อัครเดช ห่วงเหลื่อมล้ำการศึกษา-สุขภาพเด็ก หลังโควิด-19 เพิ่มความยากจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๙ กันยายน ๒๕๖๔

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือถึงผลกระทบของโควิด-19 ที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและปัญหาสุขภาวะของเด็กยากจน โดยเฉพาะการขาดอาหารกลางวันและอาหารเช้าจากการปิดโรงเรียน พร้อมเสนอให้ใช้ข้อมูลจากกองทุน กสศ. และเผยแพร่ผลวิจัยให้ผู้บริหารระดับสูงเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายถึงรายงานปี ๒๕๖๓ ของกองทุนบริหารเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา ผมเองได้มีโอกาสติดตามอภิปราย แล้วก็ติดตามผลงานของ คุณหมอสุภกร บัวสาย มา ๒ ปีแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ ๓ แล้วก็ได้มีโอกาสพบคุณหมอในฐานะ ผู้จัดการกองทุนนี้ในอนุกรรมาธิการกองทุนของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ขอเป็นกำลังใจ ให้คุณหมอ แล้วก็คณะผู้บริหารทุกท่าน แล้วก็ชื่นชมในผลงาน เพราะว่าผลงานของ ทางกองทุน กสศ. นี้เป็นที่ยอมรับ แล้วผมเองก็ได้มีโอกาสมาดูรายงานฉบับนี้ ตอนนี้เรามี ปัญหาเรื่องของวิกฤติโควิด-๑๙ (COVIC-19) ซึ่งทำให้ปัจจุบันนี้นักเรียนหรือเยาวชนของเรา ที่ปัจจุบันนี้มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่แล้ว เมื่อเจอภาวะโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ก็มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น อันนี้ก็จะเห็นได้จาก รายงานของทาง กสศ. ที่ส่งมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ดู มันมีอยู่ช่วงหน้าที่ ๑๘ ที่มีการศึกษาเรื่องของผลกระทบของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่มีต่อเรื่องของการเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา ดูตัวเลขแล้วน่าตกใจครับท่านประธาน เป็นตัวเลขที่ผมคิดว่าถ้าผู้บริหาร ของกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นคงจะต้องเอาไปทำการบ้านกันพอสมควร แล้วก็อยากให้ทาง คุณหมอสุภกรว่ารายงานฉบับนี้ควรจะต้องนำไปขยายผล ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหารกองทุนเท่านั้น ของ กสศ. ที่จะมาดูจะต้องให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารของกระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเข้ามาดูด้วยครับ เพราะว่าเป็นข้อมูลที่มี ประโยชน์มาก เรื่องของโคอิซาไลน์ ก็จะมีตัวเลขที่ชัดเจนว่าในรายงานกลุ่มใหม่ที่คาดว่าจะ ยากจน อันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวนเพิ่มขึ้นถึง ๑๗๗,๔๕๔ คน หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ ๕๓ ของนักเรียนยากจนพิเศษ เมื่อเทียบกับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ เด็กจำนวนนี้ เพิ่มขึ้นเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน ถือว่าเป็นภาระของประเทศนะครับ ถ้าเราไม่บริหารจัดการ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการไม่บริหารจัดการให้ดีในอนาคตก็จะเป็นปัญหาของประเทศ อันนี้เป็นตัวเลขที่ชี้วัดแล้วก็เป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง ตัวเลขที่ ๒ ครับท่านประธาน ในผลการศึกษาของ กสศ. ก็ชี้แจงมีผลการวิจัยที่ชัดเจนว่าถึงแม้เราจะมีการเรียนออนไลน์ (Online) แต่ประสิทธิภาพของนักเรียนที่เรียนออนไลน์ (Online) นี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ คณิตศาสตร์ที่จะมีความรู้หายไปจากการเรียนออนไลน์ (Online) อยู่ที่บ้านนี้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ความรู้ด้านการอ่านลดลงถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะสถานการณ์ของ นักเรียนในกลุ่มที่ไม่ได้เรียนโดยใช้ภาษาแม่เป็นภาษาหลัก ซึ่งทักษะด้านภาษาของนักเรียน ลดลงมากเป็นพิเศษ อันนี้คืออะไรครับ อันนี้คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ผู้ปกครอง ผมลงพื้นที่ที่จังหวัดราชบุรี ผู้ปกครองก็จะบ่นครับว่าเด็กเรียนออนไลน์ (Online) โดยเฉพาะ เด็กเล็กนี้ประสิทธิภาพการเรียนลดลง ยิ่งเรามาเห็นผลการศึกษาของ กสศ. แล้วนี้ จะเห็นว่า ผลการเรียนออนไลน์ (Online) นี้ทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างชัดเจน อันนี้ก็คือตัวสะท้อน ชี้วัดที่ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการนี้คงจะต้องเอาไปทำการบ้าน แล้วก็หาวิธีการแก้ไข นะครับ

ส่วนที่ ๓ เรื่องของความเสี่ยงในด้านการพัฒนาด้านร่างกายและด้าน สุขภาวะของเด็กและเยาวชน ตัวรายงานนี้ก็มีการชี้วัดชัดเจนครับว่าเด็กยากจน แล้วก็ ยากจนพิเศษนี้อาศัยอาหารกลางวันที่โรงเรียน แต่เมื่อวันนี้มีวิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) โรงเรียนหยุดเรียน เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เกิดปัญหาว่าเด็กขาดอาหาร ครับ เพราะว่าปกติเด็กไปโรงเรียนก็ได้รับอาหารกลางวันจากโรงเรียน แล้วก็ขาดอาหารเช้า ด้วย ตอนนี้กลายเป็นว่าสุขภาวะของเด็กนี้ในกลุ่มนี้ถดถอยลงไป อันนี้เป็นตัวชี้วัดที่น่า เป็นห่วงครับ

อันที่ ๔ อันสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือการขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาระหว่างกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุด ร้อยละ ๔๐ ของประเทศนี้กับ กลุ่มประชากรที่ร่ำรวยมากที่สุด ร้อยละ ๖๐ ของประเทศ หมายความว่าเด็กที่พ่อแม่ยากจน กับเด็กที่พ่อแม่ร่ำรวย เมื่อเทียบกันแล้วก็คือห่างกัน ๒ ปี มันก็ชัดเจนครับท่านประธาน เวลาเราลงพื้นที่เด็กที่เรียนในโรงเรียนที่คุณภาพ มีโอกาสทางการศึกษา อ่านออกเขียนได้ เร็วกว่าเด็กที่ไม่มีโอกาสเท่ากับเด็กที่พ่อแม่มีฐานะดี ก็คือโรงเรียนมีคุณภาพมากกว่า ทั้ง ๔ อย่างนี้เป็นสิ่งที่ผมห่วงครับท่านประธาน วันนี้ถึงได้ขอเวลาสภามาอภิปรายว่าวันนี้ เรามีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เด็กเยาวชนของเราปกติมีความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษามากอยู่แล้ว ดังนั้นการมีวิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ยิ่งทำให้ เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ที่ทางคุณหมอสุภกร แล้วก็ทาง คณะผู้บริหารกองทุนได้ทำนี้ ผมคิดว่าท่านควรจะต้องนำไปขยายผลไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. นี้ให้ได้รับทราบผลการศึกษาของท่านนะครับ โดยเฉพาะผมเอง ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้เมื่อเห็นผลการศึกษาวิจัยของท่านแล้ว ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ก็ต้องขอขอบคุณทางคุณหมอสุภกรและคณะทุกท่านที่ได้ทำรายงานที่เป็นประโยชน์ ทางด้านการศึกษา ขอให้ท่านไปขยายผล แล้วก็ดีใจครับเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ผมได้เป็น กรรมาธิการงบประมาณ ก็ได้สนับสนุนงบแปรญัตติไปให้กับทาง กสศ. เพื่อนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์กับการศึกษาให้กับเยาวชนของชาติต่อไป ตามวัตถุประสงค์ทั้ง ๗ กลุ่มที่ท่านได้ทำ แล้วก็ทำเสนอรายงานมา ก็ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทาง กสศ. ผู้บริหาร กสศ. ทุกท่าน ขอบคุณครับ