วิโรจน์ ลักขณาอดิศร วิพากษ์การรวมศูนย์อำนาจการบริหารงานบุคคลในระบบการศึกษาที่ส่งผลเสียต่อการพัฒนาการเรียนการสอน และเรียกร้องให้คืนอำนาจการตัดสินใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความโปร่งใส
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ความสำคัญของการศึกษาในห้วงเวลาปัจจุบันคือการพัฒนาให้เด็กและ ประชาชนทุกคนได้พัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ด้วยบริบทของพื้นที่และที่อยู่อาศัย ที่แตกต่างกัน ความสนใจของประชาชนของแต่ละคนก็แตกต่างกัน ข้อจำกัดที่ตนเอง มีก็แตกต่างกัน การกระจายอำนาจเท่านั้นและการมอบหมายอำนาจให้กับคนที่อยู่หน้างาน ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ ได้มีโอกาสที่จะคิดสร้างสรรค์ จึงมีความสำคัญอย่างมาก ในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ เรื่องงานบริหารบุคคลครับท่านประธานครับที่เกี่ยวข้อง กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย เกลี่ยอัตรากำลัง กำกับดูแลด้านวินัยและการประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นกลไกลสำคัญที่จะทำให้การศึกษา บรรลุเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนั้นได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องให้คนที่อยู่หน้างาน ให้คนที่อยู่ กับพื้นที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ ไม่ใช่ไปรวบอำนาจมาไว้กับส่วนกลาง แต่งตั้งเอาคนของ ส่วนกลางเข้าไปกุมอำนาจและบงการทุกอย่าง คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีการยกเลิก อ.ก.ค.ศ. ที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการงานบุคคล ซึ่งแต่เดิมโครงสร้างของ อ.ก.ค.ศ. เป็นโครงสร้างที่สมดุลมาก ๆ เพราะมีการแต่งตั้งผู้ที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางให้เข้ามาร่วม ปฏิบัติงานด้วย รวมทั้งมีการให้ความสำคัญกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่หน้างาน ไม่ว่าจะเป็น ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่นั้น ผสมผสานกับการเลือกตั้งจาก ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ แต่ต่อมาพอมีการไปยกเลิก อ.ก.ค.ศ. คำสั่งที่ ๑๙ ก็ไปแต่งตั้งให้มี กศจ. หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีโครงสร้างที่มาจาก การแต่งตั้งจากส่วนกลางล้วน ๆ และยังมีโครงสร้างงอกขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นศึกษาธิการ จังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ซึ่งเป็นการเพิ่มความ ซับซ้อนและความโกลาหลในการบังคับบัญชาอย่างยิ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบเชิงลบ โดยตรงต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการศึกษา แถมยังถูกมองได้อีกว่าเป็นการครอบงำ การจัดการการศึกษาจากส่วนกลาง เป็นกลไกเกสตาโป (Gestapo) เพื่อบังคับให้การจัดการ การศึกษาในทุกพื้นที่ต้องทำให้เหมือน ๆ กัน ทำให้ครูซึ่งเป็นผู้ที่มีวิชาชีพชั้นสูงต้องถูกจำกัด ความคิดสร้างสรรค์ เห็นปัญหาหน้างานอยู่ตรงหน้าก็แก้ไขไม่ได้ แล้วนักเรียนครับในเมื่อครู ขาดความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ขาดความคิดสร้างสรรค์เพราะถูก จำกัดจากส่วนกลาง แล้วเด็กจะไปมีความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร ตกลงแล้ว กศจ. คือกลไก ในการบริหารจัดการศึกษาหรือเป็นกลไกในการติดตามเฝ้าสอดแนมการศึกษากันแน่ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าไปอ้างเรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริต เพราะการรวบอำนาจ ไม่ได้แก้ไขปัญหาทุจริตและการวิ่งเต้น แต่ยิ่งเป็นการอุ้มชูระบบอุปถัมภ์และเพิ่มการวิ่งเต้น ให้มากขึ้นกว่าเดิม การรวบอำนาจแบบนี้มีแต่การเปลี่ยนเจ้ามือเปลี่ยนคนวิ่งเต้นเท่านั้น ผมไม่ได้หมายความว่าผมสนับสนุนการทุจริต ทุจริตแก้ได้ด้วยความโปร่งใส ใครทุจริตก็ จัดการโดยไม่มีการละเว้น การที่จะลดทอนปัญหาทุจริตลงได้อย่าเหมารวมว่า อ.ก.ค.ศ. ทุกที่มีการทุจริต คิดอย่างนั้นไม่ได้ ใครที่ทุจริตก็จัดการกันไปตามครรลองคลองธรรมครับ และถ้าเกิดจะแก้ไขปัญหาทุจริตให้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกก็ต้องแก้ไขด้วยกลไกแห่งความโปร่งใส เปิดเผยหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เปิดเผยการประชุมต่าง ๆ ให้สาธารณชนเข้าไปตรวจสอบได้ และมีกลไกอุทธรณ์คำสั่งที่ผู้ได้รับคำสั่งรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่ละครับ ถึงจะเป็นการจรรโลงให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตนเองได้ และเป็นที่พึ่งพิงได้ของสังคม โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่อยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ผมยืนยันท่านประธานครับว่านี่คือเป็นตัวถ่วงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการศึกษา ทำให้การบังคับบัญชายุ่งเหยิงล่าช้า ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค อยู่ภายใต้ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาอยู่ภายใต้สังกัดของ สพฐ. ครูผู้สอนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา แต่อำนาจ ในการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย กำกับ ดูแลด้านวินัยและการประเมินผลงานกลับไปอยู่ที่ กศจ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็สังกัดกระทรวงมหาดไทย การเพิ่มตำแหน่งต่าง ๆ ที่ทับซ้อนกับตำแหน่ง ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาทำให้การบริหารงาน ยุ่งเหยิงขาดเอกภาพ ซ ้าร้ายยังเป็นภาระงบประมาณที่ไม่จำเป็น ที่ผ่านมาท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานจริง ๆ ในคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณหลายปีที่ผ่านมาก็มีการเสนอ งบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคมาเป็นระยะ ๆ ก็ต้องตัดกันมาโดยตลอด เงินเหล่านี้เอามาลงที่เด็กดีกว่าไหม ผมถามจริง ๆ ครับ งบประมาณเรายังขาดแคลน งบประมาณที่ต้องมาโอบอุ้มโครงสร้างที่เต็มไปหมดแบบนี้ ที่ซ ้าซ้อนไปหมดแบบนี้ควรจะลงมาที่ผู้เรียน ตำแหน่งที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ โดยหลักการแล้วผมยืนยันว่าต้องถูกยกเลิก แต่ผมเข้าใจว่าคนที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้ว เขาไม่ได้มีความผิดอะไร ดังนั้นในบทเฉพาะกาลจึงควรจัดสรรตำแหน่งให้กับคนเหล่านี้ได้ไป ทำงานอย่างมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ให้เขาได้ทำหน้าที่ที่มีคุณค่าแทนตำแหน่งเหล่านี้ และเมื่อเกษียณแล้วก็ให้ยกเลิกตำแหน่งเหล่านี้ไป เพื่อลดภาระของงบประมาณและไม่ทำให้ระบบระเบียบการบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการอุ้ยอ้ายและเต็มไปด้วยระบบที่ซับซ้อน เป็นเหมือนพันธนาการที่ทำให้ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษาเดินหน้าไปอย่างล่าช้า ทั้งหมดนี้คือหลักการสำคัญ ที่ควรบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมหมายเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการจะนำเอา สิ่งที่ผมอภิปรายไปปรับแก้และทบทวนในวาระต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน