กนก ชี้ กสศ. ต้องปฏิรูปการศึกษาเชิงระบบ ลดภาระงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๙ กันยายน ๒๕๖๔

กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายรายงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาปี ๒๕๖๓ โดยชื่นชมความก้าวหน้าและเรียกร้องให้เพิ่มประสิทธิภาพระบบการศึกษา พร้อมทั้งเสนอให้ กสศ. สรุปบทเรียนการจัดการศึกษาเด็กนอกระบบเพื่อนำไปปรับใช้กับโรงเรียนขนาดเล็ก และผลักดันการปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการโดยนำประสบการณ์ของ กสศ. มาแก้ปัญหาเชิงระบบแทนการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อลดภาระงบประมาณและยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยให้ กสศ. มีภารกิจในการเติมเต็มและต่อยอดระบบของกระทรวงศึกษาธิการ แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงด้านการเงิน

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในการรายงานกองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษาประจำปี ๒๕๖๓ ก่อนอื่นผมมีความยินดีแล้วก็ดีใจที่เห็นความก้าวหน้าของ กสศ. แล้วก็ขอชื่นชม กสศ. ที่ได้ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ด้อยโอกาส แล้วก็ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศของเรา ประเด็นที่ผม อยากจะขออนุญาตอภิปรายในครั้งนี้ก็คือความคาดหวังที่อยากจะเห็น กสศ. นั่นก็คือการเพิ่ม โพรดักทิวิตี (Productivity) ของระบบการศึกษาของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นบทบาทของ กสศ. ในการพัฒนานโยบายและระบบการศึกษาจากฐานของ ประสบการณ์และบทเรียนที่ กสศ. ได้ทำงานมาหลายปีพอสมควร

ประเด็นแรกที่อยากจะเห็นก็คือว่าวันนี้เราพบแล้วว่าเด็กนอกระบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กยากจน ยากจนพิเศษ หรือเด็กชายขอบก็ตาม มีอยู่ทั้งในเมืองและอยู่ทั้ง ในชนบท ซึ่งเรารู้ว่าบริบทของเมืองและบริบทของชนบทต่างกัน ความยากจนในเมืองกับ ความยากจนในชนบทเหมือนกันบางส่วน แล้วก็ต่างกันหลายส่วน นั่นก็หมายความว่าเด็กที่อยู่ในบริบทของเมืองและชนบทในกลุ่มที่เป็นเป้าหมายของ กสศ. ก็แตกต่างกันด้วยเช่นเดียวกัน ประเด็นที่ผมอยากเสนอให้ กสศ. ช่วยพิจารณาก็คือว่า ผมคิดว่า กสศ. น่าจะได้สรุปแบบแผน แพตเทิร์น (Pattern) ที่เราได้ค้นพบจากการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการศึกษาและวิธีการเรียนการสอนของเด็กนักเรียนในสภาพ ที่ไม่มีความพร้อม เพราะนั่นคืองานของ กสศ. เพื่อที่จะได้นำแบบแผนนั้นไปประยุกต์ใช้กับ โรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งอยู่ในลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อจะได้นำไป ประยุกต์ใช้กับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งวันนี้ก็มีคนจำนวนมากได้พยายามขยาย บทบาทการศึกษาในแบบแผนนี้ และในเวลาเดียวกันผมอยากเห็นการสรุปเรื่องการศึกษา ทางด้านค่าใช้จ่ายต่อหัวที่ กสศ. ทำได้ดีมาโดยตลอด ควรจะนำสิ่งเหล่านี้กลับไปสะท้อน ให้กับ สพฐ. ให้กับอาชีวศึกษา ให้กับโรงเรียนเอกชนในการที่จะบริหารงบประมาณหรือ ค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษา ซึ่งเอดดูเคชัน ไฟแนนซ์ (Education Finance) ที่ กสศ. ทำนั้น อาจารย์ไกรยศทำได้ดีมาก เพราะฉะนั้นการสะท้อนผลอันนี้จะช่วยให้เกิดการจัดสรร งบประมาณและการใช้งบประมาณได้อย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริงเหมือนกับที่ กสศ. ได้ทำ ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ผมเชื่อว่าประสิทธิภาพของระบบการศึกษาของเราก็จะดีขึ้นจากนี้ อีกมาก นั่นก็หมายความว่าผมอยากเห็นการแก้ไขเชิงระบบและเชิงนโยบายมากกว่าการ ทำงานเป็นจุด ๆ เป็นเรื่อง ๆ อย่างเช่นที่ กสศ. ได้ทำมาโดยตลอด ซึ่งก็ทำได้ดีในส่วนนั้น แต่ผมอยากเห็นมากกว่านั้น เพราะว่าการตั้ง กสศ. ซึ่งผมมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยตั้งแต่ต้น เจตนารมณ์อันหนึ่งของเราก็คือเราอยากเห็นการนำบทเรียนนี้ไปปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ และเมื่อปีที่แล้วถ้าท่านอาจารย์หมอศุภกรจำได้ ผมได้เรียนกับที่ประชุมนี้ด้วยซ้ำไปว่า ถ้าเลขาธิการ สพฐ. ทำไม่ได้ก็ให้อาจารย์หมอศุภกรไปทำแทนนะครับ ด้วยเหตุผลอันนี้เอง ผมไม่ได้เปลี่ยนความคิดนี้เลย ความหมายของผมก็คือว่าถ้าอาจารย์หมอศุภกรทำไม่ได้ เอาอาจารย์ไกรยศไปก็ได้นะครับ ความหมายคือนำประสบการณ์ตรงนี้ไปแก้ปัญหา เพราะว่า บทเรียนของ กสศ. เป็นบทเรียนที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ในประการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าสำคัญก็คือการบูรณาการ ผมคิดว่า กสศ. ไม่ควร จะคิดทำงานตามลำพังนะครับ บทบาทของ กสศ. ในตัวเองดี แต่ผมคิดว่า กสศ. ควรจะต้อง เข้าไปสัมพันธ์กับ สพฐ. สัมพันธ์กับ กศน. ซึ่ง กศน. นี้ ใน พ.ร.บ. ที่กำลังจะเข้าสภาก็จะตั้ง เป็นกรม ผมก็เกรงว่าจะมีกรมที่ใหญ่ขึ้น แต่ทำงานไม่ได้มาตรฐานเหมือนเดิมนะครับ ถ้าได้มีการนำการทำงานของ กสศ. ไม่ว่า ในเชิงระบบ ในเชิงแบบแผน ในเชิงวิธีการ ในเชิง เครื่องมือ ซึ่งหลายส่วนอยู่ในบริบทที่ไม่ได้แตกต่างจากการศึกษานอกระบบของ กศน. เท่าไรนัก สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ และในเวลาเดียวกันการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นภาระ แต่ความจริงแล้วโรงเรียนเอกชนสามารถที่จะช่วยบรรเทาภาระ ทางงบประมาณให้กับระบบการศึกษาของเราได้มาก แต่ในเวลาเดียวกันเราก็เป็นห่วง เรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของโรงเรียนเอกชน ถ้าบทเรียนของ กสศ. สามารถจะช่วยให้ เราปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงเรียนเอกชนได้ ผมว่าอันนั้นก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าจะกล่าวในความหมายของบูรณาการนี้ผมอยากเห็น กสศ. มีบทบาทในเชิงนโยบาย และการปฏิบัตินโยบายทางด้านการศึกษามากขึ้น เพราะบทเรียนที่ท่านได้ในงานในพื้นที่ ในภาคสนาม ผมคิดว่ามันมากพอที่ท่านจะพูดอะไรบางอย่างที่จะเป็นประโยชน์ อันนี้ ก็ขออนุญาตคอมเมนต์ (Comment) ตรง ๆ กสศ. พูดเฉพาะทางด้านการเงินเป็นหลัก จนกระทั่งทำให้คนหลายคนมองว่า กศส. มีหน้าที่ช่วยเรื่องการเงิน และกลายเป็นว่าเป็นที่ ของบประมาณเป็นที่ขอทุน แต่ความจริงอันนั้นไม่ใช่เจตนาของ กสศ. กสศ. มีงานที่ใหญ่ กว่านั้น และมากกว่านั้น การแบ่งปันการเรียนรู้ของ กสศ. ที่ได้พัฒนาประสิทธิภาพมา โดยตลอด แล้วก็พยายามจะพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภายใต้พื้นที่และงานที่ กสศ. รับผิดชอบ ผมคิดว่าประสบการณ์ตรงนี้นะครับ ในเซกชัน (Section) ของการรายงานเรื่องการวิจัยและนวัตกรรม ผมคิดว่ายังเป็นชิ้น ๆ มากเกินไป ควรจะเป็นระบบมากกว่านี้ เพื่อที่จะได้นำประสบการณ์การเรียนรู้เหล่านี้ไปใช้ ประโยชน์ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้น กสศ. ผมขออนุญาตตั้งประเด็นที่สำคัญ ในภารกิจของท่านในอนาคตก็คือว่าถ้า กสศ. ในปัจจุบันนี้สำหรับผมคือการเก็บตกนักเรียน ที่ออกจากระบบ นักเรียนที่ไม่ได้เข้าระบบนี่คืองานของ กสศ. วันนี้ ผมอยากเห็น กสศ. มีภารกิจมากกว่านั้น ก็คือ กสศ. ต้องเติมเต็มระบบของกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่ กระทรวงศึกษาธิการในระบบทำไม่ได้ กสศ. ต้องคิดตรงนี้ให้แทน และประการสุดท้าย ผมอยากเห็น กสศ. ต่อยอดระบบของกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตฝาก ๒ ข้อนี้ นะครับ เติมเต็มและต่อยอดระบบของกระทรวงศึกษาธิการ และปีหน้าผมจะมารับฟัง รายงานเรื่องนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน