูปการศึกษา รีบแก้ปัญหาอันนี้ก่อน เพราะไม่เช่นนั้นเหมือนรัฐบาล เหมือนคณะรัฐมนตรีขยายการยึด อำนาจเพื่อให้เบ็ดเสร็จไปในทุกภูมิภาค เอาอำนาจเรื่องการศึกษา เรื่องคนที่มีความรู้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ความสามารถเฉพาะให้มาอยู่กับประธานที่เป็นกระทรวงมหาดไทย แล้วพาเหรด (Parade) คนที่มากบารมีต่าง ๆ เข้าไป โดยเฉพาะอำนาจในการบริหาร งานบุคคล ดังนั้นผมจึงคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องย้อนกลับไปสู่ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๖ ร่าง รวมถึงของคณะรัฐมนตรีด้วยครับที่ใจกว้าง แต่ขอให้กรรมาธิการที่จะตั้งช่วยพิจารณา ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองไม่มั่นใจว่า การแก้แล้วการศึกษาจะดีหรือไม่ เพราะการแก้ครั้งนี้นักเรียนและครูที่ถือเป็นบุคลากรสำคัญ ที่สุดของการศึกษาเหมือนยังไม่ได้มีหยั่งลึกไปถึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งเนื่องจากว่ามันมีอยู่เรื่องหนึ่งเรื่องงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพ ในงบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการเวลาเราจะของบเราก็เอาจำนวนนักเรียนมาขอเป็นค่าหัวนักเรียน ปี ๒๕๖๔ ก็ประมาณ ๑๔ ล้านคน ทั้ง สพฐ. ด้วยในกลุ่มต่าง ๆ ปี ๒๕๖๕ มีประมาณ ๑๔ ล้านคน พบว่าเงินที่เอาไปในปี ๒๕๖๕ ๓๓๒,๓๙๘ ล้านบาท แต่พอไปจัดการศึกษา เข้าจริง ๆ เงินที่จะไปสู่นักเรียน ไปใส่สมองเด็ก เราไปแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เป็นเรื่องของการเรียนฟรีที่ระบุไว้นั้นก็เป็นเรื่องของ ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์ ค่าเครื่องแต่งกาย สิ่งต่าง ๆ พวกนี้มันไม่ได้สะท้อน เงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กลับไปที่บุคลากรครูและค่าดำเนินการ อันนี้คืออะไรรู้ไหมครับ คือเราไปอ้างว่า เรามีการจัดการศึกษาที่มีงบประมาณสูง แต่จริง ๆ กำลังมีการคอร์รัปชันชนิดหนึ่ง ซึ่งเอานักเรียนเป็นตัวตั้ง ดังนั้นผมจึงอยากจะขอฝากกรรมาธิการที่จะตั้ง ขอให้ท่านเปิดกว้าง แล้วการเปลี่ยนประเทศที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนประเทศโดยวัดกันด้วยความรู้ ทำให้คนในประเทศ มีความรู้ เราจะนำประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองครับ ขอขอบพระคุณมากครับ